ชาวญี่ปุ่น Gen-Z และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด

Last updated:

สำหรับชาวไทยหลายท่านแล้ว เวลาพูดถึงวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตส่วนตัวหรือสไตล์การทำงาน เราก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะมองคนญี่ปุ่นตามภาพลักษณ์เดิมๆ คือ คนญี่ปุ่นเป็นคนจริงจัง ทำงานหนักและทำงานล่วงเวลาอยู่เป็นประจำ ขยันขันแข็ง อยู่บริษัทเดิมนานมากไม่ค่อยย้ายบริษัท ไม่ค่อยมีชีวิตส่วนตัวเพราะวันๆ ก็อุทิศตัวเพื่อบริษัท ฯลฯ แต่จริงๆ แล้วคนญี่ปุ่นยุคใหม่ใน Gen-Z นั้นมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนมากในหลายๆ สิ่ง ความเปลี่ยนแปลงนี้สำหรับองค์กรญี่ปุ่นในประเทศไทยอาจจะยังเห็นไม่ชัดนัก แต่ถ้าเป็นในญี่ปุ่นเองจะเห็นว่ามีความต่างระหว่างคนญี่ปุ่นแต่ละยุคชัดเจนมาก

แต่ละ Generation มีอะไรบ้าง?

1) Baby Boomers – ถ้าเป็นเกณฑ์สากลจะนับคนที่เกิดช่วงตั้งแต่ ค. ศ. 1946-1964 แต่ที่ญี่ปุ่นไม่ได้แบ่งปีเป๊ะแบบตะวันตกเพราะนิยมนับเป็นช่วงทศวรรษแทน จึงนับคนที่เกิดในช่วงทศวรรษที่ 50s ถึงทศวรรษที่ 60s ว่าเป็นคนกลุ่มนี้

2) Gen-X – เกณฑ์สากลจะนับคนเกิดช่วงระหว่าง ค. ศ. 1965-1979 (บวกลบได้ 3-5 ปีทั้งขอบบนและขอบล่างแล้วแต่ตำรา) ส่วนที่ญี่ปุ่นนับให้คนเกิดในช่วงทศวรรษที่ 60s ถึงต้นทศวรรษที่ 80s เป็นคนกลุ่มนี้

3) Gen-Y – เกณฑ์สากลจะนับคนเกิดช่วงระหว่าง ค. ศ. 1980-1997 (บวกลบได้ 3-5 ปีทั้งขอบบนและขอบล่างแล้วแต่ตำรา) ในขณะที่ญี่ปุ่นนับให้คนเกิดในช่วงต้นทศวรรษที่ 80s จนถึงกลางทศวรรษที่ 90s เป็นคน Gen-Y

4) Gen-Z – เกณฑ์สากลยังไม่นิ่งนัก แต่ส่วนใหญ่หมายถึงใครก็ตามที่เกิดระหว่างช่วง ค. ศ. 1997-2012 และที่ญี่ปุ่นถือว่าคนที่เกิดในช่วงกลางทศวรรษที่ 90s ถึงต้นทศวรรษที่ 2010s เป็นคน Gen-Z หรือคิดง่ายๆ แบบคร่าวๆ คือใครที่เกิดประมาณหลังปี 2000 ให้นับเป็นคน Gen-Z ให้หมด ก็เข้าใจง่ายดี

คน Gen-Z คือกำลังสำคัญที่จะชี้ชะตาประเทศญี่ปุ่นในอนาคต

ปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุเกิน 65 ปีมากถึง 36 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 120 ล้านคน คิดง่ายๆ คือคนญี่ปุ่นทุกๆ 4 คนจะเป็นผู้สูงอายุไปแล้ว 1 คน จัดว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มขั้น ทำให้ภาระเรื่องภาษีและการดูแลประเทศตกอยู่กับคนรุ่นหลังโดยแท้ คนญี่ปุ่น Gen-Z ที่ส่วนใหญ่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้ไม่นาน และบางส่วนเพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน จึงถูกสังคมจับตามอง ถูกสังคมคาดหวัง และบางครั้งก็ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมและทัศนคติหลายอย่างที่ “ไม่เป็นไปตามที่สังคมญี่ปุ่นคาดหวัง” ต่างๆ นานาดังต่อไปนี้

ลักษณะเด่นของชาว Gen-Z ในญี่ปุ่น

1) ผ่านระบบการศึกษาแบบ “ยุโทะริ (ゆとり教育)” คือระบบการศึกษาที่ผ่อนปรนลงกว่ายุคก่อนๆ ไม่เข้มงวดบ้าท่องจำหรือกดดันแข่งกันเอาเป็นเอาตายเท่าคนญี่ปุ่นใน Gen อื่นๆ ก่อนหน้านั้นที่เป็นยุคฟื้นฟูชาติหลังแพ้สงครามโลก ทำให้ความบ้างาน บ้าเรียน บ้าพลัง บ้าเลือด หรือเรียกว่า “ความทุ่มเท” แบบคนญี่ปุ่นยุคเก่าๆ นั้นเจือจางลง

2) มีความเป็น Digital Native คือใช้เทคโนโลยีเก่งมาก เพราะเกิดมาก็มีอินเทอร์เน็ตรอบตัวแล้ว

3) ชอบทำงานแบบ work-smart ไม่เน้น work-hard แบบคนญี่ปุ่น Gen ก่อนหน้านั้น เพราะฉะนั้นคนญี่ปุ่น Gen-Z จะเกลียดการทำงานล่วงเวลา เกลียดการทำงานวันหยุด เกลียดการต้องไปดื่มสังสรรค์ต่อหลังเลิกงานหรือไปตีกอล์ฟกับเพื่อนที่บริษัทในวันหยุด เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่คนญี่ปุ่นยุคก่อนหน้านั้น “เห็นว่าจำเป็นต้องทำเพื่อหน้าที่การงาน” ดังนั้นคนญี่ปุ่น Gen-Z จะเน้น Work-Life Balance มากๆ เพราะต้องการใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างมีความสุขให้มากขึ้น ไม่เอาชีวิตที่วันๆ มีแต่งานเหมือนคนยุคก่อนๆ อีกแล้ว

4) มองตัวเองในฐานะเป็นประชากรโลก ไม่ได้มองอะไรแต่ในประเทศญี่ปุ่นเหมือนคนญี่ปุ่นยุคก่อนๆ ดังนั้น โอกาสในชีวิตคือโลกทั้งใบ ไม่ใช่แค่ในประเทศญี่ปุ่น คน Gen-Z พร้อมที่จะไปทำงานต่างประเทศ หรือทำงานกับองค์กรต่างชาติ โดยไม่ลังเลเหมือนคนญี่ปุ่นยุคเก่า

5) อยากเป็นเจ้าของกิจการ มากกว่าอยากเป็นลูกจ้าง ในขณะที่คนญี่ปุ่นยคเก่าๆ จะอยากเป็นลูกจ้างมากกว่าอยากเป็นเจ้าของกิจการ แนวคิด “Salaryman” แม้จะเกิดก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็กลายเป็นแนวคิดหลักที่ค้ำจุนเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มาโดยตลอด ซึ่ง Gen-Z จะไม่อยากเป็น Salaryman อีกแล้วเพราะอยากมีกิจการของตัวเองกันเป็นส่วนใหญ่

6) เน้นการทำงานที่มีคุณค่า มากกว่ามูลค่า ให้ความสำคัญกับปัญหาสังคมและปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ มากกว่าคนญี่ปุ่นยุคเก่า เงินก็สำคัญ แต่งานที่มีคุณค่าและส่งมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมนั้นยิ่งสำคัญกว่าเงิน สำหรับคน Gen-Z

7) แน่นอน อาชีพในฝันของคนญี่ปุ่น Gen-Z คือ การเป็น Influencer นั่นเอง! เพราะได้เป็นเจ้าของกิจการ ได้ทำงานสบายๆ ไม่ต้องทำงานล่วงเวลาหรือทำอะไรทารุณเหมือน Salaryman ไม่ต้องทนคบหากับเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายที่น่าหงุดหงิด สามารถใช้ชีวิตส่วนตัวให้มีความสุขได้มากขึ้น ฯลฯ จุดนี้น่าจะเป็นจุดร่วมสำคัญของคน Gen-Z ทั่วโลกที่ต้องการเป็น Influencer คืออยากเป็นคนสำคัญ อยากเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อสังคม อยากมีพลังขับเคลื่อนโลกทั้งใบไปในทางที่ตัวเองเห็นว่าดี

กล่าวโดยสรุป

ในยุคปัจจุบันที่คนเราเชื่อมต่อกันตลอดเวลา ลักษณะพิเศษแบบคนญี่ปุ่นเริ่มเจือจางลงเพราะคนญี่ปุ่น Gen-Z นั้นมองตัวเองในฐานะเป็นประชากรโลกมากขึ้น การทำความเข้าใจคนญี่ปุ่นในปัจจุบันจึงไม่ควรเอาภาพลักษณ์สมัยเก่าหรือทัศนคติตายตัวที่คนไทยเราได้เห็นหรือรับรู้จากสื่อต่างๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะสิ่งต่างๆ บนสื่อเหล่านั้นมีจำนวนมากที่ยังเป็น “ญี่ปุ่นยุคเก่า” ซึ่งไม่ได้สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นปัจจุบันอีกต่อไป ควรมองญี่ปุ่นปัจจุบันตามที่เป็นอยู่ให้มากกว่ามองญี่ปุ่นโดยเอาภาพลักษณ์ที่เรารู้จากสื่อไปครอบหรือสวมทับ จะทำให้สามารถติดต่อสื่อสารหรือร่วมงานกับชาวญี่ปุ่นยุคใหม่ได้ราบรื่นมากขึ้น

เกี่ยวกับผู้เขียน

writer weerayut

วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 4 แห่ง เคยได้รับทุนแลกเปลี่ยนระหว่างที่ว่าการจังหวัด Okinawa และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปศึกษาที่ The University of the Ryukyus รวมทั้งเคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นแบบสอบผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปศึกษาที่ 1) Tokyo University of Foreign Studies / 2) International Christian University / และ 3) Keio University มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เคยเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้บริษัท Nippon Production Service (บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ NHK) / เป็นผู้สอนภาษาไทยที่สถาบันภาษาไทยหลายแห่งในโตเกียว / เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดให้บริษัท Corporate Directions Inc. ของประเทศญี่ปุ่น / เป็นผู้ก่อตั้งสาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจของคณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ / เป็นผู้อำนวยการบริษัท AIRA Capital และเป็นทีมงานก่อตั้งบริษัท AIRA and AIFUL รวมทั้งบัตรกดเงินสด A-Money / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท TOYO Business Service / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท JECC ประเทศญี่ปุ่น / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของบริษัท Business Consultants South East Asia / มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยมากกว่า 10 แห่งในประเทศไทย / เป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมให้องค์กรหลายแห่ง
ปัจจุบันมีธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองคือ บริษัท Consulting Agency for Talent จำกัด ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านพัฒนาองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HROD และ HRD) / เป็นนักวิชาการอิสระ / วิทยากรอิสระ / นอกจากเขียนคอลัมน์ที่ Anngle แห่งนี้แล้ว ก็เขียนคอลัมน์ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ / เขียนคอลัมน์ให้ The PEOPLE Online Magazine / เขียนคอลัมน์ให้ Marumura และยังคงใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ต่างๆ อยู่เสมอแม้ว่าจะมีปริญญา 7 ใบแล้วก็ตาม