นักเขียนต้นแบบตัวละครใน Bungou Stray Dogs: สำนักงานนักสืบบุโซ

bungo busou tanteisha

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังติดตามอนิเมะเรื่อง Bungou Stray Dogs (文豪ストレイドッグス) หลายคนคงสังเกตได้ตั้งแต่ตอนแรกของเรื่องเลยว่าเรื่องนี้มีการนำชื่อนักเขียนคนสำคัญของญี่ปุ่นมาใช้เป็นชื่อตัวละครต่างๆ ในเรื่องกัน เท่านั้นยังไม่พอ อาจารย์อาซางิริ คาฟกา (朝霧カフカ) ผู้แต่งยังนำงานเขียนสำคัญของนักเขียนแต่ละคนมาเป็นชื่อความสามารถพิเศษ (異能力) ของตัวละครแต่ละคนด้วย

ในบทความนี้เราจะมาเทียบตัวละครสังกัดสำนักงานนักสืบบุโซ (武装探偵社) กับนักเขียนและผลงานวรรณกรรมที่เป็นต้นแบบตัวละครนั้นๆ กัน!

นาคาจิมะ อัตสึชิ (中島敦)

bungou nakajima atsushi
นาคาจิมะ อัตสึชิเป็นเด็กที่ถูกไล่ออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าโดยเข้าใจว่าเป็นเพราะมีเสือตัวหนึ่งกำลังไล่ตามเขาอยู่ จนสุดท้ายจึงพบว่าเสือนั้นคือตัวเขาเองที่กลายเป็นเสือสมิง (人虎) ด้วยความสามารถพิเศษ “สัตว์ร้ายใต้แสงจันทร์ (月下) ” ที่ทำให้สามารถกลายร่างเป็นเสือและรักษาตัวเองได้ ต่อมาเขาได้ถูกชวนให้เข้าทำงานที่สำนักงานนักสืบบุโซ

ประวัตินักเขียน: นาคาจิมะ อัตสึชิ (1909-1942) เกิดในครอบครัวนักวิชาการด้านภาษาจีนทำให้ผลงานหลายเรื่องของเขาอิงมาจากงานเขียนของจีน แม้ว่าเขาจะจากไปก่อนเวลาอันควรด้วยโรคหอบหืด แต่ผลงานของเขาก็ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษ “สัตว์ร้ายใต้แสงจันทร์” มีต้นแบบจาก “ซังเก็ตสึคิ (山月記)” ผลงานของนาคาจิมะ อัตสึชิที่อิงมาจากเรื่อง “ตำนานเสือสมิง (人虎伝)” ของประเทศจีน เป็นเรื่องเล่าของข้าราชการหนุ่มผู้ฉลาดเฉลียวคนหนึ่งในสมัยราชวงศ์ถังผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนักกวี วันหนึ่งเขาได้ถูกส่งไปทำงานที่ชนบทแห่งหนึ่งและหายตัวไป ไม่กี่ปีต่อมาเพื่อนของเขาก็ได้พบชายคนนั้นอีกครั้งบนภูเขา ชายคนนั้นได้เล่าให้ฟังว่าระหว่างทางเขาได้ยินเสียงบางอย่างในความมืดและเมื่อเขาเริ่มเดินตามมันไปเขาก็พบว่าตัวเขาได้กลายเป็นเสือไปแล้วและนานๆ ทีเขาจะได้คืนร่างเป็นคนอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความที่เขายังคงไม่ทิ้งความฝันว่าอยากเป็นนักกวีไปเขาได้ขอให้เพื่อนของเขาบันทึกบทกวีต่างๆ ของเขาไว้ หลังจากที่เพื่อนของเขาได้จดบทกวีเหล่านั้นเรียบร้อย ชายคนนั้นก็คืนร่างเป็นเสือและวิ่งหายเข้าป่าไป

ดาไซ โอซามุ (太宰 治)

bungou dazai osamu
ดาไซ โอซามุเป็นหนึ่งในพนักงานของสำนักงานนักสืบบุโซและเป็นคู่หูทำงานของคุนิคิดะ ดปโปะ ไม่มีใครในสำนักงานรู้ว่าอาชีพของเขาก่อนจะมาที่สำนักงานนักสืบนี้คืออะไรจนกลายเป็นหนึ่งในเจ็ดปริศนาของสำนักงานไปโดยปริยาย (แถมมีเงินรางวัลสำหรับคนที่ทายถูกด้วย) ดาไซมีนิสัยแปลกๆ คือชอบการฆ่าตัวตายและหวังว่าเขาจะได้ฆ่าตัวตายคู่กับสาวสวยสักคนในอนาคต ความสามารถพิเศษของดาไซคือ “สูญสิ้นความเป็นคน” ซึ่งสามารถทำให้ความสามารถพิเศษอื่นไม่มีผลด้วยสัมผัสเดียว

ประวัตินักเขียน: ดาไซ โอซามุ (1909-1948) เป็นนามปากกาของสึชิมะ ชูจิ (津島修治) นักเขียนผู้ชื่นชมนักเขียนรุ่นพี่อาคุตากาวะ ริวโนสุเกะ และได้สร้างงานเขียนออกมามากมายในวัยเพียง 20 ปี แต่เมื่ออาคุตากาวะ ริวโนสุเกะฆ่าตัวตายเขาก็ได้หยุดเขียนไปและเริ่มใช้เงินไปกับเหล้าและหญิงขายบริการแทน นอกจากนี้เขายังหนีออกจากบ้านและพยายามฆ่าตัวตายอยู่ 2 ครั้งด้วยกันแต่เขาก็รอดชีวิตมาได้ ต่อมาสึชิมะกลับเข้าสู่วงการนักเขียนอีกครั้งและเริ่มใช้นามปากกาดาไซ โอซามุ ตลอดช่วงชีวิตของเขา ดาไซ โอซามุได้สร้างผลงานวรรณกรรมที่มีคุณค่าหลายเรื่องแต่ในขณะเดียวกันเขาก็ได้พยายามฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้งเช่นกัน จนครั้งสุดท้ายเขาได้ฆ่าตัวตายพร้อมคนรักของเขาในคลองบริเวณบ้านพักของเขาเอง

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: “สูญสิ้นความเป็นคน (人間失格)” เป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของดาไซ โอซามุ และเป็นผลงานคลาสสิกที่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน โดยผลงานเรื่องนี้เป็นอัตชีวประวัติของดาไซ โอซามุที่เล่าผ่านตัวละครในเรื่องที่แทนตัวตนของเขาเอง สูญสิ้นความเป็นคนเล่าประวัติของชายที่ชื่อโอบะ โยโซ (大庭葉蔵) ผ่านสมุดบันทึกของเขา โอบะเป็นคนที่ไม่สามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงของเขาให้ใครเห็นได้ ด้วยความโดดเดี่ยวและอิทธิพลที่ไม่ดีจากคนรอบข้างทำให้เขาหลุดเข้าไปอยู่ในวงโคจรของเหล้า ยา และชีวิตกลางคืนที่บั่นทอนชีวิตของเขาลงไปเรื่อยๆ

คุนิคิดะ ดปโปะ (国木田独歩)

bungou kunikida doppo
คุนิคิดะ ดปโปะเป็นพนักงานของสำนักงานนักสืบบุโซที่พนักงานคนอื่นสามารถพึ่งพาได้เสมอด้วยบุคลิกที่มีความเป็นผู้นำและมีความรับผิดชอบ คุนิคิดะมีสมุดพกเล่มหนึ่งที่หน้าปกมีคำว่า “อุดมคติ (理想)” เขียนไว้ โดยสมุดนี้เป็นทั้งสมุดสำหรับจดข้อมูลต่างๆ และยังเป็นอุปกรณ์ในการใช้ความสามารถพิเศษของเขา นั่นคือ “ดปโปะยอดกวี (独歩吟客)” ที่สามารถสร้างวัตถุอะไรก็ได้ที่เขาเขียนลงบนสมุด

ประวัตินักเขียน: คุนิคิดะ ดปโปะ (1871-1908) เป็นนามปากกาของคุนิคิดะ เท็ตสึโอะ (国木田哲夫) นักเขียนชาวคริสเตียน คุนิคิดะ ดปโปะเติบโตขึ้นท่ามกลางธรรมชาติในเมืองอิวาคุนิ (岩国市) จังหวัดยามากุจิ (山口県) ทำให้คุนิคิดะชื่นชอบในความเป็นธรรมชาติซึ่งลักษณะนี้ของเขาก็ได้ปรากฏอยู่ในงานเขียนต่างๆ ซึ่งมีทั้งนิยาย บทความในนิตยสาร และบทกวี

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของคุนิคิดะ ดปโปะ “ดปโปะยอดกวี (独歩吟客)” อิงมาจาก “บทกวีดปโปะ (独歩吟) ” ซึ่งเป็นหนังสือรวมผลงานบทกวีแนวโรแมนติกของคุนิคิดะ ดปโปะนั่นเอง

เอโดงาวะ รัมโปะ (江戸川乱歩)

bungou edogawa ranpo
เอโดงาวะ รัมโปะ เป็นหนึ่งในพนักงานของสำนักงานนักสืบบุโซและเป็นหนึ่งในนักสืบที่มีฝีมือมากที่สุด แม้จะเป็นนักสืบอัจฉริยะแต่เอโดงาวะ รัมโปะก็มีด้านที่มีความเป็นเด็กขี้เล่นอยู่เหมือนกัน และเมื่อออกไปข้างนอกก็ต้องมีคนตามไปดูแลเนื่องจากเขาไม่สามารถนั่งรถไฟหรือกลับบ้านเองได้ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงคราวจำเป็นเขาก็สามารถใช้ความสามารถในการอนุมานมาไขคดีได้อย่างสุขุมเช่นกัน

ประวัตินักเขียน: เอโดงาวะ รัมโปะ (1894-1965) เป็นนามปากกาของฮิราอิ ทาโร (平井 太郎) นักเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนารูปแบบนิยายสืบสวนสอบสวนของญี่ปุ่น นิยายของเอโดงาวะ รัมโปะจะเน้นการไขคดีที่เป็นไปตามกระบวนการและตรรกะ ซึ่งถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ในนิยายสืบสวนสอบสวนของญี่ปุ่นในสมัยนั้น ทั้งนี้เนื่องจากเอโดงาวะ รัมโปะมีเอ็ดการ์ อลัน โพ (Edgar Allan Poe) และ เซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ (Sir Arthur Conan Doyle) สองนักเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนแห่งโลกตะวันตกเป็นไอดอลนั่นเอง

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษที่เอโดงาวะ รัมโปะตั้งให้กับตัวเอง “สุดยอดอนุมาน (超推理)” คาดว่าน่าจะอิงจากจุดเด่นในผลงานต่างๆ ของเอโดงาวะ รัมโปะที่มีการใช้ตรรกะและหลักกระบวนการสืบสวนที่สมจริงและน่าติดตาม

ทานิซากิ จุนอิจิโร (谷崎潤一郎)

bungou tanizaki junichiro
ทานิซากิ จุนอิจิโรทำงานอยู่ในสำนักงานนักสืบบุโซกับน้องสาวชื่อนาโอมิ (ナオミ) ซึ่งทำหน้าที่เป็นพนักงานธุรการ ปัจจุบันทานิซากิ จุนอิจิโร่อาศัยอยู่ลำพังกับน้องสาวแต่ยังไม่เปิดเผยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ของทั้งคู่ ความสามารถพิเศษของทานิซากิ “ละอองหิมะ” เป็นความสามารถพิเศษที่สามารถสร้างภาพลวงตาได้

ประวัตินักเขียน: ทานิซากิ จุนอิจิโร (1886-1965) เป็นนักเขียนแนวสุนทรียนิยมคนสำคัญคนหนึ่งในวรรณกรรมญี่ปุ่นปัจจุบัน ผลงานของเขามักแสดงถึงความคิดด้านความงามโดยเฉพาะในด้านที่การใฝ่หาความงามนั้นๆ ได้นำไปสู่ความหมกมุ่นในจิตใจของมนุษย์ อย่างไรก็ตามผลงานอื่นของเขาก็มีการแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของบริบทครอบครัวชาวญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 20

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของทานิซากิ จุนอิจิโรในอนิเมะ “ละอองหิมะ (細雪)” มาจากนิยายของนักเขียนทานิซากิ จุนอิจิโรที่มีชื่อเดียวกัน ละอองหิมะเป็นเรื่องของครอบครัวมากิโอกะ (蒔岡) ครอบครัวชนชั้นกลางในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื้อเรื่องเล่าถึงการพยายามหาคู่ครองให้กับลูกสาวคนที่สามของบ้านมากิโอกะ ยูกิโกะ (蒔岡雪子)  ธีมหลักของเรื่องนี้จะเน้นไปที่ความเสื่อมถอยและการสลายหายไปซึ่งจะเห็นได้ชัดจากสถานะของครอบครัวมากิโอกะ ส่วนชื่อน้องสาวของทานิซากิ จุนอิจิโร “นาโอมิ” นั้นคาดว่ามาจากชื่อตัวละครหญิงในผลงานเรื่องรักของคนเขลา (痴人の愛)

มิยาซาวะ เคนจิ (宮沢賢治)

bungou miyazawa kenji
มิยาซาวะ เคนจิเป็นเด็กหนุ่มคนเลี้ยงวัวจากชนบทที่ประธานสำนักงานฯ ชวนมาทำงานด้วย เพราะมิยาซาวะเป็นเด็กที่เติบโตมาในชนบททำให้เขาเป็นคนมองโลกในแง่บวก มีบุคลิกเรียบง่าย อารมณ์ดี และเป็นมิตร ซึ่งบุคลิกนี้เองที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักของใครหลายคนในเมืองนี้และได้รับความร่วมมืออยู่เสมอ ความสามารถพิเศษของเคนจิ “ไม่แพ้สายฝน” เป็นพลังที่ทำให้เคนจิมีแรงเหนือมนุษย์

ประวัตินักเขียน: มิยาซาวะ เคนจิ (1896-1933) เป็นนักกวีและนักเขียนวรรณกรรมเยาวชน โดยผลงานวรรณกรรมเยาวชนของเขาหลายเรื่องได้ถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะในเวลาต่อมา เช่นเรื่อง “ทางรถไฟสายทางช้างเผือก (銀河鉄道の夜)” สำหรับผลงานบทกวีของเขานั้นเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้นหลังจากที่เขาเสียชีวิต นอกจากงานเขียนแล้วมิยาซาวะ เคนจิยังได้ก่อตั้งสหกรณ์ชาวนาราสุ (羅須地人協会) ขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาในจังหวัดอิวาเตะซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดอีกด้วยค่ะ

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: “ไม่แพ้สายฝน (雨ニモマケズ)” ที่เป็นความสามารถพิเศษของมิยาซาวะถูกอ้างอิงมาจากเป็นบทกลอนชื่อเดียวกันของมิยาซาวะ เคนจิ เนื้อกลอนกล่าวถึงแนวทางการใช้ชีวิตว่าให้มีความอดทน กินอยู่อย่างเรียบง่าย และคอยช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ

โยซาโนะ อากิโกะ (与謝野晶子)

bungou yosano akiko
โยซาโนะ อากิโกะเป็นคุณหมอประจำสำนักงานนักสืบบุโซ แม้จะเป็นคุณหมอที่ขาดไม่ได้ในสำนักงานที่ต้องเจอกับเรื่องอันตรายตลอดเวลา แต่ทุกคนในสำนักงานต่างก็กลัวที่จะต้องให้เธอรักษาถึงขั้นที่ว่าห้ามเจ็บป่วยเด็ดขาด เพราะความสามารถพิเศษ “เจ้าอย่าได้มรณา” ของหมอโยซาโนะมีเงื่อนไขว่าต้องทำให้คนไข้ปางตายก่อนจึงจะรักษาให้หายขาดได้

ประวัตินักเขียน: โยซาโนะ อากิโกะ (1878-1942) เป็นนามปากกาของโฮ ชิโย นักกวีหญิงและครูผู้ช่วยสร้างรากฐานให้แก่นักเขียนอีกหลายคนให้สามารถก้าวเข้าสู่โลกวรรณกรรมได้ นอกจากนี้โยซาโนะ อากิโกะยังเป็นผู้สนับสนุนการศึกษาของสตรีคนสำคัญอีกด้วย ผลงานสำคัญของเธอนอกจากผลงานกวียังมีงานแปลวรรณคดีสำคัญของญี่ปุ่นจากภาษาเก่าให้เป็นภาษาปัจจุบันที่อ่านง่าย เช่น เก็นจิโมโนกาตาริฉบับแปลใหม่ (新訳源氏物語) เป็นต้น

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของโยซาโนะ อากิโกะ “เจ้าอย่าได้มรณา (君死給勿)” มาจากบทกลอนชื่อเดียวกันของโยซาโนะ อากิโกะที่เขียนถึงน้องชายของเธอและแสดงความคิดต่อต้านสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ซึ่งบทกลอนนี้เคยถูกนำมาตีพิมพ์และสร้างเป็นเพลงเพื่อใช้เป็นการต่อต้านสงครามในทางอ้อมด้วย

ฟุคุซาวะ ยูคิจิ (福沢諭吉)

bungou fukuzawa yukichi
ฟุคุซาวะ ยูคิจิเป็นประธานสำนักงานนักสืบบุโซและเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ของคุนิคิดะ ดปโปะ แม้ฟุคุซาวะ ยูคิจิจะมีบุคลิกเคร่งขรึมตามฉบับประธานบริษัท แต่ในขณะเดียวกันก็คอยดูแลและให้ความสำคัญกับพนักงานบริษัทแต่ละคนเป็นอย่างดี (แถมเป็นทาสแมวตัวพ่อด้วย) ความสามารถพิเศษ “ทุกคนเท่าเทียม” เป็นพลังที่ให้ฟุคุซาวะสามารถควบคุมหรือปรับความสามารถพิเศษของพนักงานในบริษัทให้อยู่ในระดับที่เจ้าของสามารถควบคุมได้อย่างอิสระ โดยมีเงื่อนไขว่าพนักงานต้องผ่านการสอบเข้าก่อนจึงจะใช้ได้

ประวัตินักเขียน: ฟุคุซาวะ ยูคิจิ (1835-1901) เป็นทั้งนักเขียนคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของญี่ปุ่น เพราะเขาเป็นทั้ง ครู นักแปล ล่าม นักลงทุน และนักข่าว รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเคโอ (慶應義塾大学) หนังสือพิมพ์จิจิชิมโป (時事新報) และสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว (東京大学医科学研究所) อีกด้วย ทำให้ฟุคุซาวะ ยูคิจิมีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศญี่ปุ่นในสมัยเมจิ (明治時代) และทำให้เขาได้ขึ้นไปอยู่บนธนบัตร 10,000 เยนของญี่ปุ่น

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของฟุคุซาวะ ยูคิจิ “ทุกคนเท่าเทียม (人の上に人を不造)” ถูกอิงมาจากงานเขียน “ความก้าวหน้าของการศึกษา (学問のすすめ)” ซึ่งว่าด้วยเรื่องความสำคัญในการเข้าใจหลักความเท่าเทียมด้านโอกาส และกล่าวถึงการศึกษาว่าเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

อิสุมิ เคียวกะ (泉鏡花)

bungou izumi kyoka
อิสุมิ เคียวกะเป็นเด็กผู้หญิงที่มีบุคลิกเงียบและใส่ชุดกิโมโนตลอดเวลา แม้จะเห็นแบบนี้แต่เธอเคยเป็นอดีตนักฆ่าของพอร์ตมาเฟียที่ถูกฝึกมาเพื่อใช้ทำงานลอบสังหารโดยใช้ประโยชน์จากความสามารถพิเศษ “อสูรหิมะขาว” ของเคียวกะ ในอีกด้านหนึ่ง เคียวกะชอบของน่ารักและกินจุพอสมควร โดยมีของโปรดคือเต้าหู้ลวก

ประวัตินักเขียน: อิสุมิ เคียวกะ (1873-1939) เป็นนามปากกาของอิสุมิ เคียวทาโร (泉鏡太郎) นักเขียนนิยาย เรื่องสั้น และละครคาบุกิ (歌舞伎) ผลงานเขียนของอิสุมิ เคียวกะส่วนมากจะเป็นงานเขียนสะท้อนสังคมและมีอิทธิพลของศิลปะและภาษาจากสมัยเอโดะแฝงอยู่

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของอิสุมิ เคียวกะ “อสูรหิมะขาว (夜叉白雪)” คาดว่ามาจากผลงานบทละครเรื่องหนึ่งของนักเขียนอิสุมิ เคียวกะ นั่นคือ “บึงอสูร (夜叉ヶ)” โดยมีเนื้อหาว่าที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งได้มีเทพมังกรถูกขังอยู่ในบึงที่ชื่อ “บึงอสูร” เพื่อป้องกันไม่ให้เทพมังกรออกมาทำให้เกิดน้ำท่วม และตราบใดที่ระฆังในวัดใกล้ๆ บึงยังดังอยู่สามครั้งต่อวันเทพมังกรจะออกมาไม่ได้ จนวันหนึ่งเกิดภัยแล้งหนักขึ้น ชาวบ้านจึงนำหญิงสาวชื่อชิรายูกิ (白雪) มาเป็นเครื่องสังเวยแด่เทพมังกรเพื่อขอฝน หลังจากถูกสังเวยชิรายูกิก็ได้กลายเป็นเจ้าหญิงของบึงนี้ไปและรอวันที่ระฆังหยุดดังเพื่อที่เธอจะได้เป็นอิสระและได้ไปแต่งงานกับเจ้าชายของอีกบึงหนึ่ง

หลายศตวรรษต่อมาชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อยามะซาวะ กาคุเอ็น (山沢学円) เดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้และพบกับหญิงสาวคนหนึ่งชื่อยูริ (百合) เขาขออาหารหนึ่งมื้อจากเธอแลกกับเรื่องเล่า ซึ่งเขาเล่าถึงเพื่อนของเขาที่ชื่อฮางิฮาระ อากิระ (萩原晃) และพบว่าเพื่อนของเขาก็คือสามีของยูรินั่นเอง โดยอากิระได้ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่และทำหน้าที่เคาะระฆังสามครั้งต่อวันตามความเชื่อของหมู่บ้าน วันหนึ่งหมู่บ้านได้เกิดภัยแล้งขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้ชาวบ้านคิดจะใช้ยูริเป็นเครื่องสังเวย ยูริได้ฆ่าตัวตายเพื่อให้อากิระรอดพ้นจากชาวบ้าน แต่อากิระก็ฆ่าตัวตายตามด้วยความเสียใจ เมื่อไม่มีอากิระคอยเคาะระฆัง ชิรายูกิจึงเป็นอิสระและหมู่บ้านก็ถูกน้ำท่วมไปในที่สุด

ทายามะ คาไต (田山 花袋)

bungou tayama katai
ทายามะ คาไตเป็นอดีตทีมงานของสำนักงานนักสืบฯ ที่ยังคงรับจ๊อบจากสำนักงานฯ อยู่ โดยเขาทำหน้าที่เป็นนายหน้าขายข้อมูล คาไตเป็นชายหนุ่มวัยกลางคนที่อาศัยอยู่ในห้องมืดๆ และซุกตัวอยู่ในฟุตง (ที่นอนแบบญี่ปุ่น) ตลอดเวลา โดยให้เหตุผลว่าเขาใช้ชีวิตนอกฟุตงไม่ได้ ทำให้คุนิคิดะเอ่ยถึงคาไตว่าเป็นฮิคิโคโมริ (คนชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน) ความสามารถพิเศษ “ฟุตง” ของคาไตทำให้เขาสามารถควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดที่เขาเห็นได้ และทำให้เขาสามารถประมวลข้อมูลได้เร็วกว่ามนุษย์ทั่วไปนับสิบเท่า

ประวัตินักเขียน: ทายามะ คาไต (1872 – 1930) เป็นนามปากกาของทายามะ โรคุยะ (田山 録弥) นักเขียนนิยายแนวธรรมชาตินิยม เขาเคยขอความช่วยเหลือในการเริ่มต้นอาชีพนักเขียนจากโอซากิ โคโยแต่ก็มีเรื่องให้ต้องห่างกันไป จนได้นักเขียนอีกคนชื่อซุยลิน เอมิช่วยให้เขาเริ่มเป็นนักเขียนได้ ในเส้นทางอาชีพทายามะเป็นเพื่อนกับคุนิคิดะ ดปโปะ และได้รับอิทธิพลงานเขียนตะวันตกมาจากคุนิคิดะ

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษ “ฟุตง (蒲団)” มาจากงานเขียนชื่อเดียวกันที่ทำให้ทายามะ คาไตมีชื่อเสียงขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว “ฟุตง” เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักเขียนวัยกลางคนที่รับหญิงสาวมาเป็นลูกศิษย์และให้เธออาศัยอยู่ในบ้านร่วมกับเขาและภรรยา เวลาผ่านไปนักเขียนคนนั้นก็หลงรักลูกศิษย์ของตัวเอง และเมื่อเธอย้ายออกไป เนื้อเรื่องก็จบที่นักเขียนที่เข้าไปนอนกอดฟุตงที่ลูกศิษย์ของเขาเคยใช้นอน

อาจจะยาวสักนิด แต่หวังว่าเพื่อนๆ จะสนุกกับการได้เทียบตัวละครกับนักเขียนและผลงานที่เป็นต้นแบบนะคะ ส่วนตัวแล้วความสนุกอย่างหนึ่งของการดู Bungou Stray Dogs และนำมาเทียบกับตัวบุคคลจริงนั้นอยู่ที่นอกจากจะทำให้เรารู้จักโลกวรรณกรรมฝั่งญี่ปุ่นแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนที่มีอยู่จริงได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย! ส่วนในอนาคตจะมีนักเขียนที่น่าสนใจท่านไหนปรากฏตัวในเรื่องอีกบ้าง มาติดตามไปด้วยกันนะคะ

ส่วนใครที่สนใจอ่านผลงานเขียนของนักเขียนแต่ละท่านในฉบับภาษาญี่ปุ่น สามารถหาอ่านบางส่วนได้ในเว็บไซต์ห้องสมุดออนไลน์ Aozora Bunko (青空文庫)