หญิงร้อนรุ่มแห่งปี “ฮิโนะเอะอุมะ” : หญิงต้องห้ามตามความเชื่อญี่ปุ่นโบราณ

วัฒนธรรมญี่ปุ่นถือเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นที่นิยมชมชอบรู้จักกันไปทั่วโลก แต่พวกเขาก็มิได้สร้างมันขึ้นมาเองเสียทั้งหมด แต่รับเอามาจากคนแผ่นดินใหญ่ นำวัฒนธรรมจีนเข้ามาปรับใช้ให้เข้ากับตนเอง แต่เมื่อเป็นญี่ปุ่นแล้ว ชาติซึ่งมีความสามารถในการเรียนรู้ เลือกรับ ปรับเปลี่ยน และพัฒนาได้เก่ง เขานำมันมาดัดแปลงให้เหมาะสมกับตนเอง จนสามารถสร้างความแตกต่างอย่างลงตัวได้อย่างน่ามหัศจรรย์ไม่ว่ากับเรื่องใดก็ตาม

แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่ดูจะไม่สู้ดีนัก เป็นคติความเชื่อที่ยึดถือสืบต่อกันมาจนกระทั่งปัจจุบัน คือการสำรวจทำนายดวงชะตา และความเป็นไปของปีเกิดตามคติจีนโบราณ ซึ่งได้สร้างความหวาดผวาในทุก ๆ ครั้งที่ปีแห่งความอัปยศนี้จะวนเวียนมาถึง…อย่ารอช้า เตรียมนิ้วนับปีให้พร้อม แล้วอ่านต่อกันเลยครับ!! เรื่องราวก็มีอยู่ว่า…

แผนภูมิสวรรค์ตามคติคิดจีนโบราณ

ชาวญี่ปุ่นได้ใช้แผนภูมิสวรรค์ตามแบบของจีน เพื่อสำรวจดวงชะตาตามปีเกิดในแต่ละปีของผู้คน โดยแผนภูมินี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

– ภาคสวรรค์ ซึ่งเรียกว่า “ราศีบน” มี 10 ตัวอักษร แทนพลังงานสวรรค์
– ภาคปฐพี ซึ่งเรียกว่า “ราศีล่าง” มี 12 ตัวอักษร แทนพลังงานปฐพี

ตัวอักษรทั้ง 2 ภาคจะถูกนำมาสลับเข้าคู่กันจนครบ ได้ 60 แบบ ซึ่งแต่ละแบบจะบ่งบอกพลังงานที่ซุกซ่อนอยู่ในแต่ละปีของผู้ที่เกิดปีนั้น และเป็นที่มาของการจัดงาน “แซยิด” ครบรอบราศีตามแผนภูมิสวรรค์ทั้ง 60 แบบนั่นเองครับ

ตำนานรักปี “ฮิโนะเอะอุมะ” ปีแห่งไฟ ร้อนรุ่มกว่าปีไหน ๆ

เมื่อสำรวจตรวจสอบตามแผนภูมิสวรรค์แล้ว จะมีปีหนึ่งที่จะวนมาทุก ๆ 60 ปี ดูจะไม่สู้ดีนัก เพราะได้ชื่อว่า “ฮิโนะเอะอุมะ” : 丙午 ซึ่งเป็นปีแห่งพลังงานธาตุไฟอันร้อนรุ่มรุนแรงเสียเหลือเกิน!!

ตามประวัติศาสตร์ก็ยังปรากฎมีทั้งเรื่องเล่า ตำนาน และบันทึกมากมายที่สอดคล้องกับความเชื่อดังกล่าว เพราะมักจะเป็นปีที่เกิดไฟไหม้บ่อยครั้ง แต่เรื่องเล่าที่ดูจะเป็นการตอกย้ำความเชื่อนี้ที่สุดเกิดขึ้นในสมัยเอโดะ

ตำนานเล่าขานกันว่า มีคู่รักคู่หนึ่งในสมัยนั้น ได้ถูกกีดกันจากครอบครัวฝ่ายหญิงไม่ให้พบเจอหน้ากัน ฝ่ายหญิงถูกกักขังไว้ให้อยู่แต่ในบ้านไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน และคนรัก จนชอกช้ำใจยิ่ง ครั้นเมื่อนางทานทนต่อแรงเสน่หาที่สุมในใจดั่งไฟที่ร้อนรุ่มอีกต่อไปไม่ไหว นางจึงปล่อยให้ไฟในใจนั้นครอบงำความคิด วางเพลิงครอบครัวตนเอง เพื่อให้ได้ออกไปเสียจากบ้านที่เป็นดั่งกรงขัง ขวางกั้นความรักที่มีต่อชายอันเป็นที่รัก เป็นที่โจษจันไปทั้งเอโดะ เล่าขานสืบต่อกันมาถึงความรุนแรงของอารมณ์รักของนางผู้นี้…นางเกิดในปีฮิโนะเอะอุมะนั่นเองครับ

นั่นจึงเป็นการตอกย้ำความเชื่อที่มีแต่ดั้งเดิม ว่าหญิงสาวที่เกิดในปีนี้ มักจะมีอารมณ์รุนแรง บ้างก็เชื่อว่าใครที่ได้เป็นคู่ครองก็จะได้รับเคราะห์ ส่งผลแก่ชายคู่ครองให้มีอายุสั้นลง ฝังรากลึกอยู่ในความเชื่อของชาวญี่ปุ่นมาแต่ไหนแต่ไร แม้กระทั่งญี่ปุ่นจะก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่แล้วก็ตาม กลับยังสะท้อนให้เห็นถึงความหวาดกลัวต่อความเชื่อดังกล่าว…

การลดลงของอัตราการเกิดปี 1966

ในปี 1966 (เมื่อ 52 ปีที่แล้ว) ได้ครบรอบปีที่ชะตาแห่งฮิโนะเอะอุมาได้เวียนมาบรรจบ ผลสำรวจก็เป็นที่น่าตกใจ พบว่าอัตราการเกิดลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ ความเชื่อดังกล่าว ส่งผลให้ครอบครัวญี่ปุ่นจำนวนมาก เลือกที่จะไม่ให้กำเนิดลูกในปี 1966 เพราะเกรงว่าลูกของตนเองจะมีลักษณะนิสัยเป็นไปดั่งตำนานบอกเล่า นอกจากนี้ ยังกลัวว่าลูกของตนจะใช้ชีวิตต่อไปด้วยความลำบาก เพราะจะถูกกีดกันจากสังคม อาภัพรัก ไม่เป็นที่ต้องการจากองค์กรต่าง ๆ เมื่อต้องสมัครเข้าทำงาน เป็นต้น

ในทางกลับกัน ผลสำรวจจำนวนมากของคนรุ่นที่เกิดในปี 1966 ก็สะท้อนมิติที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะอัตราการเกิดที่ลดลง ส่งผลให้คนรุ่นนี้ไม่ต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันสูง เมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่น ๆ นั่นเองครับ

นับนิ้วดูอีกที อีก 6 ปีก็จะถึงปี 2026…ปีฮิโนะเอะอุมะกำลังจะวนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งนี้แล้วนี่หน่า!!

จะว่าไปแล้วเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ หากฝังรากลึกอยู่ในสังคมใด ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะลบเลือนให้หายไปในพริบตา แต่เรื่องทุกเรื่องมักมีสองด้านเสมอ คำบอกเล่าและอดีตมีไว้เตือนใจให้เราพึงระวังตัวอันเป็นเรื่องดีเหมือนกัน แต่การเปิดใจยอมรับ และอยู่กับปัจจุบันตรงหน้า ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันเลยจริงไหมครับ!? หวังว่าเพื่อน ๆ จะเพลิดเพลินกับตำนานญี่ปุ่นโบราณที่ผมเอามาฝากกันในวันนี้นะครับ :)