ตามมาดู! เด็กนักเรียนสมัยเอโดะเขาเรียนอะไรกัน?

ก่อนหน้านี้เราก็ได้พูดถึงสถานที่เรียนหนังสือของเด็ก ๆ ในสมัยเอโดะที่เรียกว่า เทราโคยะ ไปแล้วในบทความ “จริงหรือเปล่า? เด็กนักเรียนสมัยเอโดะต้องนำโต๊ะเรียนไปเอง!” วันนี้เรามาดูรายละเอียดอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเรียนที่เทราโคยะเพิ่มเติมกันค่ะ

ญี่ปุ่นในสมัยเอโดะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนมีอัตราการรู้หนังสือค่อนข้างสูง ไม่ใช่เฉพาะบุคคลในระดับสูงเท่านั้น แต่สามัญชนคนธรรมดาทั่วไปก็มีความรู้เช่นกัน ในช่วงรัฐบาลทหารเอโดะ สถานการณ์ต่าง ๆ มีความมั่นคงขึ้น เศรษฐกิจก็เจริญรุ่งเรืองในโลกที่สงบสุข ผู้คนในทุกระดับจึงจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐาน อ่านออกเขียนได้ รวมถึงมีทักษะการคำนวณ

ชื่อเทราโคยะมาจากในสมัยคามาคุระที่พระสงฆ์จะรวบรวมเด็ก ๆ มาที่วัดและสอนวิธีอ่านและเขียนหนังสือ การศึกษาระดับต้นของสามัญชนจะอยู่ที่โรงเรียนที่เรียกว่าเทราโคยะ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เรียกอีกอย่างว่า “เทนาราอิ” (手習い) หรือ “ฉุเซกิชินัน” (手跡指南) เชื่อกันว่ามีเทราโคยะมากกว่า 60,000 แห่งทั่วประเทศในช่วงปลายสมัยเอโดะ

เด็กเอโดะเรียนอะไรกัน ?

อายุของเด็กที่เข้าเรียนในเทราโคยะนั้นไม่เท่ากันโดยมีตั้งแต่ราว 6 ปีถึง 14 ปี เนื้อหาในการเรียนก็จะแตกต่างกันไปในเทราโคยะแต่ละแห่ง ตัวอย่างเช่น ที่เทราโคยะที่มีลูกหลานของพ่อค้ามาเรียนกันเยอะ ก็จะสอนให้อ่านและเขียนคุซุชิจิหรือตัวคันจิเส้นหวัด (崩し字) ที่ใช้ในการค้าขาย ส่วนผู้หญิงจะได้เรียนเรื่องการเย็บปักถักร้อย หรือทักษะกิริยามารยาทต่าง ๆ

โดยทั่วไปนักเรียนส่วนใหญ่จะได้เรียนการอ่าน การเขียน และลูกคิด เวลาในการเรียนส่วนใหญ่คือตั้งแต่เวลาประมาณ 8.00 น. ถึงประมาณ 14.00 น. ในระหว่างนี้ดูเหมือนว่าจะมีเวลาพักทานอาหารกลางวันอยู่ด้วย

หลักสูตรทั่วไปนั้น ในตอนเช้าเด็ก ๆ จะเรียนการคัดลายมือ โดยคัดตามต้นแบบของครูผู้สอน ครูจะคอยแก้ไขให้แบบตัวต่อตัว ในช่วงบ่ายมีวิชาเลือกเช่นการอ่าน คำนวณ และจริยธรรม โดยจะจัดการสอนพร้อม ๆ กัน หลังจากผ่านไป 4 – 5 ปีเด็ก ๆ จะเชี่ยวชาญทั้งการอ่าน การเขียน และลูกคิด และสามารถเขียนหนังสือแทนพ่อแม่ได้ก่อนอายุ 12 ปี ไม่เพียงแค่นั้น เด็ก ๆ ยังต้องเรียนรู้การใช้ภาษาอย่างถูกต้อง อายุประมาณ 9 ขวบก็จะสามารถใช้คำพูดแบบผู้ใหญ่ได้ เช่น “Sayoudegozaimasu” และ “Oatsuugozaimasu”

เมื่อเรียนแล้วก็ต้องมีการทดสอบ โดยมีสอบกลางภาคเรียกว่า โคซาไร (こさらい) และสอบปลายภาคเรียกว่า โอซาไร (おおさらい) นอกจากนี้ในช่วงกลางฤดูร้อน เด็ก ๆ จะเริ่มฝึกซ้อมกันในตอนเช้าก่อนรุ่งสาง และในฤดูหนาวเด็ก ๆ ที่อายุมากกว่า 14 ปีก็จะฝึกกันกลางดึกตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึงตี 2!

ดูจากวิชาเรียนแล้วจึงไม่แปลกใจเลยที่เทราโคยะได้รับความนิยม เนื่องจากชาวเอโดะสามารถส่งลูกหลานมาฝึกฝนได้ทั้งร่างกายและจิตใจ แถมยังได้เรียนรู้ภาษา การอ่าน การเขียน และลูกคิด

การเรียนการสอนแบบ Brainstorm

การศึกษาในเอโดะนั้นค่อนข้างก้าวหน้า นอกจากจะเป็นระบบโรงเรียนเปิดแล้วยังมีวิธีการสอนแบบ Brainstorm ให้ได้ระดมความคิดกัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง เด็ก ๆ สามารถออกไอเดียของตนเองได้อย่างอิสระโดยไม่วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่คนอื่นพูด นอกจากนี้ยังมีการเล่น Role Play หรือบทบาทสมมติ ซึ่งวิธีนี้ทำให้ชาวเอโดะมีความรู้หนังสือเพิ่มขึ้น เทราโคยะจึงเป็นสถานที่ที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มีชีวิตชีวาและเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งในบรรยากาศที่เป็นอิสระ

แต่ก่อนจะเข้าเรียนได้ จะต้องมี โซคุฉุ (束脩) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมแรกเข้า และมีทซึกินามิเซ็น (月並銭) ซึ่งเป็นค่าเล่าเรียนที่ต้องจ่ายเป็นรายเดือน ค่าเรียนจะแตกต่างกันไปในเทราโคยะแต่ละที่ อีกทั้งค่าเรียนก็จะถูกกำหนดตามฐานะการเงินของแต่ละครอบครัว ทำให้แม้แต่เด็กในครอบครัวที่ยากจนก็สามารถได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกันได้

ในช่วงแรกเทราโคยะก่อตั้งขึ้นในแต่ละเขตเมือง และเริ่มกระจายไปยังพื้นที่ชนบท ทำให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั่วประเทศตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาในสมัยเอโดะไป แต่ต่อมาเทราโคยะก็ค่อย ๆ หมดบทบาทลงในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเตรียมจัดการศึกษาสมัยใหม่แบบตะวันตก คุณครูในเทราโคยะก็ย้ายไปเป็นครูในโรงเรียน และกลายเป็นแกนหลักสำคัญในการสนับสนุนการศึกษาในญี่ปุ่น

สรุปเนื้อหาจาก mag.japaaan