มารู้จัก วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่เรียกว่า “เบนโตะ” กันเถอะ!

ผู้อ่านคิดว่าคนญี่ปุ่นทานอาหารมื้อไหนหนักที่สุดคะ? หลายคนอาจจะตอบว่า “มื้อเย็น” ซึ่งนั่นก็ไม่ถือว่าผิดซะทีเดียว ในสังคมสมัยใหม่ที่ผู้คนต่างเร่งรีบออกไปทำงานในตอนเช้า มื้อเช้าจึงเป็นอะไรที่ง่าย ๆ ไม่ต้องพิถีพิถันอะไรมาก แต่หากจะถามว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ว่าให้ความสำคัญกับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นมากกว่ากัน คำตอบที่ได้มักจะเป็น “มื้อกลางวัน” เสียมากกว่า และสิ่งที่ปรากกฏขึ้นมาพร้อมกับมื้ออาหารกลางวันก็คือ “เบนโตะ” หรือว่า “ข้าวกล่อง” นั่นเอง

“เบนโตะ” ข้าวกล่องสำหรับพกพา

ถ้าหากย้อนไปในอดีต ข้าวกล่องแบบพกพานี้ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยมนุษย์เริ่มล่าสัตว์ เพราะการออกไปล่าสัตว์แต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาหลายวัน อาหารที่พวกนายพรานมักจะพกไปด้วยจะเป็นจำพวกเนื้อแห้งหรือถั่ว เป็นต้น และสำหรับญี่ปุ่นในสมัยนั้น “โอนิกิริ” หรือ “ข้าวปั้น” ก็มักจะเป็นสิ่งที่นายพรานญี่ปุ่นพกพาไปเป็นอาหารในเวลาที่ต้องเข้าป่าหลายวันเพื่อล่าสัตว์อยู่เสมอ

กล่าวกันว่า “โอนิกิริ” ในสมัยก่อนทำมาจากข้าวเหนียว แต่เมื่อเข้าสู่ยุคคามาคุระและยุคเซ็งโงกุก็ได้กลายเป็น “อุรุจิโคเมะ (ข้าวญี่ปุ่น)” ที่รับประทานกันอยู่ในปัจจุบัน โดยเหตุผลที่เปลี่ยนจากข้าวเหนียวมาเป็นข้าวญี่ปุ่นนั้นก็เพราะว่าเกษตรกรหันมาปลูกข้าวญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งทำให้ข้าวญี่ปุ่นกลายเป็นอาหารหลักของชาวญี่ปุ่นที่ไม่ได้จำกัดแค่โอนิกิริหรือข้าวปั้นเท่านั้น

การซื้อ “เบนโตะ” จากคน เริ่มมาจากการไปดูการแสดงที่โรงละคร

แรกเริ่ม “เบนโตะ” เป็นสิ่งที่ทำที่บ้าน ครั้งแรกที่มีวัฒนธรรมการซื้อเบนโตะจากร้านนั้นเริ่มจากการไปดูการแสดงที่โรงละครในสมัยเอโดะ มีทฤษฎีต่าง ๆ ที่อธิบายเรื่องนี้ไว้คล้ายกันว่า แต่เดิม “เบนโตะ” มีไว้สำหรับให้นักแสดงทานหลังฉาก หลังจากนั้นก็ได้ถูกนำมาขายให้กับผู้ชมด้วย นอกจากนี้เบนโตะยังถูกนำไปรับประทานขณะทำกิจกรรมยามว่าง เช่น การชมดอกไม้ เป็นต้น นับตั้งแต่นั้นก็เริ่มมีเบนโตะที่มีสีสันมากขึ้นจากการประดับตกแต่งด้วยเครื่องเคียงต่าง ๆ

วัฒนธรรมที่เรียกว่า “เอคิเบ็ง” หรือ “ข้าวกล่องรถไฟ”

 

View this post on Instagram

 

A post shared by かわい ちひろ (@chihikwi) on

การเริ่มซื้อเบนโตะจากร้านเริ่มขึ้นในสมัยเอโดะอย่างที่กล่าวไปข้างต้น หลังจากนั้นพอเข้าสู่ยุคสมัยเมจิ ก็เกิด “เอคิเบ็ง” หรือ “ข้าวกล่องรถไฟ” ขึ้นมา โดย “เอคิเบ็ง” ที่ถูกจำหน่ายครั้งแรกนั้น จำหน่ายที่สถานีรถไฟอุตสึโนมิยะ ในปี ค.ศ 1891 ซึ่งในยุคแรกเริ่มนั้นประกอบไปด้วยข้าวปั้น 2 ก้อนใส่ไส้ลูกบ๊วยห่อด้วยใบไผ่อ่อน หลังจากนั้นเอคิเบ็งก็ได้ถูกวางขายตามพื้นที่ต่าง ๆ ของญี่ปุ่นจนขยายไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากเมนูโอนิกิริในช่วงแรก และค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นเบนโตะอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้

ในปัจจุบันเอคิเบ็งที่มีจำหน่ายตามสถานีรถไฟต่าง ๆ มีมากถึง 2,000 – 3,000 เมนู และยังไม่มีประเทศไหนที่มีข้าวกล่องจำหน่ายบนรถไฟมากขนาดนี้ จนอาจจะกล่าวได้ว่า “เอคิเบ็ง” เป็นตัวแทนที่สื่อถึงประเทศญี่ปุ่นได้ดีอย่างหนึ่งก็ว่าได้

เมื่อเบนโตะบุกไปถึงร้านสะดวกซื้อ!

 

View this post on Instagram

 

A post shared by オレボ(大津屋 公式) (@orebo_official) on

สำหรับ “เบนโตะ” ที่ทำตามคำสั่งซื้อจากลูกค้านั้นเริ่มขึ้นในสมัยเมจิ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคำสั่งซื้อจากบริษัทต่าง ๆ ที่มักจะสั่งเพื่อนำไปให้กับคนในโรงงาน จากนั้นเมื่อเข้าสู่ยุคสมัยโชวะ ร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ที่มีต้นกำเกิดในอเมริกา ก็ได้เข้ามาที่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ 1974 ซึ่งในช่วงแรก ๆ ได้มีการนำ “ฮอทด็อก” มาวางขายเหมือนกับที่อเมริกา โดยที่ยังไม่มีเบนโตะวางจำหน่าย แต่หลังจากนั้นก็ได้เปิดตัวและวางขายเบนโตะในปี ค.ศ 1978 และแน่นอนว่าได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรม “คอมปินีโอนิกิริ” (ข้าวปั้นในร้านสะดวกซื้อ) ขึ้นมา

หลังจากนั้นก็มีร้านค้าที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นอีกมากมาย นับตั้งแต่นั้นมา เบนโตะจึงไม่ได้เป็นเพียงข้าวกล่องที่จะต้องทำที่บ้านเท่านั้น แต่เป็นอาหารที่สามารถหาซื้อเพื่อกลับมาทานที่บ้านได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป

อนาคตของ “เบนโตะ” ต่อจากนี้

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ☺︎モコ☺︎ (@moko_rin_) on

“เบนโตะ” ที่ได้รับความนิยมในช่วงหลัง ๆ มานี้คือเบนโตะที่ทำเป็นคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนต่าง ๆ ที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “เคียะระเบนโตะ” ซึ่งเริ่มมาจากคุณแม่บ้านทั้งหลายที่อยากจะทำเบนโตะเพื่อเอาใจลูก ๆ ประกอบกับทำให้เบนโตะดูน่าทานมากยิ่งขึ้น จึงได้สร้างสรรค์เบนโตะออกมาเป็นรูปตัวการ์ตูนที่เด็ก ๆ ชอบ และนั่นคือวิวัฒนาการของ “เบนโตะ” ที่เริ่มมาจากข้าวปั้นเพียงสองก้อน จนมาสู่การทำเบนโตะเป็นคาแรคเตอร์ต่าง ๆ แบบที่เราเห็นในปัจจุบัน

สำหรับอนาคตของเบนโตะหลังจากนี้ รูปร่างหน้าตาก็คงเปลี่ยนไปอีกแน่นอน แต่ไม่ว่าจะเป็น “เบนโตะ” ของประเทศญี่ปุ่น หรือข้าวกล่องของประเทศใดในโลกก็ล้วนแฝงไปด้วยวัฒนธรรมที่น่าสนใจด้วยกันทั้งสิ้น มาคอยตามดูกันต่อไปนะคะ ว่าหน้าตาของเบนโตะต่อจากนี้จะเปลี่ยนไปในรูปแบบไหน…

สรุปเนื้อหาจาก: omosiro-column
ผู้เขียน : KOKATETA

Total
22
Share