วัฒนธรรมการทานของว่างของคนญี่ปุ่น มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะแล้วนะ!

เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนพอเข้าช่วงบ่าย ๆ เริ่มง่วงหงาวหาวนอน ก็ต้องหาอะไรมาทานเป็นของว่าง คนญี่ปุ่นเองก็นิยมทานของว่างในช่วงบ่ายแก่ ๆ เช่นกัน แต่หารู้ไม่ว่าวัฒนธรรมการทานของว่างของคนญี่ปุ่นมีมาตั้งแต่สมัยเอโดะแล้ว!

ช่วงเวลาของ “ของว่าง”

ในช่วงกลางของยุคเอโดะจนถึงสมัยของโทคุกาวะ โยชิมุเนะ ซึ่งเป็นโชกุนคนที่ 8 แห่งตระกูลโทคุกาวะ คนญี่ปุ่นจะทานอาหารเพียงแค่สองมื้อต่อวัน คือตอนเช้าและตอนเย็น แต่ในช่วงกลางวันที่ท้องเริ่มว่างและหิวระหว่างวัน ก็จะมีการทานขนมหรือของว่างต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความหิว

ในยุคปัจจุบัน ในช่วงเวลาประมาณ 14.00-16.00 น. ผู้คนก็มักจะหาอะไรเบา ๆ ทานรองท้อง ในช่วงเวลานี้ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า Yatsudoki (八刻) อาหารเบา ๆ ที่ทานในช่วงเวลานี้จึงเรียกว่า Oyatsu (おやつ) ที่แปลว่า ของว่าง นั่นเองค่ะ

วัฒนธรรมขนมญี่ปุ่นในยุคเอโดะ

คนที่รู้ภาษาญี่ปุ่นคงจะรู้กันว่า คำว่า kashi (菓子) แปลว่าขนม แต่มันยังหมายถึงผลไม้ได้อีกด้วย ในอดีตคนญี่ปุ่นจะนิยมทานผลไม้หลังมื้ออาหาร ทำให้มีการเรียกผลไม้ที่ทานหลังอาหารว่า kashi ถึงแม้ในปัจจุบันผู้คนจะใช้คำนี้ในความหมายว่าขนม แต่ก็ยังมีใช้ในคำว่า mizugashi (水菓子) ที่แปลว่าผลไม้ด้วยเช่นกัน

ต้นแบบของขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมหรือวากาชินั้นเป็นวัฒนธรรมที่เข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่นโดยทูตในยุคนาราและยุคเฮอัน ต่อมาในช่วงยุคมุโรมาจิได้มีการนำขนมคัสเตลลาและคอมเปอิโตะจากยุโรปเข้ามา ซึ่งกลายเป็นปัจจัยในการพัฒนาวัฒนธรรมการทำขนมญี่ปุ่น

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Japan Candy Box (@japancandybox) on

เมื่อยุคสงครามอันยาวนานสิ้นสุดลงและเข้าสู่ยุคเอโดะ วัฒนธรรมในด้านต่าง ๆ ก็พัฒนาขึ้นและมีขนมหวานหลากหลายชนิดเกิดขึ้นมามากมาย โดยเฉพาะในปีค.ศ. 1800 เมืองเอโดะนั้นเต็มไปด้วยร้านขายขนมหลายสิบชนิด มันจูและลูกกวาดถือเป็นขนมชั้นสูง สำหรับในหมู่คนทั่วไปจะนิยมเป็นพวก มันเผา, คารินโตะ และโยคังมันเทศ นอกจากนี้ยังมีคาชิวะโมจิที่จะทำกันในบางฤดูกาลและอีเวนท์ต่าง ๆ ขนมเหล่านี้ถูกเรียกว่า edokashi (江戸菓子) หรือ ขนมเอโดะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 名古屋グルメ⚜️rina⚜️ (@rinya00) on

 

View this post on Instagram

 

A post shared by アッキントッシュ (@diamante_aki) on

ในอีกด้านหนึ่ง ทางฝั่งเกียวโตก็ได้พัฒนาขนมของตนเองเพื่อนำมาทานร่วมกับน้ำชาอย่างขนมระคุกัง ซึ่งเป็นขนมแห้งทำจากแป้งและน้ำตาล อัดลงในแม่พิมพ์ มีลวดลายสวยงาม มันจูกับโยคังก็เป็นขนมที่ส่งต่อจากเกียวโตไปสู่เอโดะ ขนมสำหรับทานกับน้ำชาที่เกิดในเกียวโตจะเรียกว่า kyogashi (京菓子) หรือ ขนมเกียว และขนมจากทั้ง 2 พื้นที่นี้ก็กลายมาเป็นพื้นฐานของขนมญี่ปุ่นในยุคปัจจุบันที่เราได้เห็นกัน ทานเป็นของว่างรองท้องยามบ่าย ให้ฟีลแบบชาวเอโดะมาก ๆ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Sachiko Matsunami (@wagashi_moments) on

ขนมที่ได้รับความนิยมในสมัยเอโดะยังคงอยู่ในรูปแบบดั้งเดิมจนกระทั่งทุกวันนี้ ร้านขนมญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมายาวนานในสมัยเอโดะหลาย ๆ ร้านก็ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน เวลาไปเที่ยวก็อย่าลืมไปลองทานขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมเป็นของว่างกันนะคะ ^^

สรุปเนื้อหาจาก mag.japaaan