คนญี่ปุ่นวางก้อนหินไว้บนทางเดินทำไม หมายถึงอะไรกันนะ?

เพื่อน ๆ ที่เคยไปเที่ยวที่ศาลเจ้า วัด สะพาน หรือสวนญี่ปุ่นที่มีความเก่าแก่ คงจะเคยเห็น “ก้อนหิน” ที่มีเชือกสีดำผูกไว้ ผ่านตามาบ้าง แต่หลายคนอาจจะไม่คุ้นเลยกับสัญลักษณ์เฉพาะตัวนี้ เพราะแม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองน้อยคนนักที่รู้จัก วันนี้ ANNGLE จะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับที่มาและความหมายของก้อนหินแบบนี้กันค่ะ ว่า “นำมาวางเพื่ออะไร” และ “มีความหมายว่าอย่างไร”

ก้อนหินที่ถูกวางไว้บนทางเดิน

ก้อนหินนี้มีชื่อเรียกว่า 止め石 (tome ishi) แปลว่า “หินหยุด” มีอีกชื่อ คือ 関守石 (seki mori ishi) คนญี่ปุ่นนำมาใช้ในเชิงสัญลักษณ์เพื่อเเจ้งให้ทราบว่า “ไม่อนุญาตให้เข้า” มักถูกนำมาใช้ในการจัดการเดินทาง เข้า-ออก ในกรณีที่มีพิธีกรรมในวัด หรือมีกิจกรรมที่ห้ามคนนอกเข้า รวมถึงในพิธีชงชา (茶道・sadou) ก็เช่นกัน เพื่อไม่ให้พิธีถูกรบกวนจากบุคคลอื่น ก็มักจะวางหินไว้ที่หน้าทางเข้านั่นเอง นอกจากนี้ ยังถูกนำมาใช้เพื่อกันพื้นที่สำหรับห้ามจอดอีกด้วย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by JUN (@kyo_na_deer_) on

ชาวญี่ปุ่นเริ่มนำมาใช้ครั้งแรกที่วัดโจคันจิ (勅願禅寺) ในจังหวัดเกียวโต ต่อมาจึงเริ่มใช้ในวัดใหญ่ ๆ ที่มีชื่อเสียง ทั้งในเกียวโตและคามาคุระ สำหรับปีที่เริ่มใช้นั้นไม่ปรากฏแน่ชัด และในปัจจุบันก็ยังคงใช้กันอย่างกว้างขวาง นอกจากวางบนทางเดินแล้ว ยังมีการนำไปวางบนสะพานหรือบ่อน้ำด้วย หากเพื่อน ๆ ได้มีโอกาสไปวัดหรือศาลเจ้าที่ญี่ปุ่น ลองสังเกตดูดี ๆ อาจจะพบกับก้อนหินแบบนี้ก็ได้นะคะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by てつ (@mi_kawa_trip) on

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พอจะทราบถึงความหมายและที่มาของ 止め石 (tome ishi) กันแล้วนะคะว่าหมายถึงอะไร การใช้สัญลักษณ์แบบนี้แทนการใช้ป้ายเขียนประกาศ “ไม่อนุญาตให้เข้า” ทำให้ไม่รู้สึกว่าโดนบังคับ แถมทำให้ความหมายซอฟท์ลง ดูน่ารักขึ้นว่าไหมคะ

สรุปเนื้อหาจาก : blog.goo, j-town