ทำไมรถแท็กซี่ของญี่ปุ่นถึงเป็น “ประตูอัตโนมัติ” ?

ญี่ปุ่นถูกเลือกให้เป็นเจ้าภาพการจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในปี 2020 แต่แล้วอย่างที่ทุกคนทราบกันว่าการแข่งขันได้ถูกเลื่อนไปในฤดูร้อนปี 2021 แทน เนื่องจากปัญหาการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ COVID-19 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หลายๆ ประเทศต่างก็ไม่คาดคิดมาก่อน จึงต้องจำใจต้องเลื่อนไปโดยปริยาย แต่ทว่าในการจัดงานระดับโลกเช่นนี้ แน่นอนว่าโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ทางหลวง ทางรถไฟ และระบบการขนส่งสาธารณะต่างได้รับการยกเครื่องบูรณะซ่อมแซมให้เหมือนใหม่เพื่อรองรับนักกีฬาและนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงการจัดแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกครั้งนี้

สิ่งที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยมีโตเกียวโอลิมปิกเป็นจุดเริ่มต้น

กรุงโตเกียวได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1940 แต่ได้ถอนตัวจากการแข่งขันเนื่องจากสงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่น และกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี ค.ศ. 1964 ซึ่งทำให้กรุงโตเกียวเป็นเมืองที่ 5 (และเมืองที่ 1 ในทวีปเอเชีย) ที่ได้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนมากกว่า 1 ครั้ง และเส้นทางชินกันเซ็นและทางด่วนชุโตเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและมีชื่อเสียง หลังจากปรากฏในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปีค.ศ. 1964 โดยเส้นทางชินกันเซ็นถูกเปิดใช้งานในวันที่ 1 ตุลาคม 1940 หรือก่อนที่เริ่มมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนเพียง 9 วันเท่านั้น

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Yuki Saito (@yukisaitodenda) on

เหตุผลที่แท็กซี่ญี่ปุ่นเป็น “ประตูอัตโนมัติ”

นอกจากนี้ยังมียานพาหนะอื่นอีกมากมายที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อโตเกียวโอลิมปิก และยังคงถูกนำไปใช้งานจริงจนถึงปัจจุบันแม้ว่าการแข่งขันจะจบไปแล้ว รถแท็กซี่ญี่ปุ่นก็คือหนึ่งในนั้น

ดูเหมือนว่า “ประตูอัตโนมัติ” ของรถแท็กซี่ญี่ปุ่น จะถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1950 แต่กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทแท็กซี่รายใหญ่ในโตเกียวได้เลือกเปิดตัวรถแท็กซี่ประตูอัตโนมัติในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปีค.ศ. 1964 หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ การที่ญี่ปุ่นเลือกใช้รถแท็กซี่ประตูอัตโนมัติก็เพื่อแสดง “การต้อนรับ” นักกีฬาและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในช่วงโตเกียวโอลิมปิกในเชิงสัญลักษณ์นั่นเอง

ทุกวันนี้ดูเหมือนว่ารถแท็กซี่ประตูอัตโนมัติอาจจะดูธรรมดาไปแล้วสำหรับคนญี่ปุ่น แต่ว่าสำหรับชาวต่างชาติมันคือสิ่งที่แปลกตา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากต่างประเทศมายังญี่ปุ่น มักจะรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นรถแท็กซี่เหล่านี้ที่สนามบินนาริตะหรือฮาเนดะ เนื่องจากรถแท็กซี่ชนิดนี้มีเพียงที่ญี่ปุ่นเท่านั้น จึงสามารถพูดได้ว่า “รถแท็กซี่ประตูอัตโนมัติ” กลายเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นไปแล้วก็ว่าได้

แม้ว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวในปี 2020 จะถูกเลื่อนไปปี 2021 แล้ว แต่ว่าเทคโนโลยีใหม่ที่มาพร้อมกับโตเกียวโอลิมปิกไม่ได้มีเพียงรถแท็กซี่ประตูอัตโนมัติอย่างที่เคยมีมาแล้วเท่านั้น แต่ยังมี “รถขับอัตโนมัติ” ที่สามารถพาผู้โดยสารไปถึงจุดหมายปลายทางได้โดยไม่ต้องมีคนขับ แต่ทั้งนี้รถขับอัตโนมัตินี้ยังคงมีการจำกัดเส้นทางไปกลับจากสถานที่หนึ่งไปยังสถานที่จัดการแข่งขันเท่านั้น แต่คาดว่ามันจะถูกนำมาใช้จริงในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว 2020  พร้อมกับเทคโนโลยีล้ำ ๆ อย่างอื่นให้สมกับตำแหน่งประเทศเจ้าแห่งเทคโนโลยีอย่างญี่ปุ่นแน่นอน

สรุปเนื้อหาจาก: kostrivia
ผู้เขียน: KOKATETA

Total
10
Share