วิเคราะห์เหตุผลที่ทำให้ตู้กดกาชาปองกลับมาฮิตแบบสุด ๆ ในยุคนี้

ยุคนี้การเสี่ยงดวงเล่นตู้ขายของเล่นแบบหยอดเหรียญหรือตู้กาชาปองกลายเป็นอีกหนึ่ง To do list ของการไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ นอกจากจะได้ของเล่นน่ารัก ๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน ยังได้ความสนุกจากการลุ้นเสี่ยงดวงเพื่อให้ได้ของเล่นแบบที่ต้องการหรือการตามหาคาแร็กเตอร์ตัว Secret อีกด้วย ซึ่งกระแสความนิยมในการเล่นตู้กาชาปองนั้น จากที่เคยได้รับความนิยมเฉพาะในกลุ่มเด็ก ๆ ตอนนี้กลายเป็นว่าได้รับความนิยมแพร่หลายไปสู่คนทุกช่วงวัย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ คนญี่ปุ่นหรือคนต่างชาติ เรามาดูบทวิเคราะห์กันดีกว่าว่าทำไมตู้กาชาปองถึงได้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างแพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน


ก่อนอื่นเรามาย้อนดูประวัติของตู้กาชาปองกันก่อนสักนิดดีกว่า ว่ากันว่าตู้กาชาปองมีต้นกำหนดจากประเทศสหรัฐอเมริกา และได้เริ่มถูกนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นราวปี 1965 ตู้กาชาปองเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในญี่ปุ่นราวปี 1980 จากตู้กาชาปองที่ด้านในเป็นยางลบคาแร็กเตอร์ Kinnikuman โดยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มเด็กชายระดับชั้นประถมจนถึงมัธยมต้น ความนิยมในการเล่นตู้กาชาปองเริ่มแพร่หลายมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ปี 2000 ด้วยการพัฒนาคาแร็กเตอร์และของเล่นด้านในให้เหมาะกับความนิยมของคนหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ทำให้ตู้กาชาปองได้รับความนิยมทั้งในหมู่ผู้ใหญ่และผู้หญิงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตุ๊กตากาชาปองที่ปลุกกระแสความนิยมให้ตู้กาชาปองกลับมาแรงแบบสุด ๆ คงหนีไม่พ้นซีรีส์สาวน้อยฟูจิโกะเกาะแก้วที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นเอง


สินค้าในกาชาปองได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายชนิด ไม่ได้มีเพียงแค่คาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนหรือตุ๊กตาเท่านั้น ของใช้หรือสิ่งที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวันก็ได้ถูกหยิบยกมาดีไซน์ออกมาเป็นสินค้าในกาชาปอง ทำให้ความนิยมในการเล่นกาชาปองแทรกซึมเข้าสู่คนหลายกลุ่มที่มีความสนใจที่แตกต่างมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกาชาปองรูปของกินต่าง ๆ กาชาปองรูปเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน กาชาปองรูปเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น และผู้เล่นก็มีกิจกรรมเสริมความสนุกที่ได้จากการเล่นตู้กาชาปองมากขึ้น เช่น การถ่ายรูปของที่กดได้ลงในโลกออนไลน์


จากในอดีตที่ตู้กาชาปองมักเป็นของที่ถูกตั้งไว้ตามพื้นที่ว่างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามห้างหรือร้านค้า ในปัจจุบันด้วยชนิดของตู้กาชาปองที่มีมากขึ้นและมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นมากด้วย ทำให้เกิดการพัฒนาเป็นร้านค้าหรือพื้นที่เฉพาะสำหรับตู้กาชาปองจำนวนมากเพื่อรอต้อนรับลูกค้ามาใช้บริการ ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาเริ่มมีการเปิดโซนพื้นที่ขนาดใหญ่เฉพาะสำหรับตู้กาชาปองเรื่อยมาตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่นตามห้าง ในสถานีโตเกียว และในปี 2021 ก็ได้มีการเปิดโซนตู้เล่นกาชาปองที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีตู้กาชาปองมากถึง 3,000 ตู้ในชื่อ Capsule Toy Store ที่อิเคบุคุโระไปเป็นที่เรียบร้อย ยิ่งในยุคการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แบบนี้ที่ร้านค้าหลาย ๆ ร้านต้องปิดตัวลง การเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นโซนเล่นกาชาปองก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีของผู้ประกอบการ เพราะตู้กาชาปองมีค่าดำเนินการจัดการไม่มาก ไม่ต้องจ้างพนักงานประจำ และยังไม่ต้องใช้ไฟฟ้าอีกด้วย อีกทั้งการเล่นกาชาปองต่อครั้งมีราคาอยู่ที่ราว 100-500 เยนซึ่งถือว่าเป็นตัวเงินไม่มาก ทำให้ลูกค้าไม่เกิดความลังเลใจในการจับจ่ายมากนัก

และนี่ก็เป็นเหตุผลคร่าว ๆ ที่ทำให้ตู้กาชาปองกำลังได้รับความนิยมแบบสุด ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ณ ตอนนี้ การไม่หยุดต่อยอดพัฒนาของเล่นในกาชาปองของผู้ผลิตทั้งหลายก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดกลุ่มแฟนคลับนักล่ากาชาปองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าเสน่ห์ของตู้เล่นกาชาปองจะไม่หยุดอยู่แค่นี้อย่างแน่นอนค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : Urbanlife Tokyo, Wikipedia, Goo, Bandainamco