ทำไมในภาษาอังกฤษถึงเรียกญี่ปุ่นว่า “Japan” ?

ในภาษาญี่ปุ่นมีคำที่สื่อถึงประเทศญี่ปุ่นอยู่มากมายหลายคำ เช่น にほん (nihon) にっぽん (nippon) ひのもと (hinomoto) やまと (yamato) わ (wa) แต่ในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า Japan แล้วคำว่า Japan มีที่มาจากไหนกันนะ ?

ในสมัยราชวงศ์ถัง ตัวแทนจากญี่ปุ่นได้ส่งฝุ่นทองคำจากแคว้นมุทสึไปยังประเทศจีน ซึ่งนำไปสู่เรื่องเล่าในหมู่พ่อค้าชาวมุสลิมที่ทำการค้ากับจีนว่ามีเกาะทองคำอยู่ทางตะวันออกของจีน พ่อค้ามุสลิมในอดีตจึงรู้จักประเทศญี่ปุ่นในฐานะเมืองแห่งทองคำ และเรียกประเทศญี่ปุ่นว่า الواق واق (วักวัก) ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า 倭国 (Wakoku, ญี่ปุ่นโบราณ)

นอกจากนี้ การค้าระหว่างญี่ปุ่นกับราชวงศ์ซ่งในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 10 มีทั้งงานฝีมือที่ฝังด้วยฝุ่นทองและทองคำ ด้วยความที่การค้าระหว่างญี่ปุ่นกับจีนนั้นรุ่งเรืองมาก จึงเกิดเรื่องเล่าอีกมากมายที่เล่าต่อกันไปจนเกินความเป็นจริงจนทำให้เรื่องราวของเกาะแห่งทองคำนี้ยิ่งมีมากขึ้น

มาร์โคโปโล นักเดินทางและพ่อค้าชาวอิตาลีได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิกุบไลข่านแห่งราชวงศ์หยวนในศตวรรษที่ 13 เขาได้เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น ทิเบต ยูนนาน และเสฉวน ในฐานะผู้รับใช้ของจักรพรรดิ จนมาถึงเมืองสุดท้ายที่เขาพักคือเฉวียนโจวซึ่งเป็นเมืองท่าที่อยู่ใกล้กับเกาะไต้หวัน

Marco Polo

ผู้คนในเฉวียนโจวจะใช้ภาษาหมิ่นหนาน (ภาษาหมิ่นใต้) ที่แตกต่างจากภาษาจีนกลาง ในภาษาหมิ่นหนาน คำว่าประเทศญี่ปุ่นจะใช้คำว่า “ซวีปุนกวอ” มาร์โคจึงถอดออกมาเป็นภาษาเขียนด้วยคำว่า “ZIPANGU” และได้เขียนแนะนำประเทศญี่ปุ่นในชื่อว่า ZIPANGU ในหนังสือ The Travels of Marco Polo ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะยังไม่เคยไปประเทศญี่ปุ่นเลยก็ตาม คำว่า ZIPANGU จึงพัฒนาต่อมาจนกลายมาเป็นคำว่า Japan ในปัจจุบัน

ส่วนคำว่า Korea ที่หมายถึงประเทศเกาหลี ก็สัมพันธ์กับชื่อของราชวงศ์โครยอที่ปกครองคาบสมุทรเกาหลีตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ถึงปลายศตวรรษที่ 14 นอกจากนี้ คำว่า China ที่หมายถึงประเทศจีน ก็มาจากราชวงศ์ฉินซึ่งมีจิ๋นซีฮ่องเต้ที่เป็นผู้รวบรวมแผ่นดินจีนเข้าเป็นหนึ่งเดียว โดยมาจากคำว่า Chin และกลายเป็น China ในเวลาต่อมา

สรุปเนื้อหาจาก mag.japaaan