ทำไมสีเขียวถึงกลายเป็นสีน้ำเงินในสายตาคนญี่ปุ่น??

รู้หรือไม่ครับ ว่าคนญี่ปุ่นมักจะเรียกสีเขียวเป็นสีน้ำเงินในหลาย ๆ กรณี สำหรับเพื่อน ๆ ที่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น ก็คงจะคุ้นเคยเรื่องนี้กันดีใช่ไหมครับ…แต่ที่มาที่ไปนั้นช่างซับซ้อนและน่าสนใจอย่างมาก ลองมาดูเหตุผลของเรื่องนี้กันดีกว่าครับ

คำเรียกสีในอดีต

ก่อนอื่นต้องย้อนไปสู่อดีต เพื่อทำความเข้าใจก่อนครับ ว่าชื่อเรียกสีในสมัยก่อนจำกัดอยู่เพียงแค่ 4 สีเท่านั้น ได้แก่ สีแดง・สีดำ・สีขาว・สีน้ำเงิน (赤・黒・白・青) โดยที่สีแต่ละสี ไม่ได้จำกัดเพียงแค่สีของตัวมันเท่านั้น แต่ถูกใช้ในความหมายที่กว้างกว่าตัวมันเอง และจับคู่ตรงข้ามกัน ดังนี้

สีแดง VS สีดำ

สีแดง…คือ ความสดใส ความสว่างไสว ร่าเริง
สีดำ…คือ ความมืด ความทะมึน ทึม ๆ
2 สีนี้จึงเป็นสีตรงข้ามกัน หรือ คู่กันมาแต่อดีต และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ญี่ปุ่นเท่านั้น ชาติอื่น ๆ ในโลกก็มีวิธีคิดที่คล้ายคลึงกัน ตัวอย่างเช่น ไพ่ใน 1 สำรับ จะมีเพียงสองสี คือ แดงและดำ เท่านั้น รวมถึงรูเล็ทก็เช่นกัน

Gempei War

ในประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งได้สร้างมุมมองเรื่องคู่ตรงข้ามระหว่าง สีแดง และ สีขาว ที่ถูกใช้ในการแข่งขันในทัศนะของคนญี่ปุ่น อันมีที่มาจากสงครามเก็มเป ระหว่าง 2 ตระกูลใหญ่ในสมัยเฮอัน (เกียวโตในปัจจุบัน) ที่ฝ่ายหนึ่งใช้ธงแดง อีกฝ่ายหนึ่งใช้ธงขาว แม้กระทั่งทุกวันนี้ การแข่งกีฬาในโรงเรียนญี่ปุ่นก็ยังนิยมแบ่งฝั่งด้วยสองสีคู่ตรงข้ามนี้อยู่เลยครับ แต่ในยุคต่อ ๆ มา ด้วยอิทธิพลเรื่องหยินหยางจากจีน ทำให้คู่ตรงข้าม ขาว VS ดำ เข้ามาแทนที่ไปในภาพกว้างนั่นเอง

สีขาว VS สีน้ำเงิน

สีขาว…คือ ความชัดเจน
สีน้ำเงิน…คือ ความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน
ในที่นี้ทำให้สีน้ำเงินมีความหมายกว้างขวาง สีใดที่ไม่มีความแน่ชัดว่าอยู่ในกลุ่มใด มักถูกเหมารวมให้เป็นสีน้ำเงินทั้งสิ้น รวมถึงสีเขียวด้วย ตัวอย่างเช่น แอปเปิ้ลเขียว และใบไม้เขียว ก็ถูกเรียกเป็นสีน้ำเงินทั้งสิ้น

แล้วไฟเขียวกลายเป็นไฟน้ำเงินไปได้ยังไงและเมื่อไหร่!?

ระบบการจราจรไฟเขียวไฟแดงได้เข้ามาในสังคมญี่ปุ่นในช่วงสมัยโชวะ ซึ่งเป็นยุคที่มีความเข้าใจเรื่องสีกว้างขวางมากกว่าอดีตแล้ว เกิดมีแม่สี 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน เป็นเหตุให้สื่อต่าง ๆ เลือกที่จะใช้สีน้ำเงินในการเรียกไฟเขียว เพื่อให้สอดคล้องกับความรู้เรื่องแม่สีพอดี เป็น 3 สีของการจราจรที่ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ประกอบกับว่า สีเขียวก็ถูกใช้ปนกันกับสีน้ำเงินมาแต่โบราณแล้วด้วยนั่นเองครับ

traffic light

เนื่องจากความเข้าใจเรื่องระบบสีในความคิดของคนญี่ปุ่น มีที่มาที่ไปที่ซับซ้อนตามที่ได้เล่ามา ทำให้บ่อยครั้งคนญี่ปุ่นในปัจจุบันเอง มักมีความสับสนในการจับคู่ตรงข้ามอยู่เสมอ ด้วยเหตุปัจจัยทางประวัติศาสตร์มากมาย การรับเอาวัฒนธรรมจากชาติอื่น ๆ ที่เข้ามา และการใช้หลักคิดเรื่องสีที่ไม่ได้ให้ความหมายโดยตรงแค่ตัวมันเอง ซึ่งตรงข้ามกับเราที่มองสีเป็นสีที่เห็นด้วยตา และไม่ได้ให้ความสำคัญกับความหมายอื่น ๆ มากเท่ากับสังคมญี่ปุ่น…รู้แบบนี้แล้วก็ไปญี่ปุ่นด้วยตาที่มองเห็นสีอย่างลึกซึ้งไปอีกขั้นแล้วใช่ไหมครับ!

อ้างอิงเนื้อหาจาก oshiete.goo
ผู้เขียน: mamonn