ถอนฟันไม่ใช้ยาชา!? ประวัติศาสตร์ทันตกรรมน่ารู้ในสมัยเอโดะ

การดูแลสุขภาพฟันที่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเราในปัจจุบัน แต่มนุษยชาติได้คิดค้นวิธีการดูแลรักษาช่องปากมาตั้งแต่สมัยโบราณ ชนชาติญี่ปุ่นเองก็เช่นกัน ในบทความนี้ เราจะมาดูเรื่องราวการรักษาทางทันตกรรมในสมัยเอโดะ ว่าในสมัยอดีต คนญี่ปุ่นเขาทำฟันกันอย่างไร

ก่อนจะไปถึงสมัยเอโดะ ผู้คนในอดีตก็มีอาการปวดฟันและมีปัญหาในช่องปากกันเป็นปกติ ในสมัยนารา การรักษาช่องปากจะรวมอยู่ในแผนกเดียวกับการรักษาหูและตา ยังไม่ได้แยกออกมาเป็นการรักษาเฉพาะทาง แต่เมื่อมาถึงในสมัยเฮอัน แผนกช่องปาก (หรือที่เรียกว่าทันตกรรม) ก็ได้แยกออกมา แต่จะรักษาเพียงแค่ชนชั้นสูงเท่านั้น

Sugita Genpaku นักวิชาการและนักฟิสิกส์ชาวญี่ปุ่น
หนังสือกายวิภาค Kaitai Shinsho

เมื่อเข้าสู่สมัยเอโดะ Sugita Genpaku (杉田玄白) นักวิชาการและนักฟิสิกส์ชาวญี่ปุ่นได้แปลและตีพิมพ์หนังสือกายวิภาค Kaitai Shinsho (解体新書) ทำให้ศาสตร์ทางกายวิภาคในญี่ปุ่นก้าวหน้าไปมาก แต่สำหรับด้านทันตกรรมนั้นยังไม่มีความก้าวหน้ามากนัก ศาสตร์ในการรักษาโรคทางช่องปากยังคงเป็นการสืบสานต่อกันภายในครอบครัวจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ยิ่งไปกว่านั้น การรักษาโรคทางช่องปากก็ยังคงจำกัดเฉพาะพวกโชกุนและผู้คนในราชสำนัก ส่วนสำหรับชาวบ้านตาดำ ๆ นั้น จะอาศัยคนที่มีอาชีพที่เรียกว่า Hanukishi (歯抜き師) หรือหมอถอนฟัน และ Irebashi (入れ歯師) หรือหมอฟันปลอม

ด้วยความที่เทคโนโลยีทางทันตกรรมยังไม่พัฒนา หากเกิดอาการปวดฟันขึ้นมาก็มีแต่ต้องถอนออกเท่านั้น ซึ่งจะทำโดยคนที่เป็นหมอถอนฟัน โดยส่วนใหญ่จะใช้อุปกรณ์ที่ลักษณะคล้ายคีมหนีบและดึงฟันออกมา จริง ๆ แล้วในเวลานั้นก็มียาชาที่สามารถทาบนเหงือกได้ แต่บางครั้งก็มีการถอนแบบสด ๆ โดยไม่ใช้ยาชา ทำให้ต้องรีบใช้เวลาถอนฟันออกให้เร็วเพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บนาน คนที่ใช้บริการถอนฟันก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ประชาชนชาวบ้านทั่วไป นักแสดงตลก ไปจนถึงอาชีพนักดาบ

ในส่วนของหมอฟันปลอมนั้น ก่อนสมัยเอโดะ ว่ากันว่าพระสงฆ์ที่สร้างพระพุทธรูปก็สามารถทำฟันปลอมได้ด้วย เมื่อเข้าสมัยเอโดะจึงถือกำเนิดเป็นอาชีพความชำนาญพิเศษ วิธีการทำคือจะวัดขนาดคางของผู้ป่วยเพื่อให้ได้ฟันปลอมที่ไซส์ตรงกับคนคนนั้น วัสดุที่ทำจะนิยมใช้ไม้จากต้น Japanese Boxwood และผลิตออกมาอย่างพิถีพิถัน นอกจากนี้ยังมีอาชีพเสริมคือขายยาแก้ปวดฟันที่มีส่วนผสมของงา สารส้ม และกำยาน

ในกรณีที่ไม่ต้องการพึ่งหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ ก็อาศัยมนต์คาถาและการรักษาแบบพื้นบ้าน หรือบางคนก็ไปไหว้ขอพรเทพเจ้าแห่งฟันที่ประดิษฐานอยู่ตามวัดและศาลเจ้าต่าง ๆ ใครที่ต้องการไปไหว้ขอพรให้สุขภาพฟันแข็งแรงบ้าง ในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ที่ศาลเจ้าฮาคุซัง ในเขตบุงเคียว กรุงโตเกียว อีกทั้งที่นี่ยังมีการจัดงานทำบุญแปรงสีฟันอีกด้วย โดยให้นำแปรงสีฟันเก่าที่ไม่ใช้แล้วไปใส่ไว้ในกล่องทำบุญ เราก็จะได้รับแปรงสีฟันอันใหม่มาแทน

 

View this post on Instagram

 

A post shared by RARI (@rari.meimei)

พูดถึงการทำฟันในสมัยโบราณก็น่ากลัวเหมือนกันนะคะ โชคดีมาก ๆ ที่เราเกิดมาในสมัยที่มีเทคโนโลยีทางด้านทันตกรรมก้าวหน้าและสะดวกสบาย ไม่งั้นมีหวังคงต้องทนโดนถอนฟันแบบเจ็บ ๆ โดยไม่มียาชาแน่เลย ^^

สรุปเนื้อหาจาก mag.japaaan