เดินทางสะดวกด้วยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจิ๋วสุดคิ้วท์ เริ่มทดลองใช้ในโตเกียวแล้ว!!

ช่วงนี้เทรนด์ของยานยนต์ไฟฟ้าหรือ Electric Vehicle (EV) กำลังมาแรง รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็มีการตั้งเป้าและกำหนดนโยบายให้คนหันมาใช้รถยนต์หรือพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามากขึ้น ด้วยเหตุผลในการลดการใช้พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม

แต่รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันยังมีราคาค่อนข้างสูง บริษัทหนึ่งที่ชื่อ Shared Mobility Networks (シェアード・モビリティ・ネットワークス) จึงนำเสนอไอเดียให้บริการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบบพับ เพิ่มตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคของยานยนต์ไฟฟ้านี้

บริการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแบบเช่า Shaero

บริการที่ว่านี้ใช้ชื่อว่า Shaero (シェアロ) เป็น Sharing service ที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเสียเงินก้อนใหญ่ซื้อมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง แต่ก็สามารถใช้บริการยานพาหนะนี้ได้

จุดเด่นของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Shaero คือมีขนาดเล็ก สามารถใช้เดินทางไปตามตรอกซอกซอยที่รถยนต์อาจผ่านไม่ได้ เดินทางได้สะดวกเร็วกว่าการใช้จักรยานธรรมดา และไม่ต้องเสียแรงขาปั่นให้เมื่อย เพราะ Shaero ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจุดนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์เรื่องความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

ปัจจุบันเริ่มมีการทดลองติดตั้งสถานีเก็บมอเตอร์ไซค์ Shaero ตามจุดต่างๆ ในกรุงโตเกียว และเริ่มเปิดให้ใช้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2021 ที่ผ่านมา

ด้วยความที่ออกแบบมาให้สามารถพับเก็บได้ ทำให้สถานีเก็บของ Shaero จะมีขนาดไม่ใหญ่และไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ซึ่งเป็นข้อดีทำให้สามารถนำไปติดตั้งในจุดต่างๆ ได้ง่าย

วิธีการใช้งาน Shaero

ผู้ใช้งานจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันในมือถือ (มีทั้งระบบ iOS และ Android) เพื่อทำการลงทะเบียน หลังจากนั้นสามารถเข้าไปค้นหาตำแหน่งของสถานี Shaero ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเลือกใช้บริการได้

โดยค่าใช้จ่ายจะคิดที่ 200 เยน (ประมาณ 60 บาท) ต่อ 15 นาที หรือ 2,000 เยน (ประมาณ 600 บาท) ต่อ 24 ชั่วโมง หรือหากต้องการเช่ารายเดือนก็มีค่าบริการเดือนละ 20,000 เยน (ประมาณ 6,000 บาท)

เมื่อใช้บริการเรียบร้อยแล้ว ก็เพียงนำมอเตอร์ไซค์ Shaero ไปจอดคืนที่สถานีใกล้เคียง ซึ่งแต่ละสถานีก็จะเป็นจุดชาร์จไฟ หรือ Charging station ไปในตัวด้วย

ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบัน

นอกจากลูกค้าจะสามารถใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องลงทุนซื้อรถและต้องคอยเสียค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแล้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานของ Shaero ยังถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของคนเมืองโดยเฉพาะ

ระยะทางที่ Shaero สามารถวิ่งได้สูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้งอยู่ที่ประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างเพียงพอต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน และด้วยความที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ก็จะไม่สร้างมลพิษหรือเสียงรบกวนในชุมชนด้วย

ในอนาคต ทางบริษัทผู้ให้บริการมีแนวคิดว่าจะต่อยอดให้สามารถใช้งาน Shaero ได้ในสถานที่ต่างๆ เช่น ในบริเวณพื้นที่โรงแรมหรือรีสอร์ท โรงพยาบาล เป็นต้น

แม้ปัจจุบันจะยังมีสถานีให้บริการ Shaero อยู่ไม่มากนัก แต่ทางบริษัทมีแผนที่จะขยายจำนวนสถานีภายในโตเกียวก่อน โดยคาดว่าจะติดตั้งสถานีได้เพิ่มกว่า 200 สถานีในช่วงหน้าร้อนปี 2022

สำหรับผู้เขียน คิดว่าไอเดียเรื่อง Sharing Service ของยานยนต์ไฟฟ้าเป็นไอเดียที่ดีทีเดียวค่ะ ส่วนตัวแล้วก็อยากเป็นเจ้าของรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ EV เหมือนกัน แต่ติดว่าราคายังค่อนข้างสูง หากมีโอกาสก็อยากลองใช้บริการในลักษณะนี้ด้วยเหมือนกันนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: Timeout Tokyo, prtimes