FIGHT FEVER กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อเกาหลีใต้อยากจะมี Street Fighter เวอร์ชั่นของตัวเอง!!!

fight fever cover

สวัสดีครับ วันนี้จะขอมาเก็บตก ย้อนอดีตไปในยุค 90 กันนะครับ สำหรับท่านที่เกิดไม่ทันยุค 90 แต่ยังรู้จักชื่อเกม Street Fighter ล่ะก็ วันนี้ถือว่ามาฟังเลกเชอร์ว่าด้วยประวัติศาสตร์เกมไฟท์ติ้ง (ซึ่งญี่ปุ่นเรียกว่า 格闘ゲーム คาคุโตเกมมุ บางทีก็ย่อเหลือ 格ゲー คาคุเก) กันดีกว่าครับ

เมื่อตอนที่ CAPCOM ทำเกมตู้ Street Fighter ออกมาให้เล่นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2530 มันก็เป็นเกมนี่เรียกว่ามีอะไรให้ชวนจดจำไม่น้อย กับคาแรคเตอร์ “ริว” นักคาราเต้พเนจรผู้ซึ่งเหมือนถอดคาแรกเตอร์มาจากตัวเอกในเรื่อง “คาราเต้บากะอิจิได” ซึ่งเนื้อเรื่องของเกมเป็นการพเนจรของริวไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกทั้งญี่ปุ่น จีน อังกฤษ อเมริกา แล้วก็มาเมืองไทยมาเจอกับ “สกัด” นักมวยไทย (ประมาณว่าเป็นพล็อตคลาสสิคเลย คาราเต้ vs มวยไทย เนี่ย) และพอมาทำต่อภาคสองคือ Street Fighter II (ออกครั้งแรกปี พ.ศ. 2534 เข้ามาในไทยก็ไม่ห่างจากนั้นหรอกครับ) คราวนี้เรียกว่าเปรี้ยงปังของจริง (ปังไม่ปังสมัยก่อนเล่นหยอดเหรียญทีละห้าบาทที่มาบุญครอง กว่าจะเก่งนี่หมดไปเป็นพัน) ความดังของเกมนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ผลักดันวงการเกมของทั้งโลก ทั้งค่ายเกมของญี่ปุ่นและอเมริกาต้องพากันทำเกมไฟท์ติ้งออกมาขายแข่ง ดังบ้างดับบ้างตามประสา

แต่ในบรรดาเกมต่อสู้ยุค 90 ที่กราฟิกยังเป็นภาพสองมิติอยู่นั้น ไม่มีบริษัทไหนทำเกมขายแข่งตีคู่กับแคปคอมได้อย่างที่เรียกว่า สร้างสีสันให้วงการเกม ได้เท่ากับบริษัท SNK อีกแล้ว! ซึ่ง SNK สร้างสีสันในการสร้างยี่ห้อเกมซึ่งกลายเป็นซีรี่ส์ได้ถึงสองอัน หนึ่งคือเกม Fatal Fury (ญี่ปุ่นเรียก กาโร่เด็นเซ็ตสึ 餓狼伝説) สองคือเกม Art of Fighting (ญี่ปุ่นเรียก ริวโกะโนะเค็น 龍虎の拳) ประเด็นสำคัญในวันนี้เกี่ยวพับกับบริษัท SNK นี่หละครับ ซึ่งจะขอขยายเลยดังนี้

คือ SNK เนี่ยในยุค 90 ถือว่าเป็นหนึ่งในเจ้าตลาดเกมอาเขต (เกมตู้) ซึ่งเกมตู้นี่มันก็ต้องมีคนนำเข้าจากญี่ปุ่นเอาไปปล่อยให้คนหยอดเหรียญเล่นหาสตางค์กันใช่ไหมครับ ครับ ในเกาหลีใต้ก็มีบริษัทหนึ่งที่ชื่อว่า Viccom ซึ่งเป็นคู่ค้าของ SNK ในการที่นำเอาเกมของ SNK เข้าไปปล่อยในเกาหลีใต้น่ะครับ

ทีนี้จากความสำเร็จของเกมไฟท์ติ้ง “ญี่ปุ่น” ของค่าย SNK คือ Fatal Fury 2 กับ Art of Fighting ชะรอยทาง Viccom ด้วยความที่เป็นเกาหลี (คือต้องรักชาติไว้ก่อน) ก็คงอยากจะมี “เกมไฟท์ติ้ง” ออริจินัลเกาหลีขึ้นมาบ้าง และผลลัพธ์ก็คือเกม Fight Fever (เกาหลีเรียก “วังจุงวัง” (ราชาในราชา) 王中王) นี่แหละครับ ซึ่งแน่นอนก็ต้องมาลงพอร์ตของ SNK ก็คือ Neo-Geo นั่นแล

คัดวิดีโอการเล่นเกม Fight Fever ท่านผู้อ่านดูแล้วจะเข้าใจประเด็นชาตินิยมเกาหลีมากมายครับในสองประเด็น

หนึ่ง ชาตินิยมเกาหลีที่ต้องนำเสนออะไรที่เป็นของเกาหลี เกม Fight Fever นี่การออกแบบตัวละครแบบว่า มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่า นี่มัน Street Fighter II เวอร์ชั่นเกาหลีชัดๆ พระเอกของเกมคือ ฮัน แบดัล นี่ ดูแล้วมันคือ “ริว” เวอร์ชั่นเทควันโดชัดๆ เลย (ฮา) (แม้แต่ชื่อพระเอกก็ยังใส่ความชาตินิยมเกาหลีลงไปเต็มเหนี่ยว ฮัน 韓 นี่คือ คัน ใน คันโคคุ 韓国 ส่วนแบดัล 倍達 เนี่ยน่าจะจงใจไปล้อสำเนียงเกาหลีของชื่อ “มาสุทัตสึ” ของอาจารย์มาสุทัตสึ โอยาม่า นักคาราเต้ที่คนเกาหลีคงจะภาคภูมิใจน่าดูว่าคนชาติเดียวกันได้เป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก พอๆ กับที่คนเขมรภาคภูมิใจในตัวจา พนม เลย (ว่าไปนั่น)) ซึ่ง ฮันแบดัล ก็ต้องมีคู่แข่งที่รูปร่างท่าทางเหมือนกันและใช้วิชาอย่างเดียวกัน ชื่อ Kim Hoon คิมฮุน ดูไปมันก็นะ “เคน” เวอร์ชั่นเทควันโด อีกละ

ส่วนการออกแบบตัวละครอื่นๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น คือคอนเซ็ปต์มีความเลียนแบบ Street Fighter II มาก คือมีตัวละครผู้หญิงหนึ่งคนที่มีไว้เพราะของมันต้องมี (เหมือนชุนลีใน Street Fighter II หรือชิรานุอิ ไม ใน Fatal Fury 2 แต่ดูการออกแบบแล้วน่าจะได้อิทธิพลจากไมมากกว่าอย่างแรง) ตัวละครทหารอเมริกันที่เลียนแบบแนว Guile ชั่วแต่ว่าไม่มีนักมวยปล้ำตัวโตๆ มา แต่ดันมีตัวละครจำพวกมวยจีนคล้ายหวงเฟยหง กับนักบาสอเมริกันมาแค่นั้น ที่น่าสนใจก็คือรองบอส Master Taekuk มาสเตอร์ แทกึก นี่หละ แต่งชุดมาดูแล้วชวนนึกถึงวิชา “แทคคยอน” ขึ้นมาเลย คือพยายามเอาอะไรที่เป็นเกาหลีมาใส่มากพอละในตัวพระเอกกับรองบอส ตัวละครอื่นๆ มันก็เลยดูเป็นไก่รองบ่อน ใส่ไปงั้นๆ

สอง คือ ชาตินิยมเกาหลีที่ต้องเอา “ญี่ปุ่น” มาเป็นศัตรู ซึ่งเกมนี้ก็แสดงออกมาได้ฮาดีมาก คือตั้งชื่อ “บอสใหญ่” ของเกม มีชื่อว่า…

KARATE KENJI คาราเต้ เค็นจิ!!!

ประมาณว่า ตัวเอกคือเทควันโด คือคนเกาหลี (ที่ชื่อก็แสนจะสื่อความเป็นเกาลี้ เกาหลี) ต้องชนะคาราเต้นะ ต้องชนะญี่ปุ่นนะ (อยากดูว่าหน้าตาเป็นไงดูคลิปยูทูบที่แปะได้นะครับ 55)

อพิโถ…เกาหลี

แต่อย่างไรก็ช่างเถอะครับ สำหรับ SNK ในยุค 90 เกาหลีใต้คงเป็นตลาดที่ใหญ่น่าดู และบริษัท Viccom ก็คงเป็นคู่ค้าคนสำคัญ เลยต้องเอาอกเอาใจตลาดเกาหลีกันมากๆ หน่อย

หลักฐานของการที่ SNK ยุคนั้นต้องเอาใจเกาหลี (ใต้) มากๆ ก็คือ การสร้างตัวละครในเกมที่เป็นคนเกาหลีบ้าง ใช้วิชาเทควันโดของเกาหลีบ้าง

รู้จัก “คิมคัพวาน” Kim Kaphwan (김갑환) นักเทควันโดรูปหล่อพ่อลูกสอง คนดีศรีสังคม ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ในเกม Fatal Fury 2 ไหมครับ?

นั่นแหละครับ ชื่อเดียวกับประธานบริหารของบริษัท Viccom ตอนนั้นเลยครับ จริงๆ นะครับ บริษัท Viccom ตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2534 เกม Fatal Fury 2 ออกตลาดครั้งแรกปี พ.ศ. 2535 ครับ

…แหม่…

ร่องรอยแห่งการเอาใจตลาดเกาหลีใต้ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ จำเกม World Heroes ที่ทำโดยบริษัท ADK ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเกมให้ SNK ได้ไหมครับ? มันมีตัวละคร “เลียนแบบบรูซลี” ที่ชื่อว่า Dragon ภาคแรกก็โชว์อยู่ชัดๆ ว่าเป็น “สัญชาติจีน” แต่พอออกภาคสอง World Heroes 2 ตัวละครนี้โดนเปลี่ยนสัญชาติเป็นเกาหลีใต้เฉยเลยในชื่อ Kim Dragon เอากับมันสิ แม้แต่ในเกม Aggressor of Dark Kombat ของบริษัทเดียวกัน ก็ยังมีตัวละครคนเกาหลีชื่อ Lee Hae Gwon (อีแฮกวอน 이해권) ใช้ท่าเตะสไตล์เทควันโดเลย

…ในขณะที่ CAPCOM ไม่เคยเอาตัวละครเกาหลีหรืออะไรที่เป็นเกาหลีมาใส่ในเกม Street Fighter หรือเกมอะไรก็ตามในค่ายของตัวเองเลย จนถึงปี พ.ศ. 2553 ถึงมีตัวละครเกาหลีคือ Juri มาเปิดตัวใน Super Street Fighter IV ซึ่งก็มาเป็นตัวร้ายฝ่ายอธรรมของเรื่องด้วยซ้ำ หาใช่บทพระเอกนางเอกหรือบทคนดีไม่…

เขียนมาเยอะเหนื่อยละขอจบดื้อๆ แบบนี้ละกันนะครับท่านผู้อ่าน (อ้าว) คิดเสียว่ามาฟังประวัติศาสตร์วงการเกมแล้วกันนะครับ 55

สรุปเนื้อหาจาก wikipedia และ vgjunk