ไม่ต้องเดินให้เมื่อย! บริษัท Luup เริ่มให้บริการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบแชร์ในย่านกลางกรุงโตเกียวเม.ย. 2564

ถ้าถามว่าจะไปญี่ปุ่นต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ผู้เขียนขอตอบอย่างแรกเลยว่ารองเท้าผ้าใบค่ะ เนื่องจากที่ญี่ปุ่นผู้คนใช้ขนส่งสาธารณะกันเยอะ โดยเฉพาะรถไฟ จะไปไหนมาไหนก็ใช้วิธีเดินจากบ้านไปสถานีรถไฟ พอถึงสถานีปลายทางก็ต้องเดินฝ่าผู้คนมากมายไปยังจุดหมายอีก บอกได้เลยว่าได้ยืนได้เดินกันทั้งวันค่ะ

สำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวก็คงมีปวดขากันบ้าง สำหรับคนที่อาศัยอยู่ญี่ปุ่น แม้จะชินแล้ว แต่บางทีการเดินฝ่าผู้คนเยอะ ๆ ในเวลาเร่งรีบก็ทำเอาเสียเวลาไปมากเหมือนกัน บริการแชร์จักรยานและแชร์สกู๊ตเตอร์ของบริษัท Luup จะมาแก้ปัญหานี้ให้เพื่อน ๆ ค่ะ โดยบริษัท Luup นี้ ให้บริการแชร์จักรยานไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2563 แล้ว และเริ่มให้บริการแชร์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในเดือนเมษายน ปี 2564 นี้

บริการแชร์จักรยานไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 บริษัท Luup ได้เปิดให้บริการแชร์จักรยานไฟฟ้าขนาดเล็กใน 6 เขตกรุงโตเกียว ได้แก่ เขตชิบุย่า เขตเมกุโระ เขตมินาโตะ เขตเซะทากายะ เขตชินากาวา และเขตชินจุกุ เรียกได้ว่าครอบคลุมย่านสำคัญ ๆ ของกรุงโตเกียวกันเลยทีเดียว โดยทางบริษัทได้ติดตั้งจุดยืมจักรยานไว้หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านอาหารและลานจอดรถ ราคาก็ไม่แพงเพียงแค่ 100 เยนต่อ 10 นาทีแรก นาทีต่อไปนาทีละ 15 เยน เพื่อน ๆ สามารถยืมจักรยานจากจุดใกล้ตัว และจะขับไปจอดไว้ที่ไหนก็ได้ โดยใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันของทางบริษัท

บริการแชร์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

 

View this post on Instagram

 

A post shared by @daily_records000

ในเดือนเมษายน 2564 บริษัท Luup ได้เปิดให้บริการแชร์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากจักรยานไฟฟ้า โดยย่านที่ครอบคลุม ราคา และวิธีการใช้เหมือนกันกับจักรยานเลย แต่คนที่ต้องการใช้บริการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านี้จะต้องมีใบขับขี่ และจะต้องทำบททดสอบก่อนขับขี่ให้ได้ถูกทุกข้อด้วย ปัจจุบันบริษัท Luup มีจุดยืมจักรยานกว่า 300 จุด ซึ่งมีจุดที่ยืมสกู๊ตเตอร์ได้ด้วยถึง 200 จุดเลยทีเดียว

บริการเพื่อรณรงค์การขับขี่ถูกกฎหมาย

จุดประสงค์หลักที่บริษัท Luup เริ่มให้บริการนี้ก็คือต้องการรณรงค์ให้ผู้คนขับขี่กันถูกกฎหมาย ปัจจุบัน มีคนจำนวนมากใช้สกู๊ตเตอร์โดยไม่มีป้ายทะเบียน อีกทั้งยังนำมาขับขี่บนทางเท้า ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทางบริษัท Luup ได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อบังคับใช้กฎที่ถูกที่ควรเรื่อยมา อีกทั้งยังมุ่งมั่นที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเคลื่อนที่ระยะสั้น และบริการยานพาหนะไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุภายในปี 2566 อีกด้วย

สรุปเนื้อหาจาก: techable, watch.impress