แจกไอเดีย One Day Trip ตะลุยกินอินโอซาก้า!

โอซาก้าขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักชิมมาช้านาน นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้ว ก็ไม่อยากให้ทุกคนพลาดของอร่อยและร้านเด็ดในโอซาก้า! ในบทความนี้จะมาแนะนำ ไอเดียเที่ยวโอซาก้าภายในหนึ่งวัน ที่สามารถทานของอร่อยๆ และสนุกไปกับสถานที่ท่องเที่ยวเก๋ๆ ในโอซาก้า! เริ่มทริปที่อาเบะโนะฮารุกัส! อาเบะโนะ ฮารุกัส (Abeno Harukas, あべのハルカス) เป็นอาคารตึกระฟ้าสูง 330 เมตร อยู่บริเวณย่านเทนโนจิ บนชั้น 58 ถึงชั้น 60 จะเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อว่า HARUKAS 300 (ハルカス 300) จุดไฮไลต์คงหนีไม่พ้นชั้น 60 ที่สามารถชมวิวเมืองโอซาก้าได้แบบพาโนรามา ในวันที่อากาศแจ่มใสจะสามารถเห็นได้ไกลถึงเมืองเกียวโตเลยทีเดียว ถ้ามีเวลาแนะนำให้ลองทำกิจกรรมที่ชื่อว่า “EDGE THE HARUKAS” เป็นกิจกรรมเหมาะกับคนชอบความสูง เพราะเป็นการชมวิวที่ขอบตึกนั่นเอง! Abeno Harukas あべのハルカス เวลาทำการ : ทุกวันตั้งแต่เวลา 9 AM – 10 PM วิธีเดินทาง: ประมาณ 50 นาทีจากสนามบินคันไซโดย Kansai Airport Express หรือประมาณ 20 นาทีจากสถานี Shin-Osaka โดยรถไฟใต้ดินสาย Osaka Metro Midosuji ทานมื้อกลางวันที่ร้านคุชิคัตสึ!   ดูโพสต์นี้บน Instagram   โพสต์ที่แชร์โดย hama jack (@hamajack) หลังจากชมวิวที่ HARUKAS 300 ก็ถึงเวลาของมื้อกลางวัน! จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากคุชิคัตสึ! คุชิคัตสึ (Kushikatsu, 串カツ) คือ ของทอดเสียบไม้สไตล์ญี่ปุ่น […]

ชาสมุนไพรที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง

นอกจากการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย การออกกำลังกาย และการพักผ่อนที่เพียงพอแล้ว การดื่มชาสมุนไพรบางชนิดก็ดีต่อสุขภาพ ช่วยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้นทำให้ไม่ป่วยง่าย มารู้กันว่ามีชาสมุนไพรใดบ้างที่คนญี่ปุ่นบอกต่อกันว่าช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง 1. ชาดอกเอลเดอฟลาวเวอร์  (Elderflower tea) ชาดอกเอลเดอฟลาวเวอร์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย มีฤทธิ์ละลายเสมหะ ทำให้ทางเดินหายใจโล่งจึงช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้ละอองฟางและโรคจมูกอักเสบได้ดี  นอกจากนี้ การดื่มชาดอกเอลเดอฟลาวเวอร์ก่อนนอนยังช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและทำให้นอนหลับได้สนิท 2. ชาคาโมมายล์ (Chamomile tea) ชาคาโมมายด์ช่วยบรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หลอดลมอักเสบ อาการปวดท้องและปวดประจำเดือน หากสูดไอของชาดอกคาโมมายล์จะช่วยบรรเทาอาการไข้ละอองฟางและคัดจมูกได้ นอกจากนี้ สารอะซูลีน (Azulene) ที่มีมากในชาจะช่วยซ่อมแซมและทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารแข็งแรงขึ้น ช่วยให้ระบบย่อยอาหารกลับมาทำงานได้ดีขึ้นหลังอาการเจ็บป่วยไม่สบาย อย่างไรก็ดี มีข้อควรระวังคือ สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาชนิดนี้ 3. ชาดอกเอ็กไคนาเชีย  (Echinacea tea) ชาดอกเอ็กไคนาเชียมีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียจึงช่วยป้องกันไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ได้ดี นอกจากนี้ ชาชนิดนี้ยังมีฤทธิ์ช่วยป้องกันอาการภูมิแพ้และมีประสิทธิภาพช่วยบรรเทาอาการไข้ละอองฟาง โรคผิวหนังและโรคโพรงจมูกอักเสบที่มีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ ข้อควรระวังคือ สตรีมีครรภ์และแม่ที่กำลังให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาชนิดนี้ 4. ชาโรสฮิป (Rosehip) ชาโรสฮิปมีสรรพคุณช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสจึงช่วยป้องกันและบรรเทาไข้หวัดได้ดี นอกจากนี้ ชาชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลายด้วยแสงแดด ข้อควรระวังคือไม่ควรดื่มมากเกินไปเพราะจะทำให้ปวดท้องได้ นอกจากชาเขียวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายแล้ว ชาที่กล่าวไปข้างต้นยังเป็นชาที่ได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นไม่น้อย นอกจากการดื่มเพียวๆ แล้วก็ยังสามารถนำชาเหล่านี้มาผสมกันเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น สามารถดื่มได้วันละ 3-4 ถ้วยโดยไม่ต้องกังวลว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ (ยกเว้นชาบางชนิดที่สตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่ม) สรุปเนื้อหาจาก haramedical ขอแนะนำบทความนี้ด้วย: อิ่มตาอิ่มพุง! จับคู่วิวใบไม้เปลี่ยนสีกับเมนูอร่อยในโทโฮคุ กลุ่มศิลปิน teamLab ชวนจิบชาท่ามกลางงานศิลปะดิจิทัลในโรงเก็บโชยุ แนะนำ 6 ชาสมุนไพรที่คนญี่ปุ่นใช้ดื่มบรรเทาอาการไม่สบายท้อง ชวนเที่ยว Kichijoji Petit Village อาณาจักรแมวเหมียวที่น่ารักราวกับหลุดมาจากเทพนิยาย!!

แนะนำ 10 ขนมที่ระลึกยอดนิยมที่หาซื้อได้ในสนามบินนาริตะ

ใครได้ไปเที่ยวเมืองหลวงอย่างโตเกียว แน่นอนว่าก็ต้องซื้อของฝากกลับมา แต่นอกจากในตัวเมืองแล้วในสนามบินนาริตะเองก็เต็มไปด้วยขนม ของฝาก ของที่ระลึกที่หลากหลาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะซื้อเพิ่มก่อนขึ้นเครื่อง หรือลืมซื้อจากร้านในเมืองก็สามารถมาหาซื้อในสนามบินได้ วันนี้เราก็จะมาแนะนำ ขนมที่ระลึกยอดนิยม 10 อย่างที่หาซื้อได้ในสนามบินนาริตะ รวมมาให้ทั้งขนมสไตล์ฝรั่งและขนมสไตล์ญี่ปุ่นเลยนะ คุกกี้ของ Tokyo Milk Cheese Factory   ดูโพสต์นี้บน Instagram   โพสต์ที่แชร์โดย 東京ミルクチーズ工場@公式アカウント (@tokyomilkcheese.jp) Tokyo Milk Cheese Factory เป็นร้านขนมหวานที่ใช้นมที่คัดสรรมาอย่างดีและชีสคุณภาพสูงเพื่อดึงเอาความอร่อยของวัตถุดิบออกมา สินค้าที่ขายดีอันดับ 1 คือ Salt & Camembert Cookie ทำจากนมฮอกไกโดและเกลือ Guerande จากฝรั่งเศส ประกบด้วยช็อกโกแลตชีสคามองแบร์ นอกจากนี้ยังมี Honey & Gorgonzola Cookie และคุกกี้รสชาติอื่น ๆ ตามเทศกาลหรือในโอกาสพิเศษอีกด้วย ราคา 1,080 เยน (10 ชิ้น) 2,160 เยน (20 ชิ้น) TOKYO RICH CHEESECAKE ของ Tokyo Buono   ดูโพสต์นี้บน Instagram   โพสต์ที่แชร์โดย Radiant Radiant (@airradiantvogue) Tokyo Buono เป็นแบรนด์ขนมชีสของโตเกียวแท้ ๆ มีสินค้าซิกเนเจอร์คือ TOKYO RICH CHEESECAKE ชีสเค้กที่ผสมชีสสามชนิดจากฮอกไกโด […]

ผลสำรวจญี่ปุ่นเผย! ช่องใส่ผักในตู้เย็นมีเชื้อโรคมากกว่าในส้วม

หนึ่งในปัญหาโรคในชีวิตประจำวันที่คนญี่ปุ่นไม่อยากให้เกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัวคือ “อาหารเป็นพิษ” ที่เกิดขึ้นมากในช่วงที่อากาศร้อนขึ้น โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่มีไลฟ์สไตล์ชอบทานปลาดิบและนำข้าวกลางวันไปทานที่โรงเรียนและที่ทำงาน คนโดยทั่วไปคิดว่าพื้นห้องส้วมในบ้านคือบริเวณที่มีจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคมากที่สุด แต่จริงๆ แล้วจากการสำรวจพบว่าตำแหน่งอื่นของบ้านมีเชื้อจุลินทรีย์สะสมมากกว่าที่ห้องส้วมเสียอีก มารู้กันว่าตำแหน่งใดกันค่ะ ตำแหน่งใดของบ้านที่มีเชื้อจุลินทรีย์สูงกว่าพื้นห้องส้วม จากการสำรวจของบริษัทคาโอ คอร์ปอเรชั่น บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน และผงซักฟอก ที่ทำการเยี่ยมเยียนและเก็บตัวอย่างจุลินทรีย์ตามตำแหน่งต่างๆ ในบ้านเป็นจำนวน 24 ตำแหน่งจาก 90 ครัวเรือนมาทำการวิเคราะห์เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียและไลฟ์สไตล์ของคน จากการศึกษาพบว่าแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ที่ท่อระบายน้ำในอ่างล้างจานในครัวและช่องผักในตู้เย็นมีปริมาณที่สูงกว่าพื้นห้องส้วมซึ่งเป็นบริเวณที่คนส่วนใหญ่คิดว่าจะมีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์มากที่สุดของบ้าน โดยแบคทีเรียที่พบเป็นแบคทีเรียในวงศ์เอนเทอโรแบคทีเรียซีอี (Enterobacteriaceae) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบที่มีรูปร่างแบบท่อน พบแบคทีเรียวงศ์นี้ได้ทั่วไปในธรรมชาติ เช่น ในดิน น้ำและพืช นอกจากนี้ แบคทีเรียวงศ์นี้ยังเป็นแบคทีเรียประจำถิ่นในลำไส้ของคนและสัตว์ แม้ว่าโดยทั่วไปแบคทีเรียในวงศ์นี้จะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ก็มีบางสายพันธ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ ได้แก่ ชิเจลลา (Shigella sp.) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคบิด และอีโคไล (Escherichia coli) บางชนิดที่ก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษ เป็นต้น ทำไมจึงมีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในช่องผักในตู้เย็นสูง โดยปกติแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในดินจะเกาะติดอยู่กับส่วนต่างๆ ของผัก ได้แก่ พื้นผิว รูบนผิวผัก ก้านและใบผัก เป็นต้น เมื่อซื้อผักมาแล้วคนส่วนใหญ่นำใส่ตู้เย็นโดยไม่ได้ล้างทำให้แบคทีเรียจากผักปนเปื้อนไปตามพื้นผิวของช่องใส่ผัก วิธีป้องกันเชื้ออันตรายที่อาจปนเปื้อนในช่องใส่ผักในตู้เย็น คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่จะทำความสะอาดตู้เย็นนานๆ ครั้ง แม้ว่าเชื้อจุลินทรีย์ในวงศ์เอนเทอโรแบคทีเรียซีอีส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ก็มีบางชนิดที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสียและอาหารเป็นพิษ แทนการปล่อยให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนจนเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ ก็ควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดตู้เย็นส่วนช่องผักในตู้เย็นรวมถึงพื้นที่ต่างๆ ในตู้เย็นให้บ่อยครั้งเท่าที่ทำได้ รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามค่ะ ไม่ใช่เฉพาะในห้องส้วมที่เป็นแหล่งสะสมของจุลินทรีย์ แต่ในช่องผักของตู้เย็นและท่อระบายน้ำในอ่างล้างจานในครัวนั้นมีการสะสมของแบคทีเรียมากกว่าในห้องส้วมเสียอีก ต่อจากนี้ไปผู้เขียนก็จะทำความสะอาดช่องผักในตู้เย็นให้บ่อยขึ้นแล้วค่ะ สรุปเนื้อหาจาก allabout ขอแนะนำบทความนี้ด้วย: บริษัทร่วมทุนของมหาวิทยาลัยกุนมะ ร่วมพัฒนาหน้ากากแผ่นใยทองแดงช่วยยับยั้งการแพร่ COVID-19 มารู้จัก “ลิซ่า [LiSA]” ศิลปินสาวที่ร้องเพลงอนิเมะสุดปังอย่าง “ดาบพิฆาตอสูร” 10 ที่พักสไตล์ Art Hotel นอนสบายถ่ายรูปสวย […]

แนะนำ 3 อาหารท้องถิ่นห้ามพลาดในเมืองนาโกยะ

นาโกยะ เป็นเมืองหลักของจังหวัดไอจิ ขึ้นชื่อเรื่องของกินขนาดที่เดินไปตรงไหนก็เจอแต่ของน่าทานเต็มไปหมด ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 3 อาหารท้องถิ่นในเมืองนาโกยะสำหรับคนที่เพิ่งมาเที่ยวเมืองนี้แล้วไม่รู้จะทานอะไรดี รับรองว่าอร่อยจนอยากกลับมาทานซ้ำ! ข้าวหน้าไก่ไข่ญี่ปุ่น โอยาโกะด้ง หากพูดถึงเมืองนาโกยะเชื่อว่าใครหลายคนคงนึกถึงไก่นาโกยะโคชิน ซึ่งเป็นพันธุ์ไก่คุณภาพเยี่ยมในเมืองนาโกยะ มีจุดเด่นอยู่ที่ไข่แดงสุดเด้งดึ๋งขนาดที่ใช้ตะเกียบคีบตัวไข่แดงยังแยกออกจากกันได้ยากและมีรสชาติแสนอร่อย ดังนั้นหากมาเยือนเมืองนาโกยะขอแนะนำให้ไปทานโอยาโกะด้งในร้านที่ใช้วัตถุดิบจากไก่นาโกยะโคชิน ร้าน Kawayoshi เองก็เป็นหนึ่งในร้านที่ใช้วัตถุดิบจากนาโกยะโคชินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ที่นำมาทำไก่ทอดคาราอาเกะ หรือไข่ไก่ที่นำมาทำโอยาโกะด้ง และเมนูอื่นๆ อีกมากมายที่พร้อมจะให้ลูกค้าทุกคนสัมผัสถึงความเป็นนาโกยะได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ร้าน Kawayoshi (名古屋コーチン料理  釜飯  河良) ที่อยู่: Kongo-6-1 Aoyama, Toyoyama, Nishikasugai District, Aichi 480-0201 การเดินทาง: 1. นั่งรถไฟสาย Meitetsu-Komaki Line มาลงที่สถานี Ajiyoshi แล้วนั่งรถต่อประมาณ 10 นาที 2. นั่งรถไฟสาย Meitetsu-Inuyama Line มาลงที่สถานี Nishiharu แล้วนั่งรถต่อประมาณ 13 นาที เวลาทำการ: ช่วงกลางวัน 11:30~14:30(สั่งได้ถึง 14:00) ช่วงกลางคืน 17:00~22:00(สั่งได้ถึง 21:00) วันหยุด: วันจันทร์ (หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเปิดทำการ แล้วหยุดวันถัดไปแทน) *ไม่สามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายได้ เว็บไซต์หลัก: ko-chin-kawayoshi.com เว็บจองที่นั่งในร้าน: hotpepper.jp บะหมี่คิชิเมน แม้ว่าตอนนี้คิชิเมนจะเป็นอาหารที่รู้จักกันในวงกว้างและนิยมทานกันทั่วไป ทว่าต้นกำเนิดของคิชิเมนก็คือที่นาโกยะนี่แหละ จุดเด่นคือเส้นที่ทั้งแบนและบางทำให้ทานง่ายลื่นคอ จึงไม่แปลกที่จะเป็นอาหารในดวงใจของใครหลายคน หากอยากทานคิชิเมนอร่อยๆ คุณภาพคับถ้วยในราคาสุดคุ้ม ขอแนะนำร้าน Yoshida Kishimen ซึ่งอยู่ในศูนย์การค้าใต้ดิน Esca […]

Mobile Suit Gundam: the Witch from Mercury: “ยาขมเคลือบน้ำตาล” กับความพยายามดึงแฟนคลับสาว ๆ สู่จักรวาล Gundam

เคยพูดถึงเกี่ยวกับซีรีส์ Gundam SEED ไป 1 ครั้งในบทความ “ครบรอบ 20 ปี Gundam Seed: การเหยียดเผ่าพันธุ์และไฟสงครามก็ยังไม่เคยหมดไป” แต่วันนี้จะพูดถึง Gundam อีกซีรีส์หนึ่งที่กำลังเป็นกระแส (โดยเฉพาะหลังจากฉาก “ตบยุง” ในตอนจบของ EP. 12 ที่ทำให้ซีรีส์นี้ดำดิ่งสู่ความมืดมิดอย่างไร้ก้นบึ้ง และทำให้แฟน ๆ ลงแดงกระหายอยากดูต่อกันเป็นจำนวนมาก) คือ Mobile Suit Gundam: the Witch from Mercury หรือในชื่อไทยน่ารัก ๆ ว่า “โมบิลสูทกันดั้ม แม่มดจากดาวพุธ” แรงจูงใจของเรื่อง the Witch from Mercury ที่พูดถึง Gundam SEED เนื่องจากภาคแม่มดฯ นี้มีหลายองค์ประกอบคล้ายกับภาค SEED อย่างมาก มีพล็อตเกี่ยวกับการที่มนุษย์แบ่งแยกออกเป็น 2 เผ่าพันธุ์ โดยใน SEED จะเรียกเผ่ามนุษย์ปกติว่า Naturals และเรียกมนุษย์สายพันธุ์ตัดต่อพันธุกรรมว่า Coordinators ส่วนในภาคแม่มดฯ จะเรียกมนุษย์ปกติที่เกิดบนโลกว่า Earthians และเรียกมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในอวกาศว่า Spacians ซึ่งเหล่า Spacians จะมีแนวโน้มเป็นชนชั้นสูงที่มีบริษัททำธุรกิจระหว่างดวงดาวจนร่ำรวยกว่าชาว Earthians โดยเฉลี่ย ทำให้จะมีแนวโน้มที่ชาว Earthians จะโดนดูถูกเหยียดหยามจากชาว Spacians อย่างมาก ซึ่งประเด็นของการเหยียดเผ่าพันธุ์นี้ก็เด่นชัดมากเหมือนกับใน SEED นอกจากนี้ประเด็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ (Dehumanize) ก็ชัดมากในภาคแม่มดฯ นี้ อย่างที่เราจะเห็นตัวละครหลายตัวที่ประสบกับเคราะห์กรรมบางอย่าง… […]

ปลุกความเรโทรในตัวคุณกับ 6 ร้านของหวานสไตล์เรโทรในโตเกียว

ยิ่งโลกปัจจุบันพัฒนาไปไกลเท่าใด ผู้คนต่างก็ถวิลหาอดีตกันมากขึ้น อะไรที่เคยถูกมองว่าเชย ก็กลับมาฮิตอีกครั้ง งั้นใครที่รู้สึกอยากทานขนมสไตล์เก่า ๆ ย้อนยุค ก็มาปลุกความเรโทรในตัวคุณด้วยร้านของหวานสไตล์เรโทรในโตเกียวกันเลย! Ginza West Aoyama Garden View this post on Instagram A post shared by s (@senaaaa0309) View this post on Instagram A post shared by あいりん (@airin24017) ร้านแรกคือ Ginza West Aoyama Garden ที่สถานีโนกิซากะ เป็นร้านในเครือของร้านขนม Ginza West เปิดมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1967 จนตอนนี้ก็ยังเป็นร้านยอดนิยมที่มีคนมาเข้าแถวรอตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด มีบรรยากาศเปิดโล่ง แสงแดดส่องถึง มีเมนูฮอตเค้กที่แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็มีความ nostalgia ชวนให้นึกถึงอดีต เป็นเมนูที่ใครไปใครมาก็ต้องสั่ง ไซส์ใหญ่พอ ๆ กับจาน หนาแต่เนื้อสัมผัสนุ่ม เสิร์ฟพร้อมเนยและเมเปิ้ลไซรัป Ginza West Aoyama Garden ที่อยู่ : Japan 〒107-0062 Tokyo, Minato City, Minamiaoyama, 1 Chome-22-10 West Aoyama Garden 2F วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 11.00-20.00 น. […]

ความแตกต่างระหว่างปราสาทสีขาวกับปราสาทสีดำในญี่ปุ่น

นอกจากการไปกิน ไปช็อปปิ้ง อีกสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปเยี่ยมชมเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นก็คือปราสาท เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์แล้วยังสัมผัสได้ถึงความสง่างามและความยิ่งใหญ่เมื่อครั้งในอดีต รวมไปถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ แต่เคยสังเกตกันไหมคะว่าปราสาทในญี่ปุ่นจะพบเห็นได้ 2 แบบคือ สีดำและสีขาว ทั้ง 2 สีมีความแตกต่างกันอย่างไร และบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับปราสาทนั้นได้บ้าง ไปดูกัน! ความแตกต่างของปราสาทสีขาวและปราสาทสีดำ หากเรามองที่ตัวปราสาท ก็จะเห็นความแตกต่างได้ว่ามีทั้งแบบสีขาวและแบบสีดำ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องความชอบหรือความนิยมเท่านั้น แต่สีของตัวปราสาทสามารถบอกได้คร่าว ๆ ว่าปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในยุคสมัยใด อย่างปราสาทที่มีสีดำส่วนมากจะสร้างขึ้นในยุคของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (ก่อนสงครามเซกิกาฮาระ) เช่น ปราสาทมัตสึโมโต้ ปราสาทคุมาโมโต้ ปราสาทโอคายามะ ฯลฯ และปราสาทที่มีสีขาวส่วนมากจะสร้างขึ้นในยุคของโทคุกาวะ อิเอยาสุ (หลังสงครามเซกิกาฮาระ) เช่น ปราสาทฮิเมจิ ปราสาทนาโกย่า ปราสาทฮิโกเนะ ฯลฯ ทำไมฮิเดโยชิถึงชื่นชอบปราสาทสีดำ? กล่าวกันว่าสาเหตุหลักที่ในยุคของฮิเดโยชินิยมสร้างปราสาทสีดำเป็นเพราะ “ข้อได้เปรียบในช่วงยุคสงครามซึ่งง่ายต่อการซ่อนตัวจากศัตรู” อย่างเช่นปราสาทมัตสึโมโต้ สร้างขึ้นในช่วงปลายยุคสงคราม (ปี 1504) เรียกอีกชื่อว่าปราสาทอีกา ถือเป็นตัวแทนของปราสาทสีดำในญี่ปุ่น ผู้ที่ปกครองปราสาทแห่งนี้คืออิชิคาวะ คาซึมาสะ ผู้ใต้บังคับบัญชาของฮิเดโยชิ กล่าวได้ว่าปราสาทสีดำเป็นที่โปรดปรานเนื่องด้วยสีดำสนิทนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการยิงปืนในสภาวะสงครามที่ศัตรูสามารถเข้าโจมตีได้ตลอดเวลา ทั้งยังมีทฤษฎีอื่นที่กล่าวอีกว่าเพราะ “ฮิเดโยชิมีความหลงใหลในทองคำ จึงใช้ปราสาทสีดำเพื่อให้ทองคำแวววาวโดดเด่นยิ่งขึ้น” อีกหนึ่งเหตุผลคือ เพื่อป้องกันไม่ให้ปราสาทเสียหายจากลมฝนได้ง่ายๆ จึงทาผนังป้อมปราการด้วยวัสดุเคลือบสีดำเพิ่มความทนทานกันน้ำกันฝน ทำให้ตัวปราสาทออกมาในโทนสีดำนั่นเอง ปราสาทสีขาวแห่งยุคโทคุกาวะ จากยุคของฮิเดโยชิที่เน้นปราสาทสีดำ แต่เมื่อถึงยุคของโทคุกาวะ อิเอยาสุ ปราสาทสีขาวก็เริ่มปรากฏให้เห็นอยู่หลายแห่ง ปราสาทสีขาวมีข้อดีคือ “สร้างความสง่างามได้อย่างโดดเด่นและสีขาวยังช่วยให้ตัวปราสาทดูใหญ่โตโอ่อ่าได้มากกว่า” นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีที่ว่าเนื่องจากอิเอยาสุชนะสงครามเซกิกาฮาระ จึงเลือกใช้สีขาวซึ่งเป็นสีตรงข้ามกับสีดำ “เพื่อเป็นการประกาศต่อชาวโลกว่ายุคสมัยของโทคุกาวะได้มาถึงแล้ว” ปราสาทฮิเมจิถือเป็นตัวแทนของปราสาทสีขาวที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น เรียกอีกชื่อว่าปราสาทนกกระสาขาว แต่ความจริงแล้วปราสาทฮิเมจิเดิมเป็นปราสาทของฮิเดโยชิมาก่อน ต่อมาได้มีการปรับปรุงใหม่โดยอิเคดะ เทรุมาสะ ลูกเขยของอิเอยาสุ ได้นำเทคนิคทางสถาปัตยกรรมแบบใหม่มาใช้ทำให้ตัวปราสาทเป็นสีขาว ความขาวสว่างของปราสาทฮิเมจิ ปราสาทฮิเมจิซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะสิ่งก่อสร้างที่เป็นตัวแทนของสมัยเอโดะตอนต้น ได้รับการคัดเลือกจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในด้านมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นมรดกโลกแห่งแรกของญี่ปุ่น ตั้งตระหง่านอย่าสง่างามท่ามกลางแสงอาทิตย์ทั้งในยามเช้าและยามเย็น […]

“เมนซึยุ” เครื่องปรุงรสอร่อย เคล็ดลับที่แม่บ้านญี่ปุ่นเลือกใช้

เมนซึยุ (めんつゆ) เป็นหนึ่งในเครื่องปรุงรสที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้เป็นซอสรับประทานกับอาหารประเภทเส้น เช่น โซเม็ง อุด้ง และโซบะ เป็นต้น ถือเป็นเครื่องปรุงที่คนญี่ปุ่นนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเข้าคู่กับอาหารประเภทเส้นแล้วก็ยังนำมาใช้ปรุงรสอาหารต่างๆ ให้อร่อยได้มากมาย มารู้จักเมนซึยุ วิธีการเตรียม และเมนูอาหารแสนอร่อยจากเครื่องปรุงเมนซึยุกันค่ะ รู้จักเมนซึยุ เมนซึยุเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงอาหารสำคัญของญี่ปุ่นที่มีส่วนผสมของโชยุ มิริน และดาชิ (น้ำสต็อกสาหร่ายคอมบุหรือปลาโอแห้ง) คนญี่ปุ่นนิยมใช้เครื่องปรุงรสนี้เป็นซอสรับประทานกับอาหารประเภทเส้น ในญี่ปุ่นมีเมนซึยุหลากหลายประเภทโดยมีทั้งในรูปแบบเข้มข้นที่ต้องนำมาเจือจางด้วยน้ำ และแบบรับประทานได้เลย ด้วยมีส่วนผสมของโชยุ มิริน และดาชิ ซึ่งเป็นเครื่องปรุงหลักของอาหารญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นจึงใช้เป็นเครื่องปรุงรสอาหารเกือบทุกชนิด เช่น โอเด้ง ผัดผัก ยำญี่ปุ่น ต้มเคี่ยว สลัดผัก เทริยากิ หม้อไฟ สปาเก็ตตี้และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากการซื้อแบบสำเร็จรูปแล้วคนญี่ปุ่นยังนิยมเตรียมเมนซึยุเองด้วยวิธีการที่ง่ายมาก วิธีทำเมนซึยุ วัตถุดิบ โชยุ 50 มิลลิลิตร มิริน 50 มิลลิลิตร น้ำ 200 มิลลิลิตร ผงดาชิ 1 ช้อนชา วิธีทำ เติมน้ำลงในหม้อ เติมโชยุและมิรินลงไป ตั้งหม้อบนไฟอ่อน รอจนของเหลวเดือด จับเวลา 1 นาที จากนั้นปิดไฟ แล้วเติมผงดาชิลงไปคนให้เข้ากัน จากนั้นวางไว้จนเย็น นำมาใช้เป็นซอสเพื่อรับประทานกับโซบะและโซเม็งได้ทันที หรือนำไปใช้ปรุงอาหารต่างๆ ก็ได้ เมนูอาหารจากเครื่องปรุงเมนซึยุ 1. ปลาดิบแช่เมนซึยุ วัตถุดิบ ปลาแซลมอล ปลามากุโระ หรือปลาใดปลาหนึ่งตามชอบ 150 กรัม เมนซึยุสูตรเข้มข้น 2 เท่า 2 ช้อนโต๊ะ […]

“ยามะอินุดาเกะ” ภูเขามอสสวยแห่งโทคุชิมะที่คนอยากอาบป่าต้องมา!

จังหวัดโทคุชิมะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งภูเขาและทะเลที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “ภูเขายามะอินุดาเกะ (山犬嶽)” ภูเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องมอสธรรมชาติเขียวขจี เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศเงียบสงบแต่ลึกลับมีมนต์ขลัง ภูเขายามะอินุดาเกะคือภูเขาแบบไหน? ยามาอินุดาเกะ (山犬嶽) เป็นภูเขาสูงเกือบ 1,000 เมตร ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัดโทคุชิมะ ได้รับความนิยมในฐานะจุดชมมอสที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัด โดดเด่นเรื่องมอสธรรมชาติสวยงามระดับหาตัวจับยากกลางป่าไม้เขียวขจี ปกติแล้วสามารถมาเที่ยวชมมอสได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงพีคอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม เพราะฤดูนี้มอสจะเขียวสดที่สุด จนแค่มองก็รู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา ยิ่งพ่วงด้วยบรรยากาศลึกลับแต่มีมนต์เสน่ห์ของป่าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนชอบถ่ายภาพมอส หรือคนชอบเดินป่าต่างก็มาที่นี่เพื่อพักใจจากโลกแห่งความเป็นจริง ไปชมมอสได้ที่จุดไหน? แน่นอนว่าไฮไลท์หลักๆ ของภูเขายามะอินุดาเกะคือการมาชมมอส แต่จุดที่สามารถชมมอสได้นั้นอยู่กลางป่ากลางเขา จึงต้องเดินผ่านเส้นทางที่ลาดชัน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์ปีนเขาเต็มรูปแบบ ขอแค่ใส่เสื้อผ้าที่เดินได้สะดวกและวางแผนเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น เตรียมแผนที่หรือศึกษาเส้นทางก่อนก็ได้แล้ว ขอแนะนำให้เตรียมแผนที่ที่สามารถดูได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต เพราะในภูเขาอาจจะอับสัญญาณและทำให้หลงทางได้ จากทางขึ้นเขาจะไปถึงจุดชมมอสโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างทางจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับทิวทัศน์ธรรมชาติที่ปกคลุมด้วยมอสตลอดทางอีกด้วย ลองวัดพลังกายพิชิตยอดเขาดูไหม? อีกหนึ่งกิจกรรมที่มาภูเขายามาอินุดาเกะแล้วต้องลองคือการขึ้นไปให้ถึงยอดเขา เหมาะสำหรับคนที่มั่นใจในพลังกาย ชอบความท้าทาย ตัวยอดเขามีความสูง 977.2 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากบนนั้นเราจะได้เห็นวิวภูเขาจากมุมสูงแล้วยังรู้สึกภูมิใจที่พิชิตยอดเขาได้อีกด้วย อยากรับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ต้องมาที่นี่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในภูเขายามะอินุดาเกะจะมีพระจิโซ (地蔵) มากถึง 88 องค์ที่สร้างจำลองมาจาก “การแสวงบุญที่วัดทั้ง 88 แห่งของชิโกกุ (四国遍路)” เรียกสั้นๆ ว่า “โอะเฮ็นโระ (お遍路)” ซึ่งในอดีตเป็นการเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 88 แห่งรอบเกาะชิกุโดยพระโคโบไดชิ (弘法大師) เมื่อประมาณ 1,200 ปีก่อน บนเส้นทางที่ยาวกว่า 1,200 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อกันว่าผู้ที่ตามรอยและแสวงบุญได้ครบจะค้นพบตัวเองและเป็นอิสระจากทางโลก แต่ด้วยระยะทางที่ไกลมากทำให้การเดินทางไปแสวงบุญนั้นยากลำบาก จึงจำลองสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดเล็กทั้ง 88 แห่งขึ้นในแต่ละพื้นที่เรียกว่า “มินิแสวงบุญทั้ง 88 (ミニ八十八ヶ)” เพื่อให้ผู้ศรัทธาแสวงบุญได้ในเวลาอันสั้นแถมได้บุญเทียบเท่ากับไปสถานที่จริงอีกด้วย ซึ่งภูเขายามะอินุดาเกะก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยพระจิโซ 88 […]

วัฒนธรรม

ANNGLE PICK UP

งานสุดยิ่งใหญ่ LisAni!LIVE 2022 ณ Nippon Budokan พร้อมจับจองตั๋วได้แล้ววันนี้!

งานสุดยิ่งใหญ่ LisAni!LIVE 2022 นั้นมีกำหนดการที่จะจัดที่ Nippon Budokan ในระหว่างวันศุกร์ที่ 21 ถึงวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 โดยการแสดงในวันเสาร์ที่ 22 และวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคมนั้นจะมีการสตรีมทางออนไลน์อีกด้วย! สามาถซื้อตั๋วได้แล้ววันนี้! LisAni!LIVE คืองานเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 โดยบริษัทผลิตนิตยสารด้านอนิเมะและดนตรีอย่าง LisAni! ภายใต้คอนเซ็ปต์ คอนเสิร์ตแห่งปัจจุบันและเสียงเพลง โดยงาน LisAni!LIVE นั้นจะมีการแสดงจากศิลปินชั้นนำทั่วประเทศ สำหรับคอนเสิร์ตครั้งที่ 12 นี้จะกลับมาเป็นการแสดงสดอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน และต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา การแสดงจะถูกสตรีมทางออนไลน์อีกด้วย! สามารถดูรายชื่อศิลปินที่จะขึ้นแสดงในวันทนี่ 22 และ 23 มกราคมนี้ได้ดังนี้: ■ [วันที่ 1] วันที่ 22 มกราคม 2565 SATURDAY STAGE Ai Furuhata Eir Aoi halca IDOLY PRIDE Hoshimi Production [Sunny Peace]: Mai Kanno (“Sakura Kawasaki”), Moeko Yuki (“Rei Ichinose”), Nao Sasaki (“Haruko Saeki”), Kanon Takao (“Chisa Shiraishi)”. Yukina Shuto (“Shizuku Hyodo)  [Tsuki no […]

CROSSCUT ASIA Delicious! Online Film Festival ~พบกับภาพยนตร์น่าชมภายใต้ธีม “อาหารเลิศรส” และ TIFF “CROSSCUT ASIA” Encore~

Japan Foundation Asia Center ร่วมกับ Tokyo International Film Festival (TIFF) ขอนำเสนอ CROSSCUT ASIA Delicious! เทศกาลภาพยนตร์ออนไลน์ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 มกราคม ถึง วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ 2022 จากเดิมในปี 2014 ที่ CROSSCUT ASIA เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์ TIFF นั้น CROSSCUT ASIA ได้ทำการฉายภาพยนตร์จากหลากหลายประเทศในเอเชีย เน้นเฉพาะเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์จากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยผู้กำกับชาวเอเชีย หรือธีมที่หลากหลาย แต่ทั้งหมดมีความเป็นเอเชียมาเป็นเวลา 6 ปีจนถึงปี 2019 และในครั้งนี้ CROSSCUT ASIA ได้กลับมาในรูปแบบพิเศษแบบออนไลน์ พร้อมกับโปรแกรม 2 อย่าง CROSSCUT ASIA special edition ที่มีรายชื่อภาพยนตร์ “เลิศรส” มากมายจากเอเชีย ต่าง ๆ (หรือภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับอาหาร “เลิศรส” นั่นเอง) และ Encore! CROSSCUT ASIA โดยมีภาพยนตร์ให้รับชมทั้งหมด 12 เรื่อง ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ พบกับรายชื่อภาพยนตร์และโปรแกรมทั้งหมดที่สามารถรับชมได้ของประเทศไทยดังต่อไปนี้ เริ่มจากเทศกาลภาพยนตร์ CROSSCUT ASIA special edition ซึ่งจะมีรายชื่อภาพยนตร์เอเชียเกี่ยวกับอาหารทั้งหมด 7 เรื่อง […]

มาแล้ว! วิดีโอบันทึกการแสดงของ KiRiSaMe UNDERTAKER รับชมได้จนถึง 12 ธ.ค. นี้!

วิดีโอบันทึกการแสดงของ KiRiSaMe UNDERTAKER จะสามารถรับชมได้จนถึงวันที่ 12 ธันวาคม! การจัดงานครั้งแรกของ KiRiSaMe UNDERTAKER ภายใต้ชื่อ The trouble at the KiRiSaMe Festival! Find out the mystery of vanished Harrison and one million Lisvaletta pounds สามารถติดตามรายละเอียดของงานนี้รวมถึงรายละเอียดการปล่อยมิวสิควิดีโอเพลงโคฟเวอร์ Mozaiku Kakera ซึ่งเป็นเพลงปิดจากอนิเมะเรื่อง Code Geass Lelouch of the Rebellion ที่สามารถรับชมได้แล้ววันนี้! KiRiSaMe UNDERTAKER คือวงดนตรีที่มีสมาชิกทั้งหมด 5 คน ภายใต้สังกัด SUNRISE Music Label ในวันนี้พวกเขาได้จัดงานแสดงครั้งแรกของตัวเองภายใต้ชื่อ The trouble at the KiRiSaMe Festival! Find out the mystery of vanished Harrison and one million Lisvaletta pounds ที่ Shibuya GUILTY โดยพวกเขาได้แสดงเพลงต่าง ๆ มากมายจากอนิเมะและเกมชื่อดัง พร้อมกับแขกรับเชิญสุดพิเศษอีกมากมาย วันนี้พวกเขาปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง Mozaiku Kakera ซึ่งเป็นเพลงปิดจากอนิเมะเรื่อง Code Geass […]

โอคุโบะ โกชิ นักฟุตบอลไทยลีกชาวญี่ปุ่น พร้อมเปิดอะคาเดมี่แล้ว 2 ส.ค. นี้!

ข่าวดีสำหรับน้องๆ ที่มีใจรักในฟุตบอล โอคุโบะ โกชิ นักฟุตบอลไทยลีกชาวญี่ปุ่นพร้อมเปิด YUKI FOOTBALL ACADEMY แล้ว ในวันที่ 2 สิงหาคม 2020 นี้ นักฟุตบอลไทยลีกชาวญี่ปุ่นจะมาช่วยฝึกอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ระดับ beginner ไปจนถึง advance ใครเป็นแฟนไทยลีก & เจลีกที่อยากจะพัฒนาทักษะในการเล่นฟุตบอลอย่างผู้เชี่ยวชาญแล้วละก็ห้ามพลาด! 3 แนวคิดการฝึกสอนของ YUKI FOOTBALL ACADEMY บ่มเพาะความเป็นมนุษย์ พัฒนาทักษะพื้นฐานในการเล่นฟุตบอล พัฒนาความสามารถทางกีฬารอบด้าน 6 เหตุผล! ทำไมต้อง YUKI FOOTBALL ACADEMY เปิดโดยนักฟุตบอลมืออาชีพ มีนักฟุตบอลไทยลีกมาร่วมฝึกสอนทุกสัปดาห์ มีนักฟุตบอลเจลีกมาร่วมฝึกสอนทุกปี ข้าวกล่องที่ควบคุมดูแลโดยนักโภชนาการ ฝึกซ้อมบนสนามหญ้าจริง แผนการจัดกิจกรรมแข่งขันในต่างประเทศทุกปี รายละเอียดการฝึกซ้อมที่ YUKI FOOTBALL ACADEMY โปรโมชั่นพิเศษ สมัครก่อนรับส่วนลดก่อน! YUKI FOOTBALL ACADEMY เว็บไซต์: www.yukifootball.com LINE: kimiaki30 (contact to coach Kimi) Facebook: YUKI Football Academy IG: yuki.football.academy YouTube: YUKI FOOTBALL ACADEMY ขอแนะนำบทความนี้ด้วย: 10 ที่พักสไตล์ Art Hotel นอนสบายถ่ายรูปสวย เหมือนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ อัปเดต 4 โรงแรมใหม่ในโตเกียวที่มาพร้อมคาเฟ่สุดชิค ครบจบในที่เดียว 7 […]

เอาอะไรมาติด! ปลอดภัยตลอดไฟล์ทไปกับ ZIPAIR!

หลายคนคงเฝ้ารอคอยที่จะใช้บริการสายการบินราคาแจ่มอย่าง ZIPAIR อย่างใจจดใจจ่อ! ถึงแม้ว่าจะยังให้บริการระหว่างประเทศไม่ได้ แต่ทาง ZIPAIR ได้ออกมาตรการป้องกันโควิด-19 เพื่อรองรับสถานการณ์ปัจจุบันและหลังจากนั้นมาแล้ว จะมีมาตรการอะไรเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยการอย่างเราบ้า งมาดูไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ! ซันมิทสึคืออะไร? ทุกคนเคยได้ยินคำว่า “ซันมิทสึ” (3 密) มั้ยคะ? คำนี้เป็นคำที่รัฐบาลญี่ปุ่นใช้เตือนประชาชนถึงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ประกอบด้วยคำ 3 คำได้แก่ “มิชชู” (密集) การรวมตัวกัน “มิพเพ” (密閉) สภาพแวดล้อมปิด และ “มิซเซสึ” (密接) ความใกล้ชิด ซึ่งประชาชนชาวญี่ปุ่นเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ในอุตสหกรรมการบินมีทั้ง 3 สิ่งนี้ครบเลยเสียด้วย เพื่อขจัดความกังวลเหล่านั้น ทาง ZIPAIR จึงเริ่มใช้แนวคิด “New Basic” ที่เน้นการบริการที่ลดจุดสัมผัสร่วมให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ZIPAIR New Basic ทาง ZIPAIR เน้นให้บริการผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้นโดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการจองจนถึงขึ้นเครื่อง วัตถุประสงค์เดิมของการบริการผ่านสมาร์ทโฟนคือเพื่อลดเวลาในการรอขั้นตอนหน้าเคาน์เตอร์และการเช็คอิน แต่หลังจากสถานการณ์โควิด ZIPAIR ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ในด้านสุขอนามัย จึงใช้สมาร์ทโฟนเป็นสื่อกลางเพื่อลดจุดสัมผัสร่วม ในระหว่างขึ้น-ลงเครื่อง ผู้โดยสารต้องรักษาระยะห่างระหว่างกัน 2 เมตรตามมาตรการ Social Distancing เพื่อลดความแออัดและโอกาสที่จะสัมผัสกัน ผู้โดยสารทุกคนจะได้รับชุด “ZIPAIR Care Kit” ซึ่งประกอบด้วยหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์แพด และการ์ดแทนใจจาก ZIPAIR พนักงานบนเครื่องนอกจากต้องสวมหน้ากากอนามัยแล้วยังต้องสวมถุงมืออีกด้วย ส่วนอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องทุกอย่างจะเสิร์ฟลงบนถาด เพื่อลดจุดสัมผัสให้ได้มากที่สุดนั่นเอง อากาศบนเครื่องสะอาดกว่าที่คิด! หลายคนอาจจะกังวลเรื่องความสะอาดของอากาศภายในเครื่องซึ่งเป็นพื้นที่ปิด แต่จริงๆ แล้วอากาศบนเครื่องนั้นสะอาดกว่าที่คุณคิดค่ะ! อากาศภายในเครื่องก็คืออากาศที่รับมาจากภายนอกเครื่องนี่แหละ โดยเริ่มจากรับอากาศภายนอกเข้าไปหมุนเวียนภายในเครื่อง หลังจากนั้นก็ปล่อยออกสู่ภายนอกอีกครั้งในทุกๆ 2-3 นาที […]

เหตุผล 5 ข้อที่คนใส่สูทเลือก Suit Select จากญี่ปุ่นให้เป็นสูทในดวงใจ

เราจะหาสูทดีๆ สักตัวที่ Mix & Match แล้วทำให้คนใส่ดูดี เท่ มีสไตล์ แต่ในขณะเดียวกันยังคงมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกสบายได้ที่ไหนกันนะ? สูทที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นกับการใช้งานได้อย่างลงตัวสำหรับคนเมืองในราคาไม่แพงจนเกินไป ร้านสูทที่ไหนที่เราจะสามารถหา เสื้อเชิ้ต เสื้อกั๊ก เนคไท เข็มขัด รองเท้า และเครื่องประดับต่างๆ ได้ในที่เดียว? เหล่านี่คือคำถามที่ “Suit Select” แบรนด์สูทจากญี่ปุ่นมีคำตอบให้ “Suit Select” แบรนด์สูทจากญี่ปุ่น Suit Select เป็นแบรนด์สูทในเครือ KONAKA บริษัทเสื้อผ้าบุรุษญี่ปุ่น ซึ่งถูกก่อตั้งเมื่อปี 2001 ภายใต้ชื่อ “Suit Select 21” เพื่อนำเสนอสูทที่เรียกว่า Real Suit ต่อคนรุ่นใหม่ โดยเริ่มต้นที่สาขาโยโกฮามา ก่อนจะขยายสาขาออกไปยังภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่น ต่อมาในปี 2007 แบรนด์ Suit Select 21 ก็ถูกรีแบรนด์ใหม่เป็น “Suit Select” โดยซาโต้ คาชิวะ (佐藤 可士和) ครีเอทีฟและดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียงระดับโลก และเคยมีผลงานการสร้างแบรนด์ดังเช่น Uniqlo, Rakuten, Globeride และ Lissage มาแล้ว ซาโต้ คาชิวะ โปรดิวซ์แบรนด์ Suit Select ทั้งหมดตั้งแต่แบรนด์คอนเซ็ปไปจนถึงการพัฒนาสินค้า โดยเขาตั้งใจออกแบบ Suit Select ให้เป็นแบรนด์สูทที่รวมทั้งแฟชั่นและฟังก์ชั่นการใช้งานเข้าด้วยกันเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Suit Select ที่ใส่ใจทั้งในเรื่องของวัสดุและการตัดเย็บที่ทำให้ได้สูทในราคาที่เหมาะสม แต่มีคุณภาพดีอย่างไม่น่าเชื่อ! “Real Suit” […]

ZIPAIR เตรียมเปิดให้บริการเที่ยวบินโดยสารจากโตเกียว-กรุงเทพฯ แล้ว

ZIPAIR สายการบิน LCC ระดับพรีเมียมของสายการบิน Japan Airlines (JAL) เตรียมเพิ่มเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารจากโตเกียว (นาริตะ) – กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) แล้ว โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2564 เป็นต้นไป หลังจากที่เปิดให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ – โตเกียวไปแล้วก่อนหน้านี้ (อ่านข่าวเก่า) ตารางบิน โตเกียว (นาริตะ) – กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) (ตารางช่วงฤดูหนาว 1 ธันวาคม – 27 มีนาคม 2564) นาริตะ (NRT) – กรุงเทพฯ (BKK) | ZG51 | ออกจากนาริตะ 16.40 น. ถึงกรุงเทพฯ 22.00 น. | บิน 9 – 30 ม.ค. กรุงเทพฯ (BKK) – นาริตะ (NRT) | ZG52 | ออกจากกรุงเทพฯ 23.30 น. ถึงนาริตะ 7.15 น. (+1) | บินทุกวัน – เที่ยวบิน ZG51 เป็นเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลไทย และสามารถโดยสารได้เฉพาะผู้โดยสารที่ได้รับหนังสือรับรองการเข้าเมืองที่ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยเท่านั้น – ตารางเที่ยวบินขึ้นอยู่กับการอนุมัติของรัฐบาล * […]

แนะนำ Joyful Train: Joyful Train ทั้ง 13 ที่ขนความสนุกมาเต็มขบวน

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ รวมถึงบทความรีวิวรถไฟ Joyful Train ซีรี่ย์รถไฟที่มีรถไฟทั้งหมด 13 คันที่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ยานพาหนะเท่านั้น แต่รถไฟแต่ละขบวนต่างมีธีมเฉพาะของตัวเองที่จะมาสร้างความสนุกเพลิดเพลินให้กับการเดินทาง สำหรับบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ Joyful Train ทั้ง 13 ขบวนกันแบบครบที่เดียวจบ โดยเรามีแขกพิเศษคือคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้ชื่นชอบการเดินทางด้วยรถไฟ และได้เดินทางด้วย Joyful Train มาแล้วทุกขบวนมาเป็นไกด์ให้กับเราค่ะ! หยิบกระเป๋า กระชับตั๋วรถไฟในมือให้พร้อม แล้วมาออกเดินทางกันเลย! รู้จัก Joyful Train ทั้ง 13 ขบวนของ JR East เมื่อพูดถึงญี่ปุ่นคุณอาจจะนึกภาพรถไฟชินกันเซ็นที่มีทั้งความเร็วที่เหนือชั้นและเทคโนโลยีที่ล้ำยุค แต่การนั่งรถไฟสายท้องถิ่นไปตามแถบชนบทเองก็เป็นประสบการณ์การเดินทางที่ลืมไม่ลงเช่นกัน ในพื้นที่แถบตะวันออกของญี่ปุ่น รถไฟ Joyful Train (のってたのしい列車, Nottetanoshii Ressha) ของ JR East ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ว่านี้ โดยการพาผู้โดยสารอย่างคุณเดินทางไปบนขบวนรถไฟที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน พร้อมๆ กับค้นพบเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ท้องถิ่นที่รถไฟวิ่งผ่าน! นอกจากการเป็นยานพาหนะแล้ว รถไฟ Joyful Train แต่ละขบวนยังมาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แบ่งออกได้เป็นสี่กลุ่มดังนี้ 1.รถไฟที่มีการตกแต่งภายในเฉพาะตัวและมีกิจกรรมพิเศษบนขบวนรถ แม้จะดูไม่ค่อยออกเมื่อมองจากภายนอกขบวนรถ แต่เมื่อก้าวขึ้นไปคุณจะได้เห็นการตกแต่งภายในที่พิเศษแบบหาที่ไหนไม่ได้อีก โดยการตกแต่งภายในเหล่านี้จะอิงมาจากธีมเฉพาะตัวของขบวนรถ Toreiyu Tsubasa: ชินกันเซ็นที่มาพร้อมกับออนเซ็นเท้า ยามากาตะเป็นที่รู้จักในเรื่องของออนเซ็นรักษาโรคและผลไม้สดอร่อย และ Toreiyu Tsubasa ก็เป็นรถไฟความเร็วสูงที่สร้างขึ้นเพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ทั้งสองนี้ โดยบนขบวนรถมีทั้งที่นั่งเสื่อทาทามิ […]

[Interview] “แจนจัง” กับการตามหาสีที่ใช่ในกิจกรรม Personal Color ที่ @cosme

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ร้านเครื่องสำอาง @cosme store สาขาประเทศไทยเพิ่งจัดเวิร์คช็อป Personal Color ให้ลูกค้าได้มาค้นหาสีที่ใช่สำหรับตัวเอง โดยวัดจากสีผิว สีผม และสีตา เป็นต้น เพื่อให้สามารถเลือกสีเสื้อผ้าและเครื่องสำอางที่เข้ากับเราและช่วยเสริมออร่าให้เราได้แบบไม่มีพลาด ANNGLE มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณแจน-เจตสุภา เครือแตง หรือ แจนจัง นักร้องสาวเสียงใส อดีตสมาชิกวง BNK48 ที่ได้มาลองทำเวิร์คช็อปหา Personal Color ที่ @cosme store สาขาสยามเซ็นเตอร์ พร้อมกันนั้นยังได้ฟังเรื่องราวแบบ Exclusive เกี่ยวกับเวิร์คช็อปนี้เพิ่มเติมจากทีมงาน @cosme ด้วย มาฟังเรื่องราวเบื้องหลังกิจกรรม Personal Color ที่น่าสนใจ พร้อมฟังรีวิวกิจกรรม Personal Color จากแจนจังกันได้เลยค่ะ! “Personal Color” กิจกรรมพิเศษเฉพาะ @cosme store “Personal Color” เป็นกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก @cosme store ที่ให้สมาชิกได้ค้นหาเฉดสีที่ใช่และช่วยเสริมออร่าให้กับตัวเองได้ฟรี โดยมีทีมงานที่ผ่านการฝึกมาช่วยเช็คและแบ่งกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมออกตามคาแรคเตอร์ 4 สาว 4 ฤดู ได้แก่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ซึ่งแต่ละฤดูจะมีเฉดสีและลุคเฉพาะตัวของตัวเอง โดยเราสามารถใช้คาแรคเตอร์กลุ่มของเรามาเป็นไกด์ในการแต่งตัวให้เสริมลุคมีออร่าได้ สำหรับกิจกรรม “Personal Color” ประจำเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไรบ้างและมีเบื้องหลังอย่างไร? มาฟังจากทีมงาน @cosme store กันค่ะ “แจนจัง” กับการตามหาสีที่ใช่ในกิจกรรม Personal Color ที่ @cosme เป็นยังไงบ้างคะ น่าลองไปทำตามมากๆ เลยเนอะ […]

แนะนำ JOYFUL TRAIN: ชมทะเลสีฟ้าบนรถไฟภัตตาคารน้องใหม่ KAIRI

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ รวมถึงบทความรีวิวรถไฟ Joyful Train ซีรี่ย์รถไฟที่มีรถไฟทั้งหมด 13 ขบวนที่ไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะเท่านั้น แต่รถไฟแต่ละขบวนต่างมีธีมเฉพาะของตัวเองที่จะมาสร้างความสนุกเพลิดเพลินให้กับการเดินทาง สำหรับบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จัก KAIRI รถไฟภัตตาคารน้องใหม่ล่าสุดของ JR East ที่เปิดตัวเมื่อปี 2019 ซึ่งมาพร้อมกับวิวทะเลญี่ปุ่นและอาหารท้องถิ่นรสเลิศผ่านการรีวิวจากคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้ชื่นชอบการเดินทางด้วยรถไฟ และได้เดินทางด้วย Joyful Train มาแล้วทุกขบวน! สำหรับ KAIRI นี้จะมีอะไรบ้าง ไปอ่านรีวิวกันค่ะ นั่งรถไฟเลียบทะเลญี่ปุ่นไปกับ KAIRI ขอต้อนรับสู่ KAIRI (海里) รถไฟ Joyful Train ใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อไม่ถึงปีก่อน! นับเป็นโอกาสหายากที่จะมีรถไฟ Joyful Train ใหม่ถูกสร้างขึ้น และตัวฉันในฐานะแฟนตัวยงก็พลาดไม่ได้ ซึ่งฉันได้ลองขึ้นรถไฟนี้เพียงสองสัปดาห์หลังจากการเปิดตัวในเดือนตุลาคมปี 2019 ด้วยเส้นทางระหว่างนีงาตะ (新潟) และโชไน (庄内) ในจังหวัดนีงาตะและจังหวัดยามากาตะนี่เอง จึงเป็นที่มาของชื่อ KAIRI โดยมาจากทะเลสวยงาม (kai) และชุมชนชนบทที่มีเสน่ห์ (ri) ในพื้นที่ รถไฟ KAIRI มีจุดเด่นที่อาหารท้องถิ่นของนีงาตะและโชไนที่เสิร์ฟบนรถ และวิวทะเลญี่ปุ่นตระการตาที่เห็นได้ขณะผ่านเส้น JR Uetsu Main (羽越本線 Uetsu-honsen) อร่อยกับอาหารบน KAIRI ตู้รถคันที่ 4 ของ KAIRI […]

ท่องเที่ยว

แนะนำวิธีซื้อตั๋ว USJ ล่วงหน้า พร้อมวิธีจองบัตรเข้าโซนใหม่ยอดฮิต Super Nintendo World

ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกแห่งความสุขกับธีมปาร์คชื่อดังยอดนิยมอันดับต้นๆ ของเอเชีย Universal Studio Japan เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2021 ทาง Universal Studio Japan ได้เปิดตัวโซนใหม่ที่เป็นดาวเด่นมาแรงไม่แพ้โซน “The Wizarding World of Harry Potter” หรือ “Minion Park” เลย นั่นคือ “Super Nintendo World” ซึ่งในบทความนี้เราก็จะมาแนะนำให้รู้จักกับโซนนี้กันค่ะ Universal Studio Japan สวนสนุกที่ใครก็ใฝ่ฝัน สำหรับ Universal Studio Japan หรือเรียกย่อๆ ว่า USJ แห่งนี้อยู่ที่จังหวัดโอซากะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตในประเทศญี่ปุ่นและในโซนเอเชียที่จะช่วยสานฝันของทุกคนให้เป็นจริง! เพราะสามารถใกล้ชิดกับฉากจำลองภาพยนต์หรือตัวละครจากการ์ตูนเรื่องโปรดชนิดที่ทำให้ใจฟูด้วยความฟิน รวมถึงเครื่องเล่นสนุกๆ มากมายและการต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเองของพนักงานตามเครื่องเล่นและร้านค้าต่างๆ เพื่อให้ทุกคนเที่ยว USJ ได้อย่างเต็มที่ไม่มีสะดุด ในบทความนี้จึงขอแนะนำวิธีการซื้อบัตรรวมถึงโซนน่าสนใจต่างๆ ในปาร์คกันค่ะ ซื้อบัตร USJ ได้ที่ไหนอย่างไรบ้าง? ช่องทางการซื้อบัตรเข้า USJ นั้นสามารถซื้อได้ทั้งจากเว็บไซต์ของ Universal Japan โดยตรง หรือจะซื้อบัตรที่บูธหน้างานเลยก็ย่อมได้ แต่…! เราขอแนะนำว่าวิธีที่ดีที่สุดคือ “การซื้อบัตรล่วงหน้า” เนื่องจากเป็นสวนสนุกชื่อดังที่มีผู้คนเข้าใช้บริการคับคั่งเป็นประจำทุกวันไม่เว้นวันหยุด เราจึงจำเป็นต้องเผื่อเวลาในการยืนรอเครื่องเล่นเอาไว้ หากเราต้องไปซื้อบัตรหน้างานจะยิ่งทำให้เสียเวลาต่อแถวไปอีก การจองบัตรล่วงหน้าไปจึงจำเป็นมากกว่าที่เราคิด เช่น การซื้อบัตรผ่านเว็บไซต์ KKday ก็เป็นอีก 1 ช่องทางที่แนะนำ เมื่อเราซื้อบัตรล่วงหน้าแล้วเพียงแค่นำ QR Code ที่ได้ไปยื่นให้พนักงานแสกนที่ทางเข้าเท่านั้นเอง สะดวกและประหยัดเวลาสุดๆ ไปเลย เว็บไซต์ KKday […]

ปักหมุดที่เที่ยวยอดฮิตใน 5 เมืองหลักจังหวัดฮอกไกโด!

ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนํ้าพุร้อน สวนดอกไม้ โรงงานทำแก้ว ฯลฯ จึงไม่แปลกที่จะรู้สึกลังเลสับสนไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวส่วนไหนดี!? บทความนี้จึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวใน 5 เมืองหลักของฮอกไกโดมาให้แล้ว จะมีที่ไหนบ้างมาดูกันเลยค่ะ! 1. ซัปโปโร ซัปโปโรเป็นเมืองหลวงของฮอกไกโดมีประชากรเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งถือว่ามากอันดับสี่ของญี่ปุ่น มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายและกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี เดินทางสะดวก มีการผสมผสานระหว่างเสน่ห์ของเมืองและธรรมชาติได้อย่างลงตัว เนื่องจากตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบ ส่วนทางตะวันตกและทางใต้รอบล้อมด้วยภูเขาสูง ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม 1.1 อดีตที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโด (Former Hokkaido Government Office) อาคารนี้เคยเป็นที่ทำการของรัฐบาล สร้างขึ้นในสมัยเมจิ (ค.ศ.1888) ก่อด้วยอิฐแดงสไตล์นีโอบาโรก ปัจจุบันได้รับเลือกให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญระดับประเทศ และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดฮอกไกโด บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของฮอกไกโด ส่วนการเดินทางก็สะดวกมากๆ เพราะอยู่ใกล้กับสถานีซัปโปโรเลยค่ะ แต่ตอนนี้ปิดทำการปรับปรุงจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เลย ถึงจะเข้าไปไม่ได้แต่ได้มาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศรอบๆ ก็ไม่เลวนะ! ที่ตั้ง: 6 Chome-1 Kita 3 Jonishi, Chuo Ward, Sapporo, Hokkaido 060-0003 การเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงที่ JR Sapporo Station แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที ค่าเข้า: ไม่มี เวลาทำการ: 8.45 – 18.00 (ตอนนี้ปิดชั่วคราว) 1.2 หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Tokeidai) สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1878 แต่เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็นอาคารปฏิบัติงานของวิทยาลัยเกษตรซัปโปโร หรือมหาวิทยาลัยฮอกไกโดในปัจจุบัน อาคารนี้ได้รับเลือกให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ […]

10 ของใช้จำเป็นที่ควรพกเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น

ทุกคนเคยไหมคะ? ไปเที่ยวแต่ดันเตรียมของไม่ครบจนทริปนั้นหมดสนุก ยิ่งถ้าเราไปเที่ยวต่างประเทศแล้วลืมของใช้อะไรสักอย่างจะเป็นอะไรที่เซ็งมาก จะหาซื้อก็เสียเวลาเสียเงินโดยใช่เหตุ ดังนั้นเราจึงรวบรวมของใช้จำเป็นที่ควรพกเมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมาฝากกันค่ะ 1. ผ้าเช็ดหน้า เดี๋ยวนี้คงไม่ค่อยมีใครพกผ้าเช็ดหน้า แต่เหตุผลที่ควรพกเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นเพราะห้องน้ำสาธารณะที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีทิชชู่สำหรับเช็ดมือ หรือตามร้านอาหารก็จะมีแต่ทิชชู่เปียกสำหรับเช็ดมือ ไม่ค่อยมีทิชชู่แห้งตามโต๊ะไว้สำหรับเช็ดปากเหมือนในประเทศไทย การพกผ้าเช็ดหน้าจึงจำเป็น และอาจจะสะดวกกว่าการพกทิชชู่แบบซอง แต่ถ้าใครไม่ค่อยพกผ้าเช็ดหน้าติดตัวอาจจะไปหาซื้อที่ร้านขายของฝากตามสถานที่ท่องเที่ยวก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าสามารถหาซื้อได้ง่ายแถมยังมีลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์ 2. เงินสด แม้ปัจจุบันจะเริ่มเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดแล้ว แต่ก็ใช่ว่าทุกประเทศจะสามารถทำได้ 100% ถึงเราจะใช้บัตรเครดิตจ่ายได้แต่หากซื้อของตามร้านค้าที่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า เช่น ร้านอาหารข้างทาง, ร้านราเม็งตามตรอกเล็กๆ เป็นต้น บอกเลยว่าการพกเงินสดไปด้วยเป็นสิ่งที่จำเป็นมากทีเดียว ข้อดีคือประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้เราสามารถพกเงินสดจำนวนมากออกไปข้างนอกได้อย่างไม่ต้องกังวล 3. กระเป๋าใส่เงินเหรียญ เงินชนิดเหรียญของญี่ปุ่นนั้นมีตั้งแต่ 1, 5, 10, 50, 100 จนถึง 500 เยน หากเราจ่ายด้วยแบงค์เงินสดอาจได้รับเงินทอนเป็นเหรียญมาจำนวนมาก ใครที่พกกระเป๋าเงินแบบใส่เงินเหรียญได้แค่ไม่กี่เหรียญคงลำบาก อีกทั้งในบางสถานที่ เช่น หน้าซูเปอร์มาเก็ต ในห้างสรรพสินค้า ก็จะมีตู้กาชาปองไว้หยอดเหรียญ หรือในศาลเจ้าญี่ปุ่นก็จะมีกล่องใส่เหรียญ 5 เยน เมื่อไปสักการะเทพเจ้าด้วย ดังนั้นหากพกกระเป๋าใส่เงินเหรียญก็จะทำให้หยิบใช้ได้สะดวก 4. ถุงพลาสติก บางคนได้ยินมาว่าบ้านเมืองญี่ปุ่นสะอาดมากถึงขนาดที่ไม่มีเศษขยะเกลื่อนกลาดตามพื้นถนนให้เห็น คงคิดว่าประเทศเขามีถังขยะหลายจุดจนสามารถทิ้งขยะได้ทุกที่ใช่ไหมคะ? ความจริงแล้วหายากพอสมควรค่ะ เคยต้องพกขยะติดตัวตลอดทางจนถึงโรงแรมเลยก็มี ถ้าไม่เจอร้านสะดวกซื้อก็แทบไม่เจอถังขยะเลย แต่ถ้าเจอจุดทิ้งขยะนี่ถือว่าโชคดีมาก ใครที่ไม่อยากมีประสบการณ์แบบนั้นขอแนะนำให้พกถุงพลาสติกติดตัวไปด้วย เพราะจะได้เอาไว้ใส่ขยะนำกลับไปทิ้งที่โรงแรมหากหาถังขยะไม่เจอ และไม่หกเลอะเทอะเปื้อนกระเป๋าของเรา แนะนำเพิ่มเติมสำหรับนักช้อปว่าให้พก eco bag ไปด้วยเพราะสะดวกเวลาช้อปปิ้งเหมือนกัน 5. บัตรโดยสาร IC Card ส่วนที่ทำให้สามารถเดินทางในญี่ปุ่นได้สะดวกมากยิ่งขึ้นคือการมีบัตรโดยสาร IC Card ไม่ว่าจะเป็นบัตร Pasmo หรือ Suica ก็สามารถใช้เดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสได้อย่างสะดวกพียงแค่เติมเงินเข้าไปในบัตร นอกจากจะใช้เดินทางแล้วยังสามารถใช้ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ตู้กดน้ำอัตโนมัติ […]

สัมผัสญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ผ่าน 5 ที่เที่ยวในโตเกียว!

วัฒนธรรมย่อย หรือ Subculture (หมายถึง วัฒนธรรมเล็กๆ ของคนกลุ่มหนึ่ง ที่อาจมีแนวคิด ความชอบ ขนบธรรมเนียมประเพณี ฯลฯ แตกต่างจากคนกลุ่มใหญ่ เช่น กลุ่มคนชอบเล่นเกม กลุ่มคนชอบแต่งคอสเพลย์ เป็นต้น) มีให้เห็นอยู่แทบทุกประเทศ วัฒนธรรมย่อยของญี่ปุ่นเองก็มีเหมือนกันค่ะ และบางวัฒนธรรมก็ถูกเผยแพร่ออกไปสู่ภายนอกจนเป็นกลายเป็นจุดหมายในการเดินทางมาญี่ปุ่นของใครหลายๆ คน ในบทความนี้จะมาแนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียว ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมย่อยที่อยู่ร่วมกับวัฒนธรรมหลักได้อย่างกลมกลืน ทำให้ได้เห็นญี่ปุ่นในอีกมุมมอง ซึ่งจะช่วยให้เพื่อนๆ ได้สัมผัสประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่อาจไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน! 1. ชมการฝึกยามเช้าของนักซูโม่   ดูโพสต์นี้บน Instagram   โพสต์ที่แชร์โดย 錦織 祐一 (@nishigori_y) ซูโม่เป็นกีฬาประจำชาติของญี่ปุ่น ในโตเกียวมีโรงฝึกซูโม่มากกว่า 40 แห่ง แต่ส่วนใหญ่มักไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม “อาราชิโอะเบยะ (Arashio-beya)” เป็นโรงฝึกซูโม่ที่อยู่ใจกลางกรุงโตเกียวซึ่งเปิดให้คนทั่วไปสามารถชมการฝึกซ้อมยามเช้าของนักซูโม่ได้ ผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของโรงฝึกที่หันออกไปทางถนน เราจะได้เห็นภาพนักซูโม่กำลังทุ่มเทฝึกฝนอย่างจริงจัง หรือเวลาที่นักซูโม่ปะทะพลังกันจนสัมผัสได้ถึงพละกำลังและความแข็งแกร่งได้เป็นอย่างดี Arashio-beya Sumo Stable (荒汐部屋) ที่ตั้ง : 2 Chome-47-2 Nihonbashihamacho, Chuo City, Tokyo 103-0007, Japan เวลาให้บริการ : 6:30 ~ 10:00 a.m. การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokyo Metro Hibiya Line (東京メトロ日比谷線) ไปลงสถานี Ningyocho Station (人形町駅) แล้วเดินต่ออีก […]

“หม้อไฟปลาอังโค” เมนูเลิศรสที่หาทานได้เฉพาะในฤดูหนาวจังหวัดอิบารากิเท่านั้น!

ปลาอังโค (あんこう) หรือปลาแองเกลอร์ เป็นปลาหน้าตาประหลาด ลำตัวแบน หัวโต มีฟันแหลมคม อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึก ถ้าเห็นแล้วอาจคิดว่าไม่น่าเอามาทำอะไรทานได้ แต่เจ้าปลาอังโคถือเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศของสุดยอดอาหารช่วงฤดูหนาวในจังหวัดอิบารากิเลย เพราะ “หม้อไฟปลาอังโค (Anko-Nabe, あんこう鍋)” จัดเป็นอาหารที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนยืนหนึ่งของอาหารประจำจังหวัดอิบารากิในช่วงฤดูหนาว ถึงขั้นมีคำกล่าวสำหรับของดีญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวที่ว่า “ทิศตะวันออกต้องปลาอังโค ทิศตะวันตกต้องปลาปักเป้า” หน้าตาของหม้อไฟปลาอังโคอาจจะดูเหมือนเมนูหม้อไฟทั่วไป แต่ใครจะรู้ว่าอาหารจานเด็ดเมนูนี้มีประโยชน์หลายอย่าง สาว ๆ ญี่ปุ่นยังชอบทานกันมาก เพราะปลาอังโคเป็นปลาที่มีรสชาติบางเบาไม่หนักท้อง มีไขมันและแคลอรี่ต่ำ แถมยังอุดมไปด้วยคอลลาเจน บทความนี้เราจะมาพูดถึง 7 เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่าง ๆ ของหม้อไฟปลาอังโค ไปจังหวัดอิบารากิช่วงฤดูหนาวอย่าลืมไปชิมเมนูนี้กันล่ะ ไม่อย่างนั้นจะเหมือนมาไม่ถึงอิบารากินะ 1. “หม้อไฟปลาอังโค” คืออะไร? หม้อไฟปลาอังโค หรือ อังโคนาเบะ เป็นจานอาหารที่ใช้ปลาอังโค (หรือปลาแองเกลอร์) เป็นวัตถุดิบหลัก โดยจะใช้ส่วนประกอบ 7 อย่างของปลาอังโค ผัก และซุปวาริชิตะ ใส่รวมกันลงในหม้อไฟ ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงเพียง 2 อย่างคือมิโสะและซีอิ๊ว หม้อไฟปลาอังโคจึงมีรสชาติอ่อนไม่จัดจ้าน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสูตรของคนทำแต่ละคนด้วย หม้อไฟปลาอังโคในแต่ละร้านอาหารจึงอาจมีรสชาติที่แตกต่างกัน สำหรับคนที่ไม่เคยลองเมนูนี้มาก่อน ลองทานเป็นเมนูหม้อไฟปลาอังโคแบบธรรมดาไปก่อนได้ หรือถ้าอยากลองแบบที่มีรสชาติเข้มข้นกว่าหม้อไฟปลาอังโคปกติ ให้ลองทานเป็น “ซุปโดบุจิรุ (どぶ汁)” ดู จะเป็นซุปที่เคี่ยวกับตับปลาอังโคที่ละลายในนั้น ให้รสชาติเข้มข้นไปอีกแบบ 2. “ซุปโดบุจิรุ” อีกหนึ่งรสชาติสุดเข้มข้น ว่ากันว่าซุปโดบุจิรุมีที่มาจากชาวประมงบนเรือที่ต้องใช้น้ำอย่างประหยัดในการปรุงอาหาร ใช้วัตถุดิบเพียงปลาอังโคสับ ปรุงด้วยน้ำจากผักที่ใส่ลงไป เพิ่มเติมรสชาติด้วยตับและมิโสะเท่านั้น ได้ออกมาเป็นซุปรสชาติกลมกล่อม แต่คนที่ไม่เคยทานมาก่อนอาจจะไม่คุ้นกับกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้น 3. “ส่วนประกอบทั้ง 7 ของปลาอังโค” มีอะไรบ้าง   ดูโพสต์นี้บน Instagram […]

ไปโกเบต้องแวะ! แนะนำ 6 คาเฟ่น่ารักพร้อมขนมอร่อยในจังหวัดเฮียวโกะ

พูดถึงคาเฟ่ในแถบคันไซ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมไปกันที่โอซาก้าและเกียวโต แต่จริง ๆ แล้วจังหวัดอื่น ๆ ในแถบคันไซก็มีคาเฟ่เก๋ ๆ ขนมอร่อย ๆ อีกมากมายหลายแห่ง วันนี้เราจะมาแนะนำ 6 คาเฟ่น่าไปในจังหวัดเฮียวโกะ เผื่อใครไปเที่ยวแถบโกเบ จะได้ไปลองนั่งพักผ่อนจิบกาแฟชิมขนมชิล ๆ กันนะคะ 1. soleda   ดูโพสต์นี้บน Instagram   โพสต์ที่แชร์โดย アヤネ (@aynsyt)   ดูโพสต์นี้บน Instagram   โพสต์ที่แชร์โดย 지니 (@geniesuke) ร้านแรกคือ soleda ใน Motomachi เป็นคาเฟ่เกาหลีที่เพิ่งเปิดให้บริการในปี 2021 ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวแบบเรียบง่ายและมีพร็อบเป็นของจุ๊กจิ๊ก ๆ สไตล์เกาหลี น่ารักโดดเด่นเหมาะสำหรับสาว ๆ สายเกามาก ๆ เมนูจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แถมเค้กและขนมของที่นี่ก็ดูน่ารัก สีสันสดใสตัดกับร้านสีขาว ถ่ายรูปออกมาสวยมาก และยังมีครอฟเฟิลกรุบกรอบให้เลือกได้หลากหลายรสชาติ อย่าลืมลองสั่งมาชิมกันนะ soleda ที่อยู่ : Japan 〒650-0022 Hyogo, Kobe, Chuo Ward, Motomachidori, 3 Chome-12-13 1F/B1F วัน-เวลาทำการ : วันธรรมดา 13.00-18:00 น. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.00-18:00 น. ปิดวันพุธ การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR มาลงที่ […]

สัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดวาฬกว่าใครที่ “เมืองวาฬ” ในจังหวัดวาคายามะ

สถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นมีทั้งเกาะแมว, เกาะกระต่าย, หมู่บ้านจิ้งจอกแดง ฯลฯ แล้วทุกคนทราบไหมคะว่ามี “เมืองวาฬ” ที่เราสามารถดูวาฬได้อย่างใกล้ชิดอยู่ด้วยนะ มารู้จักกับ “เมืองวาฬ” กันเถอะ เมืองไทจิ (Taiji, 太地町) หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ เมืองวาฬ (Kujira no Machi, クジラの町) เป็นเมืองท่าเล็กๆ อยู่ในจังหวัดวาคายามะ มีประชากรเพียง 3,000 คนเท่านั้น เป็นพื้นที่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยทะเลจึงอุดมไปด้วยอาหารทะเลมากมายหลายชนิด บริเวณใกล้ๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “น้ำตกนะชิ (Nachi no Taki, 那智滝)” และเส้นทาง “คุมาโนะโคโด (Kumano Kodo, 熊野古道)” อันเก่าแก่ซึ่งเป็นมรดกโลกของจังหวัดวาคายามะ ทำให้ที่นี่มีโรงแรมตั้งอยู่หลายแห่งและมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบายเหมาะกับการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงเป็นสถานที่ที่มีผู้คนเดินทางมาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย นอกจากนี้ตัวเมืองยังมีอุทยาน “Yoshino Kumano National Park (吉野熊野国立公園)” ที่มีจุดชมวิวสวยงามแบบพาโนรามาให้ได้ชมกันด้วย ในอดีตเมืองวาฬเคย “ล่าวาฬ” มาก่อน เมืองไทจิเป็นเส้นทางที่วาฬมักว่ายผ่านไปมาเป็นประจำจึงสามารถชมวาฬได้ตลอดทั้งปี แต่รู้หรือไม่คะว่าที่มาของชื่อ “เมืองวาฬ” ที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันมาแต่เดิมนั้นไม่ได้มาเพราะเป็นเมืองที่ใกล้ชิดวาฬมากที่สุด แต่มาจากการที่เมืองนี้เคย “ล่าวาฬ” มาก่อน แต่ปัจจุบันเมืองนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ผู้คนจะได้อยู่ร่วมกับวาฬอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าที่ไหน ญี่ปุ่นล่าวาฬไปทำไม? อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ “การล่าวาฬในอดีต วันนี้ และวันหน้าของญี่ปุ่น” ภายในบริเวณมีของที่เกี่ยวข้องกับวาฬและวัฒนธรรมการล่าวาฬในอดีต เช่น ประภาคารที่เคยใช้น้ำมันวาฬเป็นเชื้อเพลิง แท่นไว้สำหรับให้คนสอดส่องวาฬในทะเลและออกคำสั่งล่า ร่องรอยของเนินดินที่เอาไว้ใช้ติดต่อคำสั่งล่าวาฬ รวมถึงอนุสรณ์สถานรูปวาฬเพื่อเคารพและขอบคุณเหล่าวาฬที่ถูกฆ่าไปจำนวนมาก ฯลฯ หลายสถานที่ที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยเกี่ยวกับวาฬเหล่านี้ และเรื่องราวที่บอกเล่าถึงวัฒนธรรมการล่าวาฬในทะเลคุมาโนะสื่อถึงวิถีชีวิตที่มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับวาฬ กลายเป็นมรดกญี่ปุ่นไปเรียบร้อยแล้ว มรดกญี่ปุ่นคืออะไร? อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ “มารู้จักกับนิยามของสิ่งที่เรียกว่า “มรดกญี่ปุ่น” กันดีกว่า!” แนวคิด 4 […]

วัดแมว Gotanjoji วัดในจังหวัดฟุคุอิที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยแมว!

จังหวัดฟุคุอิ เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ในภูมิภาคชูบุ ติดกับทะเลและโอบล้อมไปด้วยภูเขารวมถึงธรรมชาติอันงดงาม แต่หากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการชมอะไรสวยๆ งามๆ ไปเสพความน่ารักทางสายตาและสัมผัสขนนุ่มๆ ของสิ่งมีชีวิตสุดน่าเอ็นดูในจังหวัดฟุคุอิ ขอแนะนำ “วัด Gotanjoji (御誕生寺)” วัดที่เต็มไปด้วยแมวไม่ว่าจะเป็นตัวน้องแมวที่เดินกันอย่างอิสระภายในวัด เซียมซี ภาพวาด ของที่ระลึก ตราประทับศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้กระทั่งบนรูปปั้นพระพุทธรูปหิน! “วัดแมว” วัดที่เต็มไปด้วยแมว เมี้ยววว   ดูโพสต์นี้บน Instagram   โพสต์ที่แชร์โดย Taberu.Makie.Revolution (@ussimakki) วัด Gotanjoji ตั้งอยู่ในเมือง Echizen จังหวัดฟุคุอิ หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า “วัดแมว” ส่วนที่มาของชื่อนั้นมาจากตอนเริ่มสร้างวัด เจ้าอาวาสเห็นน้องแมว 4 ตัวในลังกระดาษอยู่ภายในบริเวณวัดที่กำลังมีการก่อสร้าง ท่านเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้จึงให้ข้าวให้น้ำ ดูแลเป็นอย่างดี ในปัจจุบันมีแมวเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 ตัวซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแมวที่ถูกทอดทิ้งหรือบาดเจ็บได้ป่วย ทางวัดจึงช่วยดูแลให้   ดูโพสต์นี้บน Instagram   โพสต์ที่แชร์โดย @assan0206 ด้วยความที่ทางวัดปล่อยให้น้องแมวเดินเล่นภายในวัดได้อย่างอิสระเสรี จึงเป็นที่รู้กันดีของเหล่าทาสแมวทั่วประเทศว่าถ้าอยากมาน้วยแมว นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด! แมวที่นี่คุ้นชินกับคนแล้ว บางตัวก็จะมานัวเนียถูไถให้เหล่าทาสปริ่มหัวใจก็มี แต่หากโชคไม่ดีอาจจะมีโอกาสได้เจอน้องแค่ตัวสองตัว เพราะน้องอยู่ทั่วบริเวณของวัด บางตัวก็อาจจะหลบอยู่ตามมุมโน้นมุมนี้บ้าง ใครอยากเห็นน้องแมวมารวมตัวกันเยอะๆ ขอแนะนำให้มาช่วงที่พระให้อาหารแมว นั่นคือช่วง 7 โมงเช้าและบ่าย 3 โมงครึ่ง เหล่าน้องแมวจะกรูกันเข้ามาเพื่อกินอาหาร เป็นดั่งช่วงแฟนมีตที่เจอน้องได้ง่ายที่สุดเลย มีชื่อเสียงในด้าน “ผูกดวงชะตา” และ “ให้กำเนิดบุตร”   ดูโพสต์นี้บน Instagram   โพสต์ที่แชร์โดย nao (@sunao00372) […]

ป้ายยา! นั่งรถไฟ Local ตะลอนโทโฮคุชิวๆ ในฤดูหนาว

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่น โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถนั่งรถไฟไปได้ รีวิวรถไฟสุดพิเศษของ JR East และอีกมากมาย! คนที่ชอบเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูหนาวอาจจะเลือกไปฮอกไกโดกันเป็นหลัก แต่ถ้าอยากหลบผู้คนล่ะก็ โทโฮคุก็เป็นอีกที่หนึ่งที่มีหิมะหนาปุยและมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ซึ่งวิธีเที่ยวโทโฮคุในฤดูหนาวให้สนุกมีมากมาย ตั้งแต่การไปเที่ยวตามเทศกาลฤดูหนาว การเล่นสกี ไปจนถึงการเที่ยวแบบ Slow Life โดยนั่งรถไฟเที่ยวย่านชนบทเพื่อสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่น และถ้าการนั่งรถไฟเที่ยวแบบนี้คือ Vibe การเที่ยวที่เพื่อนๆ กำลังมองหาล่ะก็ เรามีรีวิวการเที่ยวไปตามทางรถไฟสายท้องถิ่นในโทโฮคุจากคุณ Kevin Koh มาฝากกัน! ท่องแดนหิมะไปกับทางรถไฟท้องถิ่นโทโฮคุในฤดูหนาว เวลานั่งรถไฟเที่ยวในทริปวันหยุด คุณจะใช้เวลาบนรถกันอย่างไรกันบ้าง? บางคนอาจจะถ่ายรูปบรรดารถไฟที่คุณเจอไว้หลายรูป โดยเฉพาะรถไฟพิเศษเช่นรถจักรไอน้ำหรือบรรดารถไฟ Joyful Train ด้วยทางรถไฟท้องถิ่นมากมายในญี่ปุ่นที่มีทั้งของ JR และไม่ใช่ของ JR แบบนี้ จึงมีรถไฟให้นั่งและวิวให้มองเยอะไม่หวาดไม่ไหวแน่นอน! แม้ญี่ปุ่นจะสวยงามในทุกฤดู แต่ผมชอบการนั่งรถไฟยาวๆ ในฤดูหนาวเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หิมะจะเปลี่ยนวิวรอบข้างให้ดูราวกับภาพวาดหมึกสีขาวดำ และนี่คือบางส่วนของทางรถไฟท้องถิ่นในภูมิภาคโทโฮคุ (東北地方 Tōhoku-chihō) ที่ผมชอบเดินทางและถูกบริหารโดย JR East! ทางรถไฟสาย Kitakami (北上線) ทางรถไฟสาย Kitakami (北上線 Kitakami-sen) เชื่อมสถานี Kitakami (北上駅 Kitakami-eki) ในเมืองคิตาคามิ (Kitakami City) ของจังหวัดอิวาเตะกับสถานี Yokote (横手駅 Yokote-eki) ในเมืองโยโกเตะ (Yokote City) ของจังหวัดอาคิตะ ด้วยระยะทาง […]

อิ่มตาอิ่มพุง! จับคู่วิวใบไม้เปลี่ยนสีกับเมนูอร่อยในโทโฮคุ

“ใบไม้เปลี่ยนสี” และ “ของกิน” เป็น 2 คำที่นิยามฤดูใบไม้ร่วง และเป็นอะไรที่หลายคนต่างรอให้กลับมาในทุกๆ ปี ก็เนอะ ใครไม่ชอบของอร่อยบ้างล่ะ! และสำหรับใครที่อยากฉลองเทศกาลแห่งสีสันธรรมชาติร้อนแรงพร้อมอร่อยไปกับของกินท้องถิ่นสุดยูนีคประจำฤดูกาล ท็อปและคิน สองนักเขียนของ ANNGLE ขอกวักมือชวนทุกคนขึ้นรถไฟไปจังหวัดฟุกุชิม่า จังหวัดอาคิตะ และจังหวัดอาโอโมริของภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งเป็นภูมิภาคหนึ่งที่รวมของอร่อยและวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดฟุกุชิม่า พิกัดวิวใบไม้เปลี่ยนสีจังหวัดฟุกุชิม่า “ปราสาทสึรุกะ” เริ่มกันที่แรกที่ใกล้โตเกียวที่สุดกันก่อน นั่นคือปราสาทสึรุกะ (鶴ヶ城, Tsuruga Castle) ในจังหวัดฟุกุชิม่า ปราสาทสึรุกะตั้งอยู่ในเมืองไอสึ-วากามัตสึ (会津若松, Aizu-Wakamatsu) เมืองที่ผูกอยู่กับประวัติศาสตร์ซามูไร และแน่นอนว่าปราสาทสึรุกะเองก็เป็นฉากหลังในเหตุการณ์สำคัญๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในสงครามโบชินช่วงปีค.ศ. 1868 แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แต่ปัจจุบันปราสาทสึรุกะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองไอสึ-วากามัตสึ และเป็นปราสาทที่มีหลังคาสีแดงซึ่งหาชมได้ยากในบรรดาปราสาททั่วประเทศญี่ปุ่น และสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพปราสาท ปราสาทสึรุกะเป็นปราสาทที่ว่ากันว่าจะอยู่ตรงไหนก็หามุมสวยถ่ายได้ตลอด โดยเฉพาะช่วงซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ตอนที่ท็อปและคินไปถึงเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ถึงอย่างนั้นรอบๆ ปราสาทก็มีต้นแปะก๊วยสีเหลืองให้ชมกันแล้ว (ถึงจะยังเหลือสีอมเขียวนิดๆ ของฤดูร้อนอยู่บ้างก็ตาม) ตอนแรกก็นึกอยู่ว่าสวนปราสาทกว้างขนาดนี้ จะเริ่มถ่ายรูปจากตรงไหนดี แต่ก็ไม่ต้องคิดมากเลย เพราะเดินแป๊บๆ ก็ได้มุมถ่ายรูปแล้ว ซึ่งจุดแรกคือใต้ต้นแปะก๊วยที่ถูกตัดแต่งกิ่งให้พอมองเงยขึ้นแล้วจะรับกับรูปทรงของปราสาทได้สวยแต่ก็ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่ ช่วงที่ไปถึงเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ พอดี ทำให้ได้แสงโทนอุ่นซึ่งเหมาะกับการถ่ายรูปปราสาทสึรุกะกลางต้นแปะก๊วยสีทองสุดๆ หลังเก็บรูปจนพอใจก็เดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆ ซึ่งจะพาเราวนออกมาที่กลางสวนและได้ภาพด้านข้างของปราสาทแบบไกลๆ จากตรงนั้น พอหันหลังให้ปราสาทเราก็เห็นทิวใบไม้เปลี่ยนสีข้างหลังรั้วไม้ พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าที่นั่นคือสวนที่เป็นที่ตั้งของเรือนน้ำชารินคาคุ (茶室麟閣) ตั้งอยู่ และมาเที่ยวปราสาทญี่ปุ่นทั้งที จะไม่แวะพักดื่มชากินขนมก็คงไม่ครบรส! เรือนน้ำชารินคาคุเป็นเรือนน้ำชาที่ว่ากันว่ากาโม อุจิซาโตะ (蒲生氏郷) เจ้าของปราสาทสึรุกะ ณ ขณะนั้นสร้างขึ้นเพื่ออุปถัมภ์เซ็น โชอัน (千少庵) บุตรชายของเซ็น โนะ ริคิว (千利休) อาจารย์และบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพิธีชงชาอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน ถึงจะเคยถูกย้ายที่ตั้งไปที่อื่นมาก่อน […]

ไลฟ์สไตล์

รู้จัก 3 นกน้อยน่ารักที่ชอบมากินน้ำหวานจากเกสรดอกบ๊วยในญี่ปุ่น

ดอกบ๊วยเป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกโทนสีชมพูสวยงาม จะบานให้คนญี่ปุ่นชมตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงกลางเดือนมีนาคมแล้วแต่ชนิดพันธุ์ ดอกบ๊วยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างหลงรัก มารู้จักดอกบ๊วยและชมภาพนกน้อยที่มักพบเห็นตามต้นบ๊วยในช่วงที่ดอกไม้บานกันค่ะ รู้จักดอกบ๊วย บ๊วยเป็นไม้ดอกที่คนญี่ปุ่นนำเข้ามาจากจีนเมื่อประมาณ 1,500 ปีก่อนเพื่อใช้ทำยาสมุนไพร ปัจจุบันในญี่ปุ่นมีสายพันธุ์บ๊วยที่ให้ดอกสวยงามกว่า 500 สายพันธุ์ ดอกบ๊วยเป็นดอกไม้บอบบางที่มีกลีบกลม ปลายกลีบมน โดยมีตั้งแต่เพียง 5 กลีบไปจนถึงมีกลีบซ้อนกันหลายชั้น ดอกบ๊วยมีก้านชูเกสรที่ยาวสั้นแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์ มีกลิ่นหอมละมุนมาก และมีสีต่างๆ ได้แก่ ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม ขาว และแดง เป็นต้น ลักษณะเด่นของดอกบ๊วยอย่างหนึ่งคือ การบานแบบหนึ่งดอกต่อหนึ่งตาดอก ทำให้มองเห็นเหมือนกิ่งก้านของต้นบ๊วยถูกแปะติดด้วยดอกบ๊วยสีสันต่างๆ และเมื่อมองจากที่ไกลๆ จะเห็นประหนึ่งภาพวาดสีสันสวยงาม นกน้อยน่ารักที่มักพบเห็นตามต้นบ๊วย นอกจากการเพลิดเพลินกับสีสันสวยงามและกลิ่นหอมละมุนของดอกบ๊วยแล้วบ่อยครั้งก็จะพบเห็นนกตัวเล็กสีสันโดดเด่นสาละวนอยู่กับการดูดน้ำหวานจากดอกบ๊วย ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับคนที่ชอบดอกไม้และธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง นกน่ารักที่มักพบเห็นตามต้นดอกบ๊วยมีดังนี้ 1. นกตาขาวญี่ปุ่นหรือเมจิโระ (メジロ, Warbling white-eye) เมจิโระเป็นนกที่มีขนาดเล็กประมาณนกกระจิบ ลำตัวด้านบนและปีกมีสีเขียวเขียวมะกอกไปจนถึงเขียวอ่อน ส่วนท้องมีสีออกน้ำตาลอมเขียว รอบขอบตาเป็นสีขาวชัดเจน ในญี่ปุ่นสามารถพบนกชนิดนี้ได้ทั่วไปทั้งในพื้นที่ภูเขา พื้นที่ราบและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ด้วยการกินผลไม้และเกสรดอกไม้เป็นอาหารทำให้สามารถพบเห็นนกเมจิโระตามต้นบ๊วยหรือซากุระที่กำลังออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิได้บ่อยกว่านกอื่นๆ 2. นกเขนน้อยข้างสีส้มหรือรูริบิตากิ (ルリビタキ, Himalayan Bluetail) นกเขนน้อยข้างสีส้มเป็นนกขนาดเล็กหากินในพุ่มไม้รกทึบ พื้นป่า และสวนสาธารณะขนาดใหญ่ นกเพศผู้มีลำตัวด้านบนสีน้ำเงินสด ส่วนเพศเมียมีลำตัวด้านบนเป็นสีน้ำตาลอมเทา แต่ทั้งสองเพศมีแถบสีส้มบริเวณสีข้าง และมีหางเป็นสีฟ้าเหมือนกัน ในช่วงที่ดอกบ๊วยบานก็จะเห็นนกชนิดนี้บินมาเกาะตามกิ่งของต้นบ๊วย 3. นกติ๊ดหลังสีไพลหรือชิจูคาระ (四十雀 , Japanese tit) นกติ๊ดหลังสีไพลเป็นนกที่มีขนาดเล็กหลังสีเขียวไพล ขนที่หัวและคอสีดำและบริเวณใต้แก้มมีสีขาว นกชนิดนี้ชอบกระโดดหากินห้อยโหนตีลังกาได้อย่างคล่องแคล่วตามกิ่งไม้ พบได้ทั่วไปตามสวนสาธารณะและบริเวณป่า ในช่วงที่ดอกบ๊วยบานก็มักจะพบเห็นนกตัวน้อยห้อยโหนอยู่ตามกิ่งของดอกบ๊วย แม้ว่าอากาศจะยังหนาวเย็นมากแต่ดอกบ๊วยก็เริ่มบานแล้ว หากมาญี่ปุ่นในช่วงนี้ลองไปชมดอกบ๊วยตามสวนสาธารณะและศาลเจ้าต่างๆ ดูค่ะ ในวันที่อากาศดีก็อาจจะโชคดีได้เห็นนกตัวน้อยเพลิดเพลินส่งเสียงจิ๊บๆ กินน้ำหวานจากดอกไม้ค่ะ สรุปเนื้อหาจาก chspmedia ขอแนะนำบทความนี้ด้วย: รีวิวจุใจกว่า […]

ชวนรู้จัก “อาหารที่ทำให้อารมณ์ดี (ムードフード)” ศัพท์อาหารติดเทรนด์ปี 2023

อาหารที่ทำให้อารมณ์ดี หรือ Mood Food (ムードフード) เป็นคำศัพท์ด้านอาหารที่ติดเทรนด์ในญี่ปุ่นแห่งปี 2023 นี้ มารู้จักอาหารที่ทำให้อารมณ์ดีและวิธีดื่มหรือรับประทานเพื่อให้ดีต่อสุขภาพจากคำแนะนำของคนญี่ปุ่นกันค่ะ อาหารที่ทำให้อารมณ์ดี (Mood Food, ムードフード) คืออะไร ในชีวิตประจำวันคนเรามีความเครียดหลากหลายทั้งเรื่องงาน ครอบครัว และเรื่องจิปาถะ หากความเครียดสะสมมากเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ นอกเหนือจากการพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอและการทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดแล้ว การเลือกดื่มหรือรับประทานอาหารที่ส่งผลด้านบวกต่ออารมณ์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนญี่ปุ่นให้ความสนใจเป็นอย่างมากในปีนี้ อาหารและเครื่องดื่มที่คนญี่ปุ่นจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ของอาหารที่ทำให้อารมณ์ดี ได้แก่ ชาเขียว ชาสมุนไพร โกโก้ ช็อกโกแลต กล้วย และข้าวกล้องงอก เป็นต้น ซึ่งเครื่องดื่มและอาหารเหล่านี้มีส่วนผสมของสารอาหารที่ช่วยบรรเทาความเครียดและทำให้นอนหลับพักผ่อนได้สนิท นอกจากอาหารและเครื่องดื่มดังกล่าวแล้วการรับประทานของว่างก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสร้างความสดชื่นได้ ดังนั้นอาหารว่างก็จัดเป็นอาหารที่ทำให้คนญี่ปุ่นอารมณ์ดีด้วย วิธีดื่ม & วิธีทานที่ดีต่อสุขภาพ การดื่มเครื่องดื่มและรับประทานอาหารที่ชอบเป็นวิธีการที่คนจำนวนมากคุ้นเคยเพื่อช่วยบรรเทาความเครียด แต่วิธีการรับประทานอาหารที่ทำให้อารมณ์ดีและดีต่อสุขภาพกายทำได้ดังนี้ ควรเลือกดื่มเครื่องดื่มชาเขียว ชาสมุนไพร และโกโก้ที่ไม่ใส่น้ำตาลแทนอาหารว่างที่มีรสหวานหรือเค็มจนเกินไป ไม่ควรเลือกรับประทานเฉพาะอาหารที่ทำให้อารมณ์ดีเพียงอย่างเดียว แต่ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายเพื่อรับคุณค่าสารอาหารที่สมดุลต่อร่างกาย หากรับประทานของว่างเพื่อคลายความเครียดก็ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไปจนส่งผลให้น้ำหนักเพิ่ม ทั้งนี้การมีเพื่อนคุยไปด้วยระหว่างรับประทานอาหารว่างจะช่วยทำให้ผ่อนคลายความเครียดได้ดียิ่งขึ้น อาหารที่ช่วยให้อารมณ์ดีเป็นอาหารที่ได้รับความสนใจจากคนญี่ปุ่นเป็นอย่างมากในช่วงเริ่มต้นของปี 2023 เพราะช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้นอนหลับได้สนิทซึ่งจะส่งผลให้สุขภาพกายและใจแข็งแรง หากรู้สึกว่ามีความเครียดก็ลองทานอาหารที่ทำให้อารมณ์ดีพร้อมกับออกกำลังกายไปด้วย เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดและสร้างความสดชื่นในแต่ละวันดูค่ะ สรุปเนื้อหาจาก tenpos, allabout ขอแนะนำบทความนี้ด้วย: อิ่มตาอิ่มพุง! จับคู่วิวใบไม้เปลี่ยนสีกับเมนูอร่อยในโทโฮคุ รู้จัก 5 Super Food ที่ผู้หญิงญี่ปุ่นบอกว่าดีต่อสุขภาพและความงาม เลิศรส หรูหรา รักษ์โลก! พาไปชิมอาหารคอร์สสุดหรูจากวัตถุดิบเหลือทิ้งที่ร้าน Armani Ristorante ป้ายยา! นั่งรถไฟ Local ตะลอนโทโฮคุชิวๆ ในฤดูหนาว

7 เคล็ดลับดูแลน้องแมวให้อยู่ดีมีความสุขตามฉบับคนญี่ปุ่น

หากคนเรามีความสุขก็จะทำให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายดีตามมาด้วย เช่นเดียวกับการดูแลน้องแมวเจ้านายตัวน้อยที่บ้าน หากเลี้ยงดูใส่ใจพวกมันให้มีความสุข พวกมันก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีอายุยืนอยู่กับเราไปนานๆ มารู้เคล็ดลับที่จะทำให้น้องแมวรู้สึกสบายใจและมีความสุขในทุกๆ วันจากคำแนะนำของทาสแมวชาวญี่ปุ่นกันค่ะ 1. จัดหาพื้นที่ส่วนตัวที่เพียงพอสำหรับน้องแมว แมวต้องการพื้นที่ของตัวเองเพื่อเดินเตร่อย่างอิสระ ปลอดภัยและมีความเงียบสงบ ดังนั้นจึงไม่ควรกักขังน้องแมวไว้ในพื้นที่จำกัดหรือในกรงขนาดเล็ก แต่ควรสร้างพื้นที่ที่ทำให้น้องแมวรู้สึกว่ามีอาณาเขตเป็นของตัวเองและไม่มีใครเข้าถึงได้ง่าย 2. กอดเบาๆ การกอดแมวทำให้มนุษย์มีความสุข แต่การกอดที่แน่นและบ่อยเกินไปทำให้น้องแมวรู้สึกอึดอัดได้ เลือกเวลากอดน้องแมวในตอนที่พวกมันอยากให้ทาสแมวตามใจและเข้ามาหา และกอดเบาๆ ไม่แน่นจนเกินไป 3. สอนสมาชิกน้อยในบ้านถึงวิธีการเป็นมิตรที่ดีกับน้องแมว แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องการความรักและความเคารพจากผู้เลี้ยงและพวกมันไม่ใช่ของเล่น หากมีสมาชิกน้อยในบ้านก็ควรสอนให้พวกเขารู้ถึงวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับน้องแมว เพื่อป้องกันไม่ให้ไปทำร้ายหรือรบกวนน้องแมวจนรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่สบายใจ 4. ให้อาหารด้วยความใส่ใจ น้องแมวไม่ชอบอาหารที่จำเจและชอบเลือกกินอาหารโปรด วิธีการให้อาหารน้องแมวเป็นมื้อเล็กๆ วันละหลายมื้อ รวมถึงเปลี่ยนชนิดอาหารเป็นอาหารเม็ดหรืออาหารกระป๋องสลับกันบ้าง จะทำให้น้องแมวมีความสุขในการกินอาหารมากกว่าการวางอาหารชนิดเดียวไว้ให้ทั้งวัน 5. เล่นกับน้องแมววันละอย่างน้อย 30 นาที การเล่นกับน้องแมววันละอย่างน้อย 30 นาทีจะช่วยกระตุ้นความขี้เล่นของน้องแมว และช่วยรักษาพฤติกรรมที่มีชีวิตชีวาของน้องแมวไว้ได้ การเล่นกับน้องแมวเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่าที่คิดเพราะช่วยให้พวกมันคล่องแคล่วตื่นตัวตามสัญชาตญาณเดิม อีกทั้งยังทำให้พวกมันมีความสุขและมีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่กับเราไปนานๆ น้องแมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการความรักและความใส่ใจจากเจ้าของ การสร้างความสุขทางใจวันละเล็กวันละน้อยจะส่งผลให้น้องแมวมีความสุข และสุขภาพกายที่แข็งแรง เพื่อให้เจ้านายตัวน้อยที่น่ารักอยู่กับเราไปนานๆ ก็ลองใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างความสุขทางกายและทางใจให้แก่น้องแมวที่บ้านกันดูค่ะ สรุปเนื้อหาจาก msn ขอแนะนำบทความนี้ด้วย: ญี่ปุ่นก็มีสายมูเตลู! กระเป๋าสตางค์สีอะไรที่ช่วยให้โชคด้านการเงินดีขึ้น? ทำความรู้จักพืชทนร้อนสีสันสวยงามที่คนญี่ปุ่นนิยมปลูกในฤดูร้อน คนญี่ปุ่นแนะนำ! 4 ข้อห้ามทำ ถ้าอยากประหยัดค่าไฟ 10 ที่พักสไตล์ Art Hotel นอนสบายถ่ายรูปสวย เหมือนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ

เสริมความแข็งแรงด้านร่างกายและสมองของเด็กๆ ได้ด้วยงาเพียงวันละ 1 ช้อนโต๊ะ!

อาหารหลายชนิดนอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายแล้วยังส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านสมองและสุขภาพจิตของเด็กๆ ด้วย จากหนังสือ 医師が教える 子どもの食事 50の基本 (50 Basic children’s diets taught by doctor) หรือแปลเป็นไทยว่า 50 อาหารพื้นฐานที่คุณหมอแนะนำให้เด็กรับประทานที่เขียนโดยแพทย์ด้านกุมารเวช คุณหมอ Akiko Ito ได้แสดงให้เห็นว่าหนึ่งใน 50 อาหารที่ได้รับความสนใจว่าดีต่อสุขภาพกายและสมองของเด็กคือ “งา” มารู้กันว่างามีประโยชน์ต่อเด็กรวมถึงผู้ใหญ่อย่างไรกันค่ะ ประโยชน์ของงา งาเป็นเมล็ดธัญพืชที่อุดมไปแร่ธาตุและสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและการทำงานของสมอง ได้แก่ 1. แคลเซียม แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย 2. สังกะสี จากการศึกษาพบว่าหากร่างกายขาดแร่ธาตุสังกะสีจะทำให้เกิดภาวะรับรสและกลิ่นที่ผิดปกติและทำให้ร่างกายอ่อนแอป่วยได้ง่าย นอกจากนี้ สังกะสียังมีบทบาทสำคัญในด้านอารมณ์และจิตใจ โดยจากข้อมูลการทดสอบผลเลือดพบว่าเด็กและผู้ใหญ่ที่มีปัญหาด้านอารมณ์และร่างกายนั้นมีสาเหตุหนึ่งมาจากภาวะการขาดสังกะสี 3. สารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระที่มีมากในงาช่วยยับยั้งการอับเสบภายในร่างกาย ป้องกันไม่ให้ป่วยง่าย และชะลอความแก่ จึงดีต่อข้อต่อและสมองของผู้สูงอายุ นอกจากนี้ สารอาหารในงายังช่วยเสริมการเติบโตและการทำหน้าที่ของสมองเด็ก เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและช่วยให้เด็กๆ มีสุขภาพผิวที่แข็งแรง วิธีการรับประทานงาเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย แม้จะเป็นธัญพืชขนาดเล็กแต่งาเป็นธัญพืชที่ให้ปริมาณพลังงานสูง โดยงา 2 ช้อนโต๊ะให้ปริมาณพลังงาน 98 กิโลแคลอรี การรับประทานงาในปริมาณที่มากเกินไปนอกจากจะทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ง่ายแล้วก็ยังอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย ดังนั้นปริมาณที่ควรรับประทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายคือวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ทั้งนี้การรับประทานงาบดจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่มีอยู่ในงาได้ดี แต่ไม่ควรรับประทานงาพร้อมกับชาเขียว กาแฟ เมล็ดธัญพืชอื่นๆ และถั่วเหลือง เพราะเครื่องดื่มและอาหารเหล่านี้จะไปยับยั้งการดูดซึมสังกะสีเข้าสู่ร่างกาย วิธีการรับประทานงาอาจทำได้โดยผสมในสลัด โรยในนมหรือเมนูอาหารที่ชอบ คนญี่ปุ่นมีภาวะขาดแคลซียมและสังกะสีค่อนข้างสูง ประกอบกับเป็นสังคมที่แข่งขันกันทั้งการเรียนและการทำงาน ทำให้คนมีความเครียดได้ง่ายตั้งแต่เด็กจนส่งผลให้คนจำนวนมากมีภาวะซึมเศร้าเมื่อโตขึ้น นอกจากความรักความใส่ใจแล้วอาหารหลายชนิดก็ส่งผลต่ออารมณ์ สมองและจิตใจของเด็กๆ งาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่ชอบดื่มนมหรือรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสีอื่นๆ เช่น หอยนางรมและปลาโบนิโตะ เป็นต้น เพื่อสุขภาพกายและจิตใจที่แข็งแรงลองใช้งาเป็นตัวเลือกอาหารในชีวิตประจำวันดูค่ะ สรุปเนื้อหาจาก diamond ขอแนะนำบทความนี้ด้วย: […]

รู้วิธีบรรเทาและป้องกันอาการ “เวียนหัวบ้านหมุนเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า” จากคุณหมอญี่ปุ่น

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตื่นนอนตอนเช้าแล้วรู้สึกเวียนหัว หน้ามืด บ้านหมุนและอาจถึงขั้นอาเจียน อาการดังกล่าวเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่รบกวนความผาสุกในชีวิตประจำวัน ใครที่ยังไม่รู้สาเหตุว่าอาการเหล่านี้เกิดจากอะไร สามารถหาอ่านเพิ่มได้ในบทความก่อนหน้านี้ค่ะ สาเหตุของอาการ “เวียนหัวบ้านหมุน” คืออะไร? หาคำตอบได้ในบทความ “รู้สาเหตุของ “อาการเวียนหัวบ้านหมุนเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า” จากคุณหมอญี่ปุ่น” ส่วนในบทความนี้มารู้วิธีบรรเทาและป้องกันอาการเวียนหัวบ้านหมุนจากคุณหมอชาวญี่ปุ่นกันค่ะ วิธีบรรเทาอาการเวียนหัวบ้านหมุนเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า หากตื่นเช้าขึ้นมามีอาการเวียนหัวบ้านหมุนและอาจรุนแรงถึงขั้นอาเจียน วิธีการเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ 1. นอนนิ่งๆ และไม่เคลื่อนไหวศีรษะ หากตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่าเวียนหัวก็อย่าฝืนตัวลุกขึ้นยืน ให้นั่งหรือนอนพักในท่าที่สบายที่สุดก่อน การเคลื่อนไหวศีรษะจะทำให้เสียสมดุลของร่างกาย และทำให้มีอาการรุนแรงขึ้น 2. ปิดไฟให้ห้องมืด เมื่อโดนแสง ข้อมูลที่ได้จากการมองเห็นจะถูกส่งจากเส้นประสาทตาไปยังสมองซึ่งอาจไปกระตุ้นให้อาการเวียนหัวรุนแรงขึ้น ดังนั้นหากตื่นเช้าขึ้นมาด้วยอาการเวียนหัวให้หลับตาแล้วปิดไฟนอนนิ่งๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น 3. กดจุดที่ตำแหน่งด้านล่างของกระดูกหลังหู การกดจุดที่ตำแหน่งด้านล่างของกระดูกหลังหู (ตำแหน่งสีฟ้าดังรูป) จะช่วยบรรเทาอาการเวียนหัวได้ วิธีการทำโดยใช้มือกดเบาๆ ตรงบริเวณด้านล่างกระดูกที่อยู่หลังหู เป็นเวลา 30 วินาทีถึง 1 นาที จำนวน 3 ครั้ง จากนั้นใช้นิ้วมือจับใบหูสั่นเบาๆ หรือหมุนเป็นเวลา 5 วินาที โดยปกติอาการเวียนหัวจะดีขึ้น วิธีป้องกันอาการเวียนหัวบ้านหมุนและอาเจียนเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า 1. นอนให้หัวยกสูงขึ้นเล็กน้อย ในกรณีที่รู้สึกเวียนหัวเพราะโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน ควรนอนยกหัวให้สูงขึ้นเล็กน้อยหรือให้ร่างกายท่อนบนเอียงขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ตะกอนหินปูนที่หลุดออกเคลื่อนที่เข้าสู่หูชั้นในได้ วิธีการดังกล่าวจะช่วยป้องกันอาการเวียนหัวบ้านหมุนได้ 2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ หากร่างกายขาดน้ำจะทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุนได้ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งตอนก่อนเข้านอนและหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า ทั้งนี้วิธีป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำคือควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องรอให้รู้สึกหิวน้ำ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารเช้าทุกวันจะช่วยป้องกันอาการเวียนหัวเมื่อตื่นนอนในตอนเช้าได้ดี 3. ไม่เครียดเกินไป หากเครียดมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อระบบประสาทอัตโนมัติและทำให้เกิดความผิดปกติในหูชั้นใน ซึ่งทำให้เกิดอาการเวียนหัวและคลื่นไส้อาเจียนขึ้น วิธีป้องกันไม่ให้ตัวเองเครียดเกินไปทำได้โดยการออกกำลังกาย บริหารร่างกาย และอาบแสงแดด สิ่งเหล่านี้จะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดี 4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดีและทำให้เกิดอาการเวียนหัวเพราะหลอดเลือดก็เชื่อมต่อกับหูชั้นใน นอกจากนี้ การนอนหลับพักผ่อนน้อยยังส่งผลเสียต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหัว เวียนหัว และคลื่นไส้อาเจียนได้ หากมีอาการเวียนหัวบ้านหมุนเพียงอย่างเดียวแต่เกิดขึ้นบ่อยในตอนเช้าก็ควรไปปรึกษาแพทย์ด้านหูคอจมูกเพื่อรับคำแนะนำและรับยามารับประทาน […]

รู้สาเหตุของ “อาการเวียนหัวบ้านหมุนเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า” จากคุณหมอญี่ปุ่น

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้าแล้วรู้สึกเวียนหัว หน้ามืด บ้านหมุนและอาจถึงขั้นอาเจียน แม้อาการดังกล่าวจะมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความผิดปกติของอวัยวะภายในหูชั้นในที่ทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของร่างกาย แต่ก็มีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นๆ เช่นกัน มารู้สาเหตุ วิธีการป้องกันและบรรเทาอาการเวียนหัวบ้านหมุนจากคุณหมอญี่ปุ่นกันค่ะ ทั้งนี้ด้วยเนื้อหาที่ค่อนข้างยาวผู้เขียนขออนุญาตเขียนเล่าถึงวิธีป้องกันและบรรเทาอาการดังกล่าวในบทความถัดไปนะคะ สาเหตุของการเกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุนและอาเจียนเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า 1. ร่างกายขาดน้ำ หากร่างกายขาดน้ำอาจทำให้เกิดอาการคล้ายโลหิตจาง เช่น มึนหัวและคลื่นไส้อาเจียน สาเหตุของการขาดน้ำเกิดจากร่างกายคนเราสูญเสียน้ำและเกลือแร่ทางเหงื่อและทางการหายใจในระหว่างการนอนหลับ เพื่อป้องกันอาการเวียนหัวบ้านหมุนจากร่างกายขาดน้ำจึงควรหมั่นดื่มน้ำให้เพียงพอ 2. โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo: BPPV) โรคนี้ทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุนบ่อยที่สุด โดยมีสาเหตุมาจากการที่ตะกอนหินปูนหรือแคลเซียมในหูชั้นในซึ่งเกี่ยวข้องกับการทรงตัวของร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงหลุดออกมาเมื่ออายุมากขึ้นและจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เมื่อมีการเคลื่อนไหวศีรษะก็จะทำให้มีการเคลื่อนที่ของเศษตะกอนแคลเซียมไปพร้อมกับของเหลวในหูชั้นใน และมีผลไปกระทบอวัยวะการทรงตัว ทำให้รู้สึกเวียนหัว โดยทั่วไปอาการเวียนหัวจากโรคนี้จะไม่รุนแรงและจะหายไปภายในไม่กี่วินาทีจนถึงสองนาที แต่หากยังรู้สึกเวียนหัวนานกว่านั้นก็ควรไปพบแพทย์หูคอจมูก 3. ความผิดปกติเมื่อมีการเปลี่ยนท่า การเปลี่ยนท่า เช่น ลุกยืนนั่ง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เวียนหัวตอนตื่นนอน สาเหตุของอาการเวียนหัวนี้มาจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และมีการรบกวนการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติทำให้ความดันเลือดลดลงต่ำ อาการดังกล่าวนี้เกิดมากในเด็กตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมปลายที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ โดยในหลายกรณีพบว่าอาการเวียนหัวจะหายไปในตอนบ่าย 4. ความดันโลหิตต่ำ คนที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำคือบุคคลที่มีค่าหัวใจในขณะที่หัวใจบีบตัวต่ำกว่า 100 มิลลิเมตรปรอท (mmHg)  และค่าหัวใจในขณะที่หัวใจคลายตัวน้อยกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท แม้ว่ามีค่าความดันโลหิตต่ำแต่ไม่จำเป็นต้องป่วยเสมอไป อย่างไรก็ตาม หากมีอาการ เช่น วิงเวียน ใจสั่น ปวดหัว รู้สึกไม่สบายตัวจนทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันไม่ถนัด อาการเหล่านี้จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตต่ำ หากมีอาการรุนแรงควรพบแพทย์โรคหัวใจและรับประทานยาที่มีฤทธิ์ในควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติและยาเพิ่มความดันโลหิต เป็นต้น 5. โรคน้ำในหูไม่เท่ากันหรือโรคมีเนียร์ (Meniere’s disease) โรคน้ำในหูไม่เท่ากันเกิดจากความผิดปกติของหูชั้นใน โดยมีการคั่งของของเหลวในหูชั้นในเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุนอย่างรุนแรงและจะเกิดขึ้นซ้ำๆ โรคนี้จัดว่าเป็นโรคที่รบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมีอาการอื่นร่วม ได้แก่ หูอื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ไมเกรน ความดันในหูชั้นในเพิ่มขึ้น และสูญเสียการได้ยิน สำหรับสาเหตุของของเหลวที่เพิ่มขึ้นในหูชั้นในนั้นยังไม่ชัดเจน แต่น่าจะมีสาเหตุมาจากความเครียดและความเหนื่อยล้าที่สะสม […]

ข้อดีและข้อเสียของการที่ผู้สูงวัยเพศหญิงชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ตามลำพัง

การที่ผู้หญิงญี่ปุ่นอาศัยอยู่ตามลำพังไม่ใช่เพียงเพราะไม่แต่งงาน แต่รวมถึงการแต่งงานแล้วหย่าหรือสามีเสียชีวิต จากข้อมูลการสำรวจประชากรในญี่ปุ่นในปี 2020 พบว่าผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 65-74 ปี อาศัยอยู่ตามลำพัง 16.9% ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 75-84 ปีอาศัยอยู่ตามลำพังสูงสุดคือ 19.7% และผู้หญิงอายุเกิน 84 ปี อาศัยอยู่ตามลำพัง 11.6% โดยคาดว่าอัตราการอาศัยอยู่ตามลำพังจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ มาดูข้อดีและข้อเสียของการอาศัยอยู่ตามลำพังของผู้สูงอายุเพศหญิงชาวญี่ปุ่นกันค่ะ ข้อดีของการอาศัยอยู่ตามลำพัง หลังจากย่างเข้าสู่อายุ 65 ปี ผู้หญิงญี่ปุ่นจะอาศัยอยู่ตามลำพังมากขึ้นทั้งด้วยเหตุผลจากการไม่แต่งงาน สามีเสียชีวิตหรือการหย่ากันด้วยเหตุผลบางประการ ข้อดีของการอาศัยอยู่ตามลำพังของผู้หญิงสูงวัยคือ 1. สามารถใช้เวลาของตนเองได้อย่างเต็มที่ การอยู่กันเป็นครอบครัวมีสมาชิกหลายคนทำให้ผู้หญิงจำนวนมากต้องรับภาระดูแลบ้าน ทั้งทำกับข้าว ซื้อของ เลี้ยงหลาน และทำความสะอาดบ้าน เป็นต้น ทำให้มีเวลาส่วนตัวน้อยและไม่สามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้ การอยู่อาศัยเพียงลำพังทำให้พวกเขามีโอกาสจะทำในสิ่งที่ชอบมากขึ้น เช่น ตื่นไปทำสวน ใช้เวลาออกกำลังกาย ไปข้างนอกทานอาหารอร่อยๆ หรือไปเที่ยวในที่ต่างๆ ได้ตามใจชอบโดยที่ไม่ต้องฟังความคิดเห็นใคร ไม่มีปัญหาเรื่องความเห็นที่ไม่ตรงกันเหมือนครอบครัวที่มีสมาชิกอยู่ร่วมกันหลายคน 2. สามารถใช้จ่ายเงินได้โดยไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจใคร หากอยู่เป็นครอบครัว เวลาจะใช้จ่ายเงินทีไรมักต้องคำนึงถึงสมาชิกในบ้านและเก็บออมเงินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน หรือไม่กล้าซื้อของที่ชอบแต่ไม่จำเป็นเพราะรู้สึกเกรงใจ แต่การอยู่ตามลำพังทำให้ตัดสินใจจ่ายเงินซื้อสิ่งต่างๆ และการบริการที่อำนวยความสะดวกให้แก่ตนเองได้ง่าย โดยไม่ต้องคิดมากว่าเงินที่จ่ายไปนั้นจะไร้ประโยชน์หรือไม่ ข้อเสียของการอยู่ตามลำพังเมื่ออายุมากกว่า 65 ปี แม้ว่าการอาศัยอยู่ตามลำพังจะทำให้มีการดำเนินชีวิตอย่างอิสระและเพลิดเพลินกับการมีชีวิตเป็นของตนเอง แต่คนเราไม่ได้แข็งแรงและทำในสิ่งที่ต้องการทำได้เสมอ ข้อเสียของการอยู่ตามลำพังคือ ความกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพ ความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และปัญหาในชีวิตประจำวันต่างๆ ดังนั้นเมื่อต้องการอาศัยอยู่ตามลำพังจึงควรหาตัวช่วยที่จะทำให้รู้สึกว่ามั่นคงปลอดภัย เช่น การใช้บริการจากศูนย์ให้การดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย รวมถึงการมีมิตรสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านเพื่อไหว้วานให้ช่วยเหลือเรื่องในชีวิตประจำวันที่ไม่สามารถทำได้เหมือนตอนที่ยังแข็งแรง เช่น การทำความสะอาดบ้านและการเคลื่อนย้ายของหนัก เป็นต้น เงินบำนาญที่ผู้สูงอายุญี่ปุ่นได้รับหลังจากอายุ 65 ปี จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการเมื่อปี 2021 พบว่าผู้หญิงญี่ปุ่นมีอายุขัยเฉลี่ย 87.57 ปี ส่วนผู้ชายจะมีอายุขัยเฉลี่ยสั้นกว่าเพศหญิงประมาณ […]

คนญี่ปุ่นแนะนำ! 4 ข้อห้ามทำ ถ้าอยากประหยัดค่าไฟ

ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้นแต่อัตราเงินเดือนยังคงเท่าเดิม ทำให้คนญี่ปุ่นจำนวนมากหันมาประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านรวมถึงประหยัดไฟกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะประหยัดไฟอย่างเต็มที่แล้วแต่ค่าไฟก็ยังสูงลิ่วทุกเดือน ซึ่งแสดงว่ามีบางสิ่งที่เราอาจไม่รู้หรือมองข้ามไป มารู้สิ่งสำคัญที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าไม่ควรทำเมื่อต้องการประหยัดค่าไฟกันค่ะ 1. ตู้เย็นที่เต็มไปด้วยอาหาร เครื่องดื่มและเครื่องปรุงรสอาหาร คนส่วนใหญ่คิดว่าการประหยัดไฟจากการใช้ตู้เย็นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเนื่องจากต้องเสียบปลั๊กตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบกับคนจำนวนมากคิดว่าวิธีการประหยัดเงินที่ดีที่สุดคือการทำกับข้าวเองที่บ้าน จึงซื้อวัตถุดิบรวมถึงเครื่องปรุงเก็บไว้ในตู้เย็นจนเต็ม แต่ตู้เย็นที่เต็มอยู่เสมอจะใช้ไฟเปลืองมากกว่าตู้เย็นที่มีของน้อย ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำเมื่อต้องการประหยัดไฟตู้เย็นคือ ไม่ควรแช่ของกินไว้จนเต็มตู้เย็น เก็บอาหารที่หมดอายุออกทิ้งบ้าง ไม่ควรเปิดตู้เย็นบ่อยและเปิดทิ้งไว้เป็นเวลานาน 2. รีดผ้าทีละชุด เตารีดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินไฟ การเสียบปลั๊กเตารีดแต่ละครั้งจะใช้ไฟมากเพื่อตั้งอุณหภูมิเตารีดให้ร้อนพร้อมรีดผ้าเรียบ ดังนั้นจึงไม่ควรรีดผ้าทีละชุดแต่ให้รีดไว้ครั้งละหลายๆ ชุด ซึ่งจะประหยัดไฟได้เยอะ ทั้งนี้อย่าพรมน้ำเสื้อผ้าจนเปียกเพราะนอกจากจะทำให้เสียเวลาในการรีดผ้ามากขึ้นแล้วก็ยังทำสิ้นเปลืองไฟมากขึ้นด้วย 3. เปิดปิดเครื่องปรับอากาศบ่อยครั้ง การเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นช่วงที่ใช้ไฟสูงมากเพราะเครื่องต้องปรับอุณหภูมิในห้องให้เท่าอุณหภูมิที่เราตั้งไว้ หากออกไปข้างนอกเพียงไม่นาน การเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้จะประหยัดไฟได้มากกว่าการปิดแล้วกลับมาเปิดใหม่ นอกจากนี้ ยังมีวิธีการประหยัดไฟจากการใช้เครื่องปรับอากาศดังนี้ – ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 28 องศาเซลเซียสซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ประหยัดค่าแอร์ได้มากที่สุด แต่หากอยู่ร่วมกันหลายคนอาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ก็อาจปรับอุณหภูมิลงเล็กน้อย – ทำความสะอาดฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศหรือแผ่นกรองอากาศอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพราะหากแผ่นกรองอากาศสกปรกหรือมีฝุ่นเกรอะ เครื่องปรับอากาศต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะขึ้นเพื่อทำให้ห้องเย็น – ปิดผ้าม่านเพื่อช่วยป้องรังสีความร้อนรวมถึงความหนาวจากภายนอก ทำให้ไม่ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำหรือสูงกว่าปกติ (สำหรับเครื่องปรับอากาศที่เป็นตั้งแอร์และฮีตเตอร์ในเครื่องเดียวกัน) เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่สบายตัว จึงเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง 4. ใช้เครื่องซักผ้าเก่าอายุเกินกว่าสิบปี คนจำนวนมากคิดว่าการใช้เครื่องซักผ้าเก่าอายุเกินสิบปี เป็นการประหยัดไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเครื่องใหม่ แต่จากที่รัฐบาลญี่ปุ่นออกแบบสอบถามเมื่อปี 2018 พบว่าอายุการใช้เครื่องซักผ้าโดยเฉลี่ยเป็นเวลา 10.8 ปี เทียบกับค่าไฟของเครื่องซักผ้าใหม่ที่ผลิตโดยผู้ผลิตเดียวกันพบว่าเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่จะช่วยประหยัดไฟได้ปีละประมาณ 8,000 เยน อีกทั้งยังมีฟังก์ชันที่ประหยัดน้ำด้วย หากใช้จนคุ้มค่าเป็นเวลาครบสิบปีแล้วการเปลี่ยนเครื่องซักผ้าใหม่น่าจะเป็นทางเลือกเพื่อเก็บเงินไว้ในกระเป๋าได้มากขึ้น ในยุคข้าวของแพงอะไรที่ประหยัดได้เราก็ทำกันไป การประหยัดไฟเป็นอีกหนึ่งการประหยัดที่ทุกบ้านทำกันมาตลอดเพื่อลดค่าใช้จ่ายรายเดือน หากพยายามประหยัดไฟแล้วแต่ค่าไฟยังแพงอยู่ก็ลองพิจารณาถึงสิ่งที่ไม่ควรทำข้างต้นดูค่ะ สรุปเนื้อหาจาก msn ขอแนะนำบทความนี้ด้วย: แจก 10 ที่พักฮอกไกโด โอ้โหราคาไม่เกิน 2000 ต่อคืน 15 ที่พักโอซาก้า […]

แจกสูตร “น้ำส้มสายชูหมักกับกล้วย” ตัวช่วยลดน้ำหนักและความดันโลหิตสูง

ปัจจัยสำคัญในการลดน้ำหนักคือการเสริมให้ระบบเผาผลาญพลังงานขั้นพื้นฐานทำงานได้ดีขึ้นเพื่อช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกาย มีเครื่องดื่มมากมายที่นักวิจัยและนักจัดอาหารชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ดื่มขณะที่อยู่ในช่วงลดและควบคุมน้ำหนัก เครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าหากดื่มติดต่อกันทุกวันแล้วจะช่วยลดน้ำหนักและความดันโลหิตได้คือ “น้ำส้มสายชูหมักกับกล้วย” มารู้ถึงประโยชน์ของเครื่องดื่มดังกล่าว วิธีการเตรียมและวิธีดื่มกันค่ะ ประโยชน์ของเครื่องดื่มน้ำส้มสายชูหมักกับกล้วย กล้วยและน้ำส้มสายชูหมักเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพกายและความงาม กล้วยอุดมไปด้วยโพแทสเซียมซึ่งช่วยในการขับเกลือส่วนเกินออกจากร่างกาย ลดอาการบวมน้ำของร่างกาย และเสริมการไหลเวียนที่ดีของเลือดจึงช่วงป้องกันและบรรเทาโรคความดันโลหิตสูงได้ น้ำส้มสายชูหมักซึ่งรวมถึงน้ำส้มสายชูหมักข้าว แอปเปิ้ลไซเดอร์ และน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ต่างๆ อุดมไปด้วยกรดอะซิติกที่ช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ช่วยย่อยสลายไขมัน และยับยั้งการดูดซึมของน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย อีกทั้งยังช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าและช่วยในการลดน้ำหนักด้วย นอกจากจะช่วยในการลดน้ำหนักและความดันโลหิตแล้วการดื่มน้ำส้มสายชูหมักกับกล้วยทุกวันยังมีประโยชน์ต่อร่างกายคือ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณสวยงาม ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และป้องกันไม่ให้ผมร่วง เป็นต้น วิธีการเตรียมเครื่องดื่มน้ำส้มสายชูหมักกับกล้วย วัตถุดิบ (สามารถเพิ่มปริมาณได้ตามสัดส่วน) กล้วย 1/2 ผล (ประมาณ 50 กรัม) น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม น้ำส้มสายชูหมักข้าวหรือแอปเปิ้ลไซเดอร์ 100 มิลลิลิตร วิธีทำ 1. ปอกกล้วยและหั่นให้มีขนาดประมาณ 1-2 เซนติเมตร 2. ชั่งน้ำตาลทรายแดงและใส่ลงในภาชนะที่ทำจากแก้วทนความร้อนและมีฝาปิด เทน้ำส้มสายชูหมักลงไป คนจนน้ำตาลทรายแดงละลาย แล้วเติมกล้วยลงไป 3. นำภาชนะที่ใส่ส่วนผสมข้างต้นเข้าไมโครเวฟที่ 600 วัตต์ เป็นเวลา 30 วินาที หรือ 500 วัตต์ เป็นเวลา 40 วินาที จากนั้นนำภาชนะเครื่องแก้วออกจากไมโครเวฟและปิดฝาโดยทันที 4. วางภาชนะที่มีส่วนผสมน้ำส้มสายชูหมักและกล้วยไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 12 ชั่วโมง จากนั้นสามารถนำมาดื่มได้ทันที และเก็บส่วนที่เหลือไว้ในตู้เย็น หากยังดื่มไม่หมดภายในสองอาทิตย์ก็ให้นำกล้วยออกมาจากส่วนผสมของเหลว โดยสามารถนำกล้วยมารับประทานกับโยเกิร์ตได้ วิธีดื่ม วิธีดื่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักและช่วยลดความดันโลหิตสูง คือ การดื่มวันละ 2 ช้อนโต๊ะ โดยนำของเหลวที่ได้จากการหมักมาละลายน้ำ โซดา นมหรือนมถั่วเหลือง […]

แจกสูตรเผือกโซโบโระอันคาเกะ เมนูเพื่อสุขภาพสำหรับคนชอบเผือก

เผือกเป็นผักประเภทหัวที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นอาหารมงคลของคนญี่ปุ่นช่วงปีใหม่ในความหมายว่าขอให้มีลูกหลานเยอะๆ นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้วเผือกยังมีคุณค่าต่อร่างกายมากมาย มารู้ประโยชน์ของเผือกและวิธีการทำ “เมนูเผือกราดหน้าหมู (ไก่) บด” หรือ “เผือกโซโบโระอันคาเกะ (里芋のそぼろあんかけ)” กันค่ะ ประโยชน์ของเผือกต่อร่างกาย เผือกอุดมไปด้วยกาแลคแตน (Galactan) ซึ่งเป็นสารประกอบของโปรตีนและน้ำตาล สารชนิดนี้มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตและช่วยขจัดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือด, มิวซิน (Mucin) สารที่ทำให้เผือกมีความเป็นเมือก สารชนิดนี้จะเปลี่ยนเป็นกรดกลูคูโรนิก (Glucuronic acid) ในร่างกายของคนเรา ซึ่งมีสรรพคุณช่วยป้องกันการเกิดแผลที่ผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมถึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของตับ นอกจากนี้ เผือกยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารจึงช่วยป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูกได้ดี วิธีการเตรียมเผือก การปอกเผือกอาจทำให้มือคันได้ ดังนั้นก่อนปอกให้ใช้เกลือหรือเบกกิ้งโซดาทาบริเวณมือก่อน เมื่อปอกเปลือกแล้วให้ใช้เกลือคลุกเคล้าให้ทั่วเผือก วางไว้ประมาณ 2-3 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วนำไปปรุงอาหาร สำหรับวิธีการเก็บเผือกที่ซื้อมาเยอะนั้นทำได้โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อแยกเผือกและเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง วิธีทำเผือกโซโบโระอันคาเกะ วัตถุดิบ (สำหรับ 3 คน) เผือกหัวขนาดกลาง 5-6 หัว (หากชอบชิ้นเล็กๆ ก็หั่นครึ่งได้) หมูหรือไก่บด 80 กรัม แป้งมันฝรั่งหรือแป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนชา+น้ำสำหรับละลาย 2 ช้อนชา ส่วนผสมเครื่องปรุง น้ำ 1 1/2 ถ้วย ดาชิผง 1 1/2 ช้อนชา โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ มิริน 1 ช้อนโต๊ะ วิธีการทำ 1. ปอกเปลือกเผือกแล้วใช้เกลือเล็กน้อยคลุกเคล้าให้ทั่วเผือก วางทิ้งไว้ 2-3 นาที จากนั้นจึงล้างเกลือออกจากเผือก 2. นำส่วนผสมเครื่องปรุงใส่ลงในหม้อ เติมเผือกลงไปต้มบนไฟกลาง ปิดฝาหม้อรอจนของเหลวในหม้อเดือด […]

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save