ถุงโชคดี หรือ Lucky Bag วัฒนธรรมเสี่ยงโชครับปีใหม่ของคนญี่ปุ่น

ช่วงปีใหม่ในประเทศญี่ปุ่น ร้านค้าต่าง ๆ จะเริ่มวางจำหน่ายสินค้าที่บรรจุในถุงสีแดง เขียนอักษรภาษาญี่ปุ่นกำกับไว้ว่า “ฟุคุ บุคุโระ” (福袋) แปลว่า ถุงโชคดี หรือ Lucky Bag ที่หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อมาบ้าง แม้จะไม่รู้เลยว่าภายในถุงบรรจุสิ่งของอะไร และราคารวมของสินค้าภายในถุงจะคุ้มค่ากับที่เราจ่ายไปหรือไม่ แต่ชาวญี่ปุ่นก็ชื่นชอบที่จะซื้อถุงโชคดี จนทำให้สินค้าเหล่านี้ขายหมดอย่างรวดเร็ว

ที่มาของถุงโชคดี

แม้จะไม่มีการจดบันทึกต้นกำเนิดที่แน่นอนของ “ถุงโชคดี” เอาไว้ แต่ก็มีหลายทฤษฎีที่น่าสนใจเกี่ยวกับต้นกำเนิดถุงโชคดี เช่น

ถุงโชคดีมีต้นกำเนิดมาจากยุคเอโดะ

ว่ากันว่า ถุงโชคดีมีต้นกำเนิดมาจากถุง “เอบิสุ บุคุโระ” (恵比寿袋) จำหน่ายโดยร้านขายผ้าไหมทอสำหรับตัดชุดกิโมโนที่ตั้งอยู่ในย่านนิฮงบาชิ ในช่วงสิ้นปี ทางร้านได้นำผ้าทอสำหรับฤดูหนาวออกวางจำหน่าย พร้อมถุงเอบิสุ บุคุโระที่บรรจุผ้าทอที่เหลือจากการจำหน่ายในฤดูก่อน ๆ มาวางขายด้วย ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า

ถุงโชคดีมีต้นกำเนิดมาจากยุคเมจิ

ก่อนที่จะมีการยืนยันภายหลังว่าถุงโชคดีมีต้นกำเนิดมาจากยุคเอโดะ เคยมีทฤษฎีที่บันทึกไว้ว่า “ร้านผ้าไหมทอซึรุยะ” (鶴屋呉服店) ได้วางจำหน่ายถุงโชคดีเป็นครั้งแรกในยุคเมจิปีที่ 40 (1907)

และในยุคเมจิปีที่ 44 “ร้านผ้าไหมทออิโต้” (いとう呉服店) ก็ได้เริ่มจำหน่ายถุงโชคดีในชื่อ “ทาคาระบาโกะ” (多可良箱) ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนกลายเป็นที่กล่าวถึงในยุคนั้น

ประวัติของถุงโชคดีจากยุคโชวะถึงยุคปัจจุบัน

ถุงโชคดีเป็นไอเดียที่มีต้นกำเนิดมาจาก “ร้านขายผ้าทอ” บางแห่งในยุคเอโดะจนถึงยุคเมจิ แต่หลังจากเข้าสู่ยุคโชวะ ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มวางจำหน่ายถุงโชคดีกันเป็นเรื่องปกติ โดยสิ่งของในถุงนั้นจะเปลี่ยนไปตามเทรนด์ในแต่ละยุคสมัย

นอกจากถุงโชคดีที่บรรจุเสื้อผ้าแล้ว ในปัจจุบันยังมีถุงโชคดีอีกมากมายหลายประเภท เช่น ถุงโชคดีอาหาร, ถุงโชคดีเครื่องใช้ไฟฟ้า, ถุงโชคดีเครื่องนอน ฯลฯ ห้างสรรพสินค้าบางแห่งอาจวางจำหน่ายถุงโชคดีที่แหวกแนวออกไป เช่น ถุงโชคดีของแบรนด์เนมราคาแพง, ถุงโชคดีใส่คูปองบริการต่าง ๆ เป็นต้น รวมถึง “ถุงโชคดีแบบโปร่งใส” ให้ลูกค้าสามารถมองเห็นสินค้าภายในถุงเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ ก็ได้รับความนิยมมากไม่แพ้กัน

หากไม่พอใจ เราคืนถุงโชคดีกับร้านค้าได้หรือไม่?

ถุงโชคดีส่วนใหญ่จะไม่สามารถนำสินค้าไปคืนเงินได้ แม้คุณจะรู้สึกไม่พึงพอใจกับสินค้าภายในถุงก็ตาม

ดังนั้น “คุณจะต้องยอมรับความเสี่ยงก่อนซื้อถุงโชคดี” เพราะคุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าสินค้าข้างในมีอะไร คุ้มค่ากับจำนวนเงินที่เราจ่ายไปหรือไม่ หากคุณจะนำสินค้าจากถุงโชคดีไปคืนเงินเพราะ “สินค้าไม่ตรงตามที่จินตนาการไว้” หรือแกะถุงมาแล้วเจอกับ “ของที่ไม่จำเป็นสำหรับคุณ” แล้วล่ะก็ ทางร้านจะไม่รับคืนเงินแน่นอน หากเหตุผลเป็นเพราะคุณรู้สึกไม่พอใจกับสินค้าที่ซื้อไปแล้ว

แต่ถ้าคุณซื้อถุงโชคดีเขียนกำกับไว้ชัดเจนว่า “บรรจุเสื้อผ้าไซซ์ S” แต่สินค้าที่ข้างในกลับเป็นเสื้อผ้าไซซ์ L หรือเป็นสินค้าที่มีตำหนิ สินค้าชำรุดหรือแตกหัก ในกรณีที่เป็นความผิดพลาดที่เกิดจากทางร้าน คุณอาจนำสินค้าไปขอเปลี่ยนใหม่หรือขอคืนเงินได้

น่าเสียดายที่ในปี 2020 นี้ ทั่วทั้งโลกต่างต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มนุษย์ต้องปรับตัวให้เข้ากับชีวิตวิถีใหม่ ต้องสวมหน้ากากอนามัย ต้องรักษาระยะห่างซึ่งกันและกัน ทำให้อะไร ๆ ไม่ราบรื่นอย่างที่เคยเป็น รวมทั้ง “ถุงโชคดี” ด้วยเช่นกัน ถุงโชคดีถูกนำมาวางจำหน่ายเร็วกว่าปกติ หลายแบรนด์เริ่มจำหน่ายถุงโชคดีกันตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม จากเดิมที่จะวางจำหน่ายกันในวันที่ 2 มกราคมของทุกปี เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของลูกค้าในหน้าร้านนั่นเอง

สรุปเนื้อหาจาก: jpnculture