สุดเจ๋ง! โรงงานหลอดไฟในชิซึโอกะสร้างธุรกิจเพาะเห็ดดอกกะหล่ำจนกิจการปัง

ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ก้าวหน้าทำให้ธุรกิจเก่าหลายอย่างต้องปิดหรือเปลี่ยนกิจการตามการเปลี่ยนแปลงของโลก เช่นเดียวกับกิจการหลอดไฟสำหรับรถยนต์ที่ต้องซบเซาลงเนื่องจากมีหลอด LED มาทดแทน แต่แทนการหยุดธุรกิจที่มีมาแต่รุ่นพ่อแม่ เจ้าของกิจการได้ตัดสินใจเปลี่ยนมาเพาะเห็ดโดยทำควบคู่กันไปกับกิจการเดิมด้วย มารู้เรื่องราวการผ่านวิกฤติด้วยการสร้างธุรกิจเพาะเห็ดของโรงงานหลอดไฟในญี่ปุ่นกันนะคะ

รู้จักโรงงานหลอดไฟญี่ปุ่นที่ทำกิจการเพาะเห็ดดอกกะหล่ำควบคู่ไปด้วย

โรงงานผลิตหลอดไฟ Oikawa Electric Mfg. Co., Ltd. ตั้งอยู่ที่เมืองชิมาดะ จังหวัดชิซึโอกะ ซึ่งผลิตหลอดไฟรถยนต์หลากหลายชนิดรวมถึงไฟกระพริบและไฟท้าย โรงงานก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967 และเคยขายสินค้าหลอดไฟได้ถึงปีละประมาณสองพันล้านเยนในอดีต แต่ทว่าต้องเจอจุดผันให้ต้องหากิจการทางเลือกเนื่องจากตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา มีการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED มากขึ้นซึ่งส่งผลให้ยอดขายลดลง ทางบริษัทจึงมองหากิจการใหม่มาเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัท

ทางบริษัทได้เลือกเพาะเห็ดชนิดหนึ่งซึ่งเป็นเห็ดที่หารับประทานได้ยาก เพราะเป็นพันธุ์ที่จะขึ้นอยู่เฉพาะบนภูเขาที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 เมตร อีกทั้งยังไม่มีคนเพาะเลี้ยง เห็ดดังกล่าวคือ เห็ดดอกกะหล่ำ หรือ Sparassis crispa หรือชื่อญี่ปุ่นว่า ฮานาบิระตาเกะ (はなびらたけ) เห็ดชนิดนี้มีสีขาวคล้ายกลีบดอกไม้ มีขนาดใหญ่ประมาณดอกกะหล่ำ มีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบอร่อย และอุดมไปด้วยบีต้ากูลแคน ซึ่งเป็นสารอาหารที่คนญี่ปุ่นให้ความสนใจว่าดีต่อสุขภาพ

เห็ดดอกกะหล่ำหรือฮานาบิระตาเกะ

กว่าจะประสบความสำเร็จในการเพาะเห็ดดอกกะหล่ำ

เห็ดดอกกะหล่ำเป็นเห็ดหายากที่ขึ้นอยู่ตามภูเขาที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร การเริ่มต้นเพาะเลี้ยงนั้นใช้เวลาศึกษาประมาณ 3 ปี เพื่อควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่จะให้ได้ดอกเห็ดที่มีคุณภาพ ด้วยว่าเห็ดชนิดนี้เป็นเห็ดที่คนรู้จักน้อย ดังนั้นจึงมีการเริ่มต้นขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตในพื้นที่รวมถึงการขายตรง แต่ด้วยการพัฒนากลยุทธทางการตลาดร่วมกับตัวแทนผู้เชี่ยวชาญการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ทำให้มีการนำเห็ดเข้ามาขายในร้านอาหารมีชื่อในโตเกียว ปริมาณการขายก็ดีวันดีคืนแม้จะมีราคาค่อนข้างแพงถึงแพ็คละ 350-400 เยน บริษัทมียอดขายเห็ดในปี 2020 สูงกว่าปี 2018 ถึง 13 เท่า และทางบริษัทคาดว่าในปี 2021 จะมียอดขายเห็ดถึงร้อยล้านเยน และจะถึงพันล้านเยนในปี 2025

คนญี่ปุ่นนำเห็ดดอกกะหล่ำมารับประทานอย่างไร

ด้วยมีรสสัมผัสกรุบกรอบอร่อยเข้ากับอาหารทุกชนิด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยบีต้า กลูแคนซึ่งเป็นสารอาหารที่ได้ชื่อว่าช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่ภูมิคุ้มกันของร่างกาย เห็ดชนิดนี้จึงได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นในขณะนี้ วิธีการนำมารับประทานนั้นทำได้หลากหลาย ทั้งนำมาทอดเทมปุระ ใส่ในหม้อร้อนสุกี้ยากี้ หุงกับข้าว ใส่ในซุป สลัด หรือพิซซ่า เป็นต้น

ซุปเห็ดฮานาบิระตาเกะ
พิซซ่าหน้าเห็ดฮานาบิระตาเกะ
ผัดเห็ดฮานาบิระตาเกะ

เมื่อโลกเปลี่ยนไป ผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่จำเป็นในอดีตก็ค่อยๆ หายไปตามกาลเวลา เพื่อปากท้องของพนักงาน กิจการและธุรกิจก็จำต้องเปลี่ยนรูปแบบไป ความพยายามที่ไม่ท้อถอย รวมถึงการมองหาผลิตภัณฑ์เด่นที่แตกต่างไปจากผู้อื่น ก็เป็นวิธีการที่ดีเพื่อสร้างผลกำไรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไปค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: inaka-backpacker, itmedia