ฮาชิวะตาชิ (箸渡し) ธรรมเนียมการเก็บเถ้ากระดูกของผู้วายชนม์ด้วยตะเกียบ

ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพและเผาร่างของผู้วายชนม์แล้ว เหล่าบรรดาลูกหลานและญาติๆ ก็จะช่วยกันเก็บเถ้ากระดูกของผู้วายชนม์เพื่อบรรจุไว้ในโกศ หากมองเผินๆ คงไม่ต่างอะไรกับการเก็บเถ้ากระดูกหลังจากการเผาร่างผู้วายชนม์ตามธรรมเนียมของคนไทยใช่ไหมครับ แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าการเก็บเถ้ากระดูกผู้วายชนม์ตามธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่นนั้น ไม่ได้เก็บโดยใช้มือเปล่า แต่จะใช้ตะเกียบคีบ ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัตินี้ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า “ฮาชิวะตาชิ (箸渡し)”

การเก็บเถ้ากระดูกแบบ “ฮาชิวะตาชิ (箸渡し)”

วิธีการเก็บเถ้ากระดูกแบบฮาชิวะตาชิ (箸渡し) คือการที่ครอบครัวของผู้วายชนม์จะจับคู่กันและใช้ตะเกียบช่วยกันคีบกระดูกของผู้วายชนม์เพื่อบรรจุลงในโกศ เมื่อฝ่ายหนึ่งใช้ตะเกียบคีบกระดูกขึ้นมาแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งก็จะใช้ตะเกียบคีบเพื่อรับกระดูกนั้นแล้ววางลงในโกศนั่นเอง โดยธรรมเนียมดังกล่าวนี้ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนานจนกลายเป็นเป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังกล่าวกันว่าในสมัยก่อนจะมีการคีบและส่งมอบกระดูกให้กับบุคคลในครอบครัวของผู้วายชนม์ทุกคนเพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านของแต่ละคนอีกด้วย

การเก็บเถ้ากระดูกแบบฮาชิวะตาชิ (箸渡し) นั้น โดยทั่วไปฝ่ายชายจะเริ่มคีบกระดูกด้านซ้าย ส่วนฝ่ายหญิงจะคีบกระดูกด้านขวา จากนั้นก็ยกกระดูกขึ้นพร้อมกัน แต่อย่างไรก็ดี อาจมีวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันไปตามนิกายของศาสนาพุทธที่ผู้วายชนม์นับถือ หรือตามแนวปฏิบัติของท้องถิ่นที่ผู้วายชนม์เคยอาศัยอยู่ เช่น บางครอบครัวอาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประจำเตาเผาศพเป็นผู้ดำเนินการเก็บเถ้ากระดูกแบบฮาชิวะตาชิทั้งหมดเลยก็ได้

เบื้องหลังธรรมเนียม “ฮาชิวะตาชิ (箸渡し)”

ในภาษาญี่ปุ่นนั้น คำว่าตะเกียบจะอ่านออกเสียงว่า “ฮาชิ (箸)” ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า “ฮาชิ (橋)” ที่แปลว่าสะพาน โดยคำว่า “ฮาชิวะตาชิ (箸渡し)” ที่ใช้เรียกธรรมเนียมการเก็บเถ้ากระดูกของผู้วายชนม์นั้น หากแปลเป็นภาษาไทยตรงๆ จะมีความหมายว่า “การส่งมอบด้วยตะเกียบ” ซึ่งก็พ้องเสียงกับคำว่า “ฮาชิวะตาชิ (橋渡し)”  ที่แปลว่า “การสร้างสะพาน”

โดยตามความเชื่อของศาสนาพุทธในประเทศญี่ปุ่น (ฝ่ายมหายาน) กล่าวว่าโลกแบ่งเป็นสองส่วนคือโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ เรียกว่าโลกคนเป็น และอีกโลกหนึ่งซึ่งมีผู้วายชนม์หรือบรรพบุรุษของเราอยู่ที่นั่น เรียกว่าโลกคนตาย โดยสิ่งที่กั้นเขตแดนระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายนั้นคือแม่น้ำที่เรียกว่า “ซันซุ (三途の川)” ซึ่งดวงวิญญาณทุกดวงจะต้องเดินทางข้ามแม่น้ำแห่งนี้เพื่อไปยังแดนสุขาวดี แต่หากระหว่างกำลังข้ามเกิดถูกกระแสน้ำซัดไหลไปล่ะก็ อาจทำให้ดวงวิญญาณนั้นต้องตกสู่นรก ดังนั้น เพื่อให้ผู้วายชนม์สามารถเดินทางข้ามแม่น้ำดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย จึงเกิดธรรมเนียมฮาชิวะตาชิ (箸渡し) ขึ้น โดยการคีบกระดูกและส่งต่อให้อีกฝ่ายคีบรับต่อไปนั้นเปรียบเสมือนเป็นการสร้าง หรือส่งมอบสะพาน (ฮาชิวะตาชิ “橋渡し”) ให้กับผู้วายชนม์เพื่อใช้เดินทางข้ามแม่น้ำซันซุได้อย่างแคล้วคลาดปลอดภัยนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่า การให้คนในครอบครัวช่วยกันคีบกระดูกของผู้วายชนม์เพื่อบรรจุลงโกศนั้น ยังเสมือนเป็นการให้คนในครอบครัวร่วมกันแบ่งเบาความเศร้าโศกเสียใจของแต่ละคนอีกด้วย

การใช้ตะเกียบคีบส่งอาหารให้กันมันผิดมารยาท !

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เพื่อนๆ คงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าเวลาชาวญี่ปุ่นจะเก็บเถ้ากระดูกของผู้วายชนม์ เค้าจะใช้ตะเกียบในการคีบและให้อีกคนคีบรับต่อไป ดังนั้น การใช้ตะเกียบคีบอาหารส่งให้แก่กันแบบตะเกียบต่อตะเกียบจึงถือเป็นเรื่องผิดมารยาทสำหรับชาวญี่ปุ่นนั่นเอง โดยในระหว่างรับประทานอาหาร หากเพื่อนๆ ต้องการตักแบ่งอาหารให้กับคนญี่ปุ่น ก็ควรตักใส่จานเล็กๆ แล้วค่อยส่งให้อีกฝ่ายจะดีกว่า เพื่อจะได้ไม่ผิดมารยาทนั่นเอง

สรุปเนื้อหาจาก : satosekizai