สายการบินญี่ปุ่นในยุคโควิด กับการดิ้นรนด้วยหวังที่จะกลับมาแข็งแรงดังเดิมอีกครั้ง

Last updated:

วันก่อนผู้เขียนได้อ่านข่าวล่าสุดเกี่ยวกับสายการบินหนึ่งของไทยที่ตอนนี้กำลังบักโกรก ยื่นขอฟื้นฟูกิจการก็แล้ว ขายปาท่องโก๋ก็แล้ว (ขายได้เดือนละสิบล้าน หนี้ 350,000 ล้าน ขายต่อเนื่องให้ได้สัก 2,916 ปีคงใช้หนี้หมด) มาถึงตอนนี้ต้องขายหุ้นในสายการบินอื่น ขายเครื่องยนต์เครื่องบิน ขายตึก หาทางหลอกล่อให้พนักงานสมัครใจลาออก ฯลฯ โดยไม่เห็นจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จะมีความหวังหรือมุมมองในทางบวกว่าจะทำอะไรให้ดีเผื่อถึงเวลาฟ้าเปิดจะได้กลับมาทำมาหากินได้ วันนี้ผู้เขียนจะพาไปดูสิ่งที่สายการบินของญี่ปุ่นพยายามที่จะประคองตัวเอง รอวันฟ้าสีทองผ่องอำไพกันอีกครั้ง ดังนี้ครับ

ก่อนยุคโควิด อุตสาหกรรมการบินของญี่ปุ่นรุ่งเรืองตามจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 4 เท่า ภายในแปดปี คือจาก 6.22 ล้านคนในปี พ.ศ. 2554 เพิ่มเป็น 31.88 ล้านคนในปี พ.ศ. 2562

แต่พอมาเจอโควิด นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลงประมาณ 96% จากปี พ.ศ. 2562 เรียกได้ว่าแทบจะหายเกลี้ยง แถมจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการเที่ยวบินภายในประเทศสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจก็ลดลงฮวบๆ ไปด้วย แม้ว่าในช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้วญี่ปุ่นจะพยายามกระตุ้นด้วยแคมเปญ “GoTo Travel” แต่พอเกิดการระบาดซ้ำในเดือนธันวาคม เที่ยวบินในประเทศก็หายหดไปราว 70% ก็เลยขาดทุนไปเรื่อยๆ ก็ต้องระงับเที่ยวบิน ลดเที่ยวบินลง

เป็นอย่างที่ทราบกันว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศขยายเวลาสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไป และแน่นอนสายการบินของญี่ปุ่นก็ยังต้องเจ็บตัวกันต่อไป เมื่อมองดูผลกำไรและขาดทุนขั้นสุดท้ายของเครือกิจการทั้งหมดตั้งแต่เดือนเมษายนถึงธันวาคมปีที่แล้ว ปรากฏว่า ANA Holdings ขาดทุน 309,500 ล้านเยน ส่วน Japan Airlines ขาดทุน 212,700 ล้านเยน จัดว่าขาดทุนอย่างเลวร้ายที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาเลยทีเดียว ANA พยายามประคองตัวเองโดยให้พนักงานลางานชั่วคราว และทั้ง ANA และ Japan Airlines ได้ใช้วิธี “โยก” พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไปอยู่ตามบริษัทเอกชนและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ เพื่อ “รักษาการจ้างงาน” ยามที่ไม่มีเที่ยวบินให้บิน (และไม่มีงานให้พนักงานบนเครื่องบินทำ) แต่ก็มีพนักงานจำนวนมากที่ไม่มีงานในหน้าที่เดิมทำ

“ลดเที่ยวบิน” คือหนทางลดการขาดทุน แต่?

ในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ของ ANA ได้มีการประชุมเพื่อตัดสินใจแผนการบินสำหรับเดือนมีนาคม แผนดังกล่าวตั้งอยู่บนความคาดหวังที่ว่าอุปสงค์ (ต่อบริการโดยสารเครื่องบิน) จะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม บรรดาสมาชิกในที่ประชุมได้ออกความเห็นไปต่างๆ “ถ้าเอาแคมเปญ GoTo Travel กลับมาทำต่อ โดยไม่ต้องรอให้ถึงช่วงหยุดฤดูใบไม้ผลิ อุปสงค์น่าจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือน” “บรรยากาศการเดินทางตอนนี้ยังเอาแน่ไม่ได้”

แต่ปัญหาสำคัญในการกำหนดแผนการบินก็คือ “ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว เราลดเที่ยวบินลงฮวบฮาบจนจำนวนเที่ยวบินพอดีสำหรับการขนส่งผู้โดยสาร แต่เราพลาดโอกาสจะได้อุปสงค์ต่อการขนส่งสินค้า มันลำบากตรงที่ต้องลดเที่ยวบินโดยดูเรื่องของการขนส่งสินค้าด้วย”

“นอกจากนี้ จากมุมมองด้านต้นทุน เราไม่สามารถบินต่อได้โดยปล่อยให้ขาดทุนต่อไปเรื่อยๆ ก็จริง แต่เราต้องคิดให้มากถ้าเราจะระงับหรือลดเที่ยวบินในเส้นทางที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต หรือที่ต้องใช้ในการเคลื่อนย้ายบุคลากรทางการแพทย์”

ประเด็นมันอยู่ที่ว่า การจะลดเที่ยวบินจำเป็นต้องคำนึงถึงจุดยืนขององค์กรในฐานะที่เป็น “ระบบขนส่งสาธารณะ” และ “ประโยชน์สาธารณะ” ด้วย ซึ่งมันมากกว่าแค่ตัวเลขกำไรหรือขาดทุน ว่าแต่ว่าสายการบินของไทยเคยมีวิสัยทัศน์หรือจิตสำนึกเกี่ยวกับเรื่องนี้กันไหมหนอ?

เมื่อนักบินทำงานเสร็จต้องกลับไปนอนที่บ้าน

ที่สำนักงานเจแปนแอร์ไลน์ สนามบินฮาเนดะ กำลังมีการปรับตารางการทำงานของนักบินโบอิ้ง 737 จำนวน 500 คน เนื่องจากการลดเที่ยวบินบ่อยครั้งและการเปลี่ยนเครื่องบินไปใช้เครื่องขนาดเล็กลง จนถึงตอนนี้มีเที่ยวบินภายในประเทศวันละสามเที่ยวบิน พอหมดเที่ยวที่สาม นักบินก็จะพักที่โรงแรมในพื้นที่ใกล้สนามบิน เช้าวันรุ่งขึ้นก็หมุนเวียนลูกเรือของทั้งสามเที่ยวบินอีกครั้ง แต่ตอนนี้เที่ยวบินต้องลดลงอีกเหลือสองเที่ยวบินต่อวัน ฉะนั้นพอหมดเที่ยวที่สอง นักบินก็กลับบ้าน เช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปทำงานที่สนามบินอีก นั่งเครื่องสองเที่ยวซึ่งอาจทำให้นักบินที่บ้านอยู่ไกลมีเวลาเตรียมตัวสำหรับเที่ยวบินในเช้าวันรุ่งขึ้นน้อยลง

ประเด็นก็คือการที่จะต้องรักษานักบินให้มีร่างกายที่พร้อม เพื่อรักษาจำนวนเที่ยวบินที่จำเป็น

ว่าแต่สายการบินของญี่ปุ่นคงไม่ได้ให้พนักงานทำโอทีปีละ 419 วันเหมือนบางสายการบินของไทยใช่ไหมครับ?

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนก็ขอเอาใจช่วยให้สายการบินของญี่ปุ่นทั้ง ANA และ Japan Airlines กลับมาแข็งแรงดีดังเดิม มีผู้โดยสารเยอะๆ กลับมาตั้งตัวได้มีกำไร เมื่อวันที่ภาวะโควิดจางไปนะครับ

สรุปเนื้อหาจาก Yahoo! Japan และ ไทยรัฐ
ผู้เขียน TU KeiZai-man