เข้าใจคนญี่ปุ่นผ่านสำนึกสังคมแบบ “กลุ่ม” ภาคต่อ : ฮนเนะ และ ทะเทะมะเอะ

เพื่อน ๆ คงจะทราบกันไปแล้วว่าสังคมญี่ปุ่น เป็นสังคมแบบ “กลุ่ม” ที่มีความซับซ้อนทั้งที่ดูจากภายนอก หรือแม้กระทั่งระบบความคิด ก็เป็นการยากเสียเหลือเกินสำหรับคนนอกอย่างเราที่จะเข้าใจพวกเขาได้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากคำว่า “กิริ” พันธกิจต่อส่วนรวม และ “นินโจ” พันธกิจของความเป็นมนุษย์ ตามที่ได้แนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักไปแล้ว ยังมีคำอีก 2 คำ ที่บ่งบอกการจัดวางตนเองในระหว่างที่ต้องสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคมญี่ปุ่นอีกด้วยนะครับ

ฮนเนะ 「本音」และ ทะเทะมะเอะ 「建前」

ฮนเนะ หมายถึง ความจริงใจ หรือ หลักการส่วนตัว ในขณะที่ ทะเทะมะเอะ หมายถึง ภายนอก หรือ หลักการส่วนรวม

หลักการที่ผูกโยงอยู่กับคำ 2 คำนี้มีอยู่อย่างเรียบง่าย แต่ทำได้ยากนั้นว่ากันไว้ว่า ความคิดที่ฝังอยู่ในแต่ละฝั่งของสองสิ่งนี้ จะมีความลื่นไหล บางทีก็ตรงกัน แต่บางทีก็ขัดแย้งกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และจะผ่านไปจากการปรับเข้าหากันด้วยกระบวนการทางสังคมแบบญี่ปุ่น

กระบวนการทางสังคมเพื่อปรับจูน

หากพบว่า ฮนเนะ และ ทะเทะมะเอะ กำลังขัดแย้งกันอยู่ กระบวนการทางสังคมเพื่อการปรับจูนสองสิ่งให้สอดคล้องกันจึงจะเริ่มขึ้นจากการ “พูดคุย” หรือ “การขอความคิดเห็น” ที่จะต้องค่อย ๆ ทำอย่างมีศิลปะเลยทีเดียวครับ เพราะก่อนการแสดงความคิดเห็นของตนเองในสังคมญี่ปุ่น จะละเลยการเอ่ยปากถามคนอื่นว่าคิดอย่างไรก่อนไปมิได้เป็นอันขาด!!

บ่อยครั้งเราจึงรู้สึกว่าการอยู่ในสังคมญี่ปุ่นมักสร้างความอึดอัด เป็นบรรยากาศที่อึมครึม เพราะไม่สามารถชัดเจนในทันทีได้…การ Say Yes หรือ Say No ก่อนจะรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทัศนะของคนญี่ปุ่น การใช้ภาษากลาง ๆ คลุมเครือ พูดวนไปวนมา หรือการปฏิเสธอย่างนุ่มนวล จึงเป็นมารยาทที่จำเป็นต้องเรียนรู้และใช้ให้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ความสัมพันธ์ของ ฮนเนะ และ ทะเทะมะเอะ

โดยปกติแล้ว ฮนเนะ หรือ หลักการส่วนตัว มักจะถูกคาดหวังให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับ ทะเทะมะเอะ หรือ หลักการส่วนรวม สองสิ่งนี้จะต้องสอดประสานกัน โดยที่ ทะเทะมะเอะ มีความสำคัญกว่า ฮนเนะ ตามหลักการเดิมที่ว่า “สาธารณะสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัว”

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขาดความหยืดหยุ่น หรือ ไม่มีข้อยกเว้นเอาเสียเลยนะครับ…ผู้คนจะสามารถมีหลักการส่วนตัวได้ หนำซ้ำยังสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นหลักการส่วนรวม ให้คนอื่นคิด หรือ ยึดถือแบบเราได้ โดยต้องอาศัยการโน้มน้าว หรือการพูดคุยอย่างมีศิลปะกันเลยทีเดียว

นี่จึงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดื่มเหล้าหลังเลิกงาน วงเหล้ามักถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับการ “พูดคุย” “ปรับจูน” ปรับความเข้าใจ แก้ไขความคลุมเครือทั้งหลายทั้งปวงในบริษัทให้คลี่คลาย และถือว่าการไปดื่มหลังเลิกงานไปแล้ว ยังคงถูกนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานมาแต่ไหนแต่ไร ว่ากันว่าการงานต่าง ๆ มากมายกลับบรรลุผลในวงเหล้าก็ด้วยเหตุนี้เลยนะครับ

การทำงานหรืออยู่ร่วมกับคนญี่ปุ่นเป็นเรื่องซับซ้อน และไม่ง่ายที่จะทำความเข้าใจ การศึกษาวัฒนธรรมที่ผูกโยงอยู่กับความคิดอันซับซ้อน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะต้องเตรียมตัวเอาไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อลดความตึงเครียด และทำให้เราอยู่ร่วมกันกับเขาได้อย่างเป็นธรรมชาตินะครับ

อ้างอิงเนื้อหาจาก 福武直『日本社会の構造』東京大学出版会, 1981
ผู้เขียน: mamonn