23 มิถุนายน วันรำลึกผู้ล่วงลับของโอกินาว่า

สำหรับคนโอกินาว่า วันที่ 23 มิถุนายนหรือวันรำลึก (慰霊の日) ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของจังหวัดทีเดียว วันนี้มีความหมายอะไร? เพราะอะไร? ในวันนั้นจะมีอะไรบ้าง? และคนต่างชาติอย่างเรามีส่วนร่วมได้อย่างไร? ในฐานะที่คนไทยเริ่มไปเที่ยวโอกินาว่าเยอะขึ้นทุกปี วันนี้ก็เป็นอีกวันสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจโอกินาว่าได้มากขึ้น

วันรำลึกคือ?

วันรำลึก หรือถ้าแปลตรงตัวคือวันเซ่นไหว้ดวงวิญญาณคือวันหยุดที่มีเพียงเฉพาะจังหวัดโอกินาว่าเท่านั้นซึ่งตรงกับวันที่ 23 มิถุนายนของทุกปี ที่ทางจังหวัดประกาศให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการนั้นเพื่อให้ประชาชนในโอกินาว่าทุกคนสามารถเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับในยุทธการโอกินาวา (沖縄全戦没者追悼式) ที่จะจัดขึ้นทุกปีได้ค่ะ

nuchi du takara
ป้ายสลักข้อความ “นุจิ ดุ ทาคาระ” คำภาษาถิ่นของโอกินาว่า แปลว่า “ชีวิตคือสมบัติ” ในพื้นที่อนุสรณ์สถานฯ

ทำไมต้องวันที่ 23 มิถุนายน?

เนื่องจากวันที่ 23 มิถุนายนนั้นตรงกับวันที่ยุทธการโอกินาว่า (沖縄戦) สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1945 หลังอุชิจิมา มิตสึรุ (牛島 満) นายพลผู้บัญชาการทหารญี่ปุ่นในโอกินาวากระทำอัตนิวิบาตกรรม เป็นอันสิ้นสุดการรบในโอกินาว่าด้วยความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นและชัยชนะของกองทัพอเมริกา อย่างไรก็ตาม มีผู้สูญเสียเป็นจำนวนมากในยุทธการโอกินาว่า โดยเฉพาะประชาชนคนทั่วไป เพื่อรำลึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นและตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพ วันที่ 23 มิถุนายนจึงถูกกำหนดให้เป็นวันรำลึกนั่นเอง

ในวันที่ 23 มิถุนายนจะมีอะไรบ้าง?

หัวใจหลักของวันนี้อยู่ที่พิธีไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับในสงครามโอกินาวาประจำปี ซึ่งจะถูกจัดขึ้นที่อนุสรณ์สถานสันติภาพ (平和祈念公園) เมืองอิโตมัง (糸満市) จังหวัดโอกินาว่า โดยภายในงานจะมีการกล่าวสุนทรพจน์จากผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาว่า และนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น รวมถึงการกล่าวสุนทรพจน์โดยเยาวชนจังหวัดโอกินาว่าที่บทประพันธ์เพลงในหัวข้อสันติภาพได้รับเลือก

และในเวลาเที่ยงตรง ทุกคนในจังหวัด แม้แต่คนโอกินาว่าที่อยู่จังหวัดอื่นๆ จะหันหน้าไปทิศใต้และสงบนิ่งไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับเป็นเวลาสั้นๆ เนื่องจากทิศใต้คือทิศของสนามรบแห่งสุดท้ายของยุทธการโอกินาว่า ซึ่งมาสิ้นสุด ณ ที่ตั้งของอนุสรณ์สถานฯ เมืองอิโตมัง เมืองใต้สุดของเกาะโอกินาว่า

ชาวต่างชาติอย่างเรามีส่วนร่วมได้อย่างไรบ้าง?

เนื่องจากในวันงานทางอนุสรณ์สถานฯ จะเปิดพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมฟรีเป็นกรณีพิเศษ ดังนั้นนอกจากเข้าร่วมพิธีและร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแล้ว ชาวต่างชาติอย่างเรายังมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ ด้วยการเข้าไปเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสงคราม พิพิธภัณฑ์จะแบ่งออกเป็น 6 ส่วน

1.เส้นทางสู่สงคราม (戦争への展開)

จะเป็นการเกริ่นให้เรารู้จักอาณาจักรริวกิว (琉球王国) และความเป็นมาจนตกเป็นของญี่ปุ่น ไปจนถึงการถูกใช้เตรียมทำสงคราม

2.การก่อตัวของสงคราม (戦闘の進展)

ในส่วนนี่จะเป็นการเล่าให้เรารู้สถานการณ์การรบทั้งในจังหวัดโอกินาว่าและรอบโลก รวมถึงมีสารคดีและแผนที่ประกอบให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนด้วย

3.ทุ่งนรกสงคราม (戦野の地獄)

ในส่วนนี้จะมีการจำลองความเป็นอยู่ในถ้ำหินให้เราได้ลองเข้าไปดู รวมถึงมีรูปของประชาชนในตอนนั้นและเสื้อผ้าในสมัยสงครามด้วย

4.เสียงจากผู้ให้การ (証言者の声)

ห้องนี้จะเป็นห้องเงียบๆ มีแฟ้มสมุดบันทึกคำให้การของผู้อยู่รอดจากสงครามให้เราได้พลิกอ่าน รวมถึงมีคลิปวิดีโอที่บันทึกคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตให้ได้ฟังกัน

5.เมืองหลังสงคราม (戦後の町)

ส่วนนี้จะแสดงบรรยากาศความเป็นอยู่หลังสงครามจบลงและเข้าสู่ช่วงที่โอกินาว่าถูกปกครองโดยอเมริกา

6.พื้นที่ของเด็กๆ “อนาคต” (未来)

โซนนี้จะเป็นโซนที่จัดขึ้นเพื่อเด็กๆ ที่มาเข้าชมโดยเฉพาะ ในนี้จะมีของเล่นและภาพวัฒนธรรมแปลกตาจากทุกมุมโลกให้เด็กๆ ได้รู้จักและทำความเข้าใจ โดยจุดประสงค์หลักของส่วนนี้คือเพื่อปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่เข้าใจและมองข้ามความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติศาสนา และเห็นทุกคนเป็นเพื่อนมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ซึ่งทางอนุสรณ์สถานฯ หวังว่าความเข้าใจนี้จะนำไปสู่อนาคตที่มีแต่สันติภาพ

แม้ว่าวันที่ 23 มิถุนายนจะเป็นวันรำลึกถึงเรื่องราวน่าเศร้าที่เกิดขึ้นในโอกินาว่า แต่เมื่อหันกลับมามองโอกินาว่าในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวาแล้ว เพื่อนๆ อาจจะรู้สึกได้ถึงปาฏิหาริย์เล็กๆ ที่เรียกว่า “ชีวิต” ที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ก็ได้