ทำความรู้จักลายผ้าของตัวละคร Kimetsu no Yaiba พร้อมความหมายตามความเชื่อโบราณ

คงไม่ต้องบรรยายถึงความปังกันแล้ว สำหรับอนิเมชั่นสุดฮอตแห่งปีอย่าง Kimetsu no Yaiba หรือดาบพิฆาตอสูร ที่นอกจากรายได้จากการฉายในโรงจะเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ รอขึ้นแท่นหนังทำเงินสูงสุดในประเทศญี่ปุ่นแล้ว สินค้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมต่างก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เรียกได้ว่าท่ามกลางเศรษฐกิจอันซบเซาของประเทศญี่ปุ่นในตอนนี้ ก็มีสินค้าเกี่ยวกับ Kimetsu no Yaiba นี่แหละที่ช่วยหมุนกระแสเงินเข้าสู่วงจรเศรษฐกิจของชาติ

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับอีกหนึ่งกระแสที่กลับมาได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นจากความนิยมใน Kimetsu no Yaiba นั่นคือ กระแสความนิยมใน “ลายผ้าญี่ปุ่นโบราณ” ตามลายเสื้อผ้าที่ตัวละครเอกสวมใส่ ซึ่งลายผ้าเหล่านี้ ไม่ได้เพียงแต่สร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวละครแต่ละตัวเท่านั้น ยังแฝงความหมายและมีที่มาที่น่าสนใจอีกด้วย ไปดูกันเลยดีกว่าว่าเสื้อผ้าของแต่ละตัวละครในดวงใจของเพื่อน ๆ มีความหมายยังไงกันบ้าง

ลาย Ichimatsu ลายเสื้อของ Tanjiro Kamado

เริ่มกันที่ลายเสื้อของตัวเอกของเรื่องอย่าง Tanjiro โดยเสื้อลายหมากรุกสีเขียวดำที่เราคุ้นตากันนั้น มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าลาย Ichimatsu (市松) โดยทั่วไปแล้วลาย Ichimatsu จะหมายถึงลายที่มีรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 สีเรียงต่อกัน ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ครอบครัวของ Tanjiro ทุกคนใส่เสื้อผ้าลาย Ichimatsu เหมือนกัน สำหรับความหมายของลายผ้านี้ก็คือ การมีลูกหลานสืบสกุลไม่ขาดสาย อันมีที่มาจากตัวลายที่ต่อกันไปเรื่อย ๆ นั่นเอง

ลาย Asa no Ha ลายเสื้อของ Nezuko Kamado

มาต่อกันที่อีกหนึ่งลายผ้าที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นตอนนี้ก็คือ ลายจากเสื้อของ Nezuko ซึ่งลายนี้มีชื่อเรียกว่าลาย Asa no Ha (麻の葉) หรือที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ใบของต้นป่าน” ลายนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลักษณะของใบของต้นป่าน จนเกิดเป็นลายที่นำเอาสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนมาวางต่อกันเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมเรียงทอดต่อกันไปเรื่อย ๆ ความหมายของผ้าลายนี้คือ การเติบโตอย่างมีสุขภาพแข็งแรง

นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องรางช่วยคุ้มครองป้องกันภัยอีกด้วย ซึ่งความหมายดังกล่าวก็มาจากการที่ต้นป่านเป็นต้นไม้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นต้นไม้ที่ไม่มีแมลงมาเกาะมาตอม ชาวญี่ปุ่นจึงมีความเชื่อว่า ลายใบต้นป่านนี้สามารถแทนคำขอพรให้เด็ก ๆ เติบโตอย่างแข็งแรง และเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปัดเป่าภัยทั้งหลายไม่ให้มาเข้าใกล้

ลาย Uroko ลายเสื้อของ Zenitsu Agatsuma

ลายต่อมาคือลายที่เรียกว่า Uroko (鱗) หรือที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “เกล็ด” ลายนี้จึงมีหน้าตาเป็นลักษณะรูปสามเหลี่ยมด้านเท่าเรียงกันอยู่ซ้ายขวา บนล่าง เหตุที่เรียกลายนี้ว่า “เกล็ด” ก็เป็นเพราะ เป็นลายที่มีลักษณะคล้ายกับเกล็ดงู  ซึ่งลาย Uroko แท้ ๆ จะแตกต่างจากลายเสื้อของ Zenitsu สักหน่อย ไม่ได้เหมือนกันแบบเป๊ะ ๆ ส่วนความหมายของลายผ้านี้ก็คือ การปัดเป่าเคราะห์ภัย และการเกิดใหม่ ดังเช่นงูที่ลอกคราบ เปรียบเสมือนการสลัดเคราะห์ภัยทิ้ง การเริ่มต้นใหม่ หรือจะเปรียบเหมือนการช่วยปกป้องร่างกาย ดั่งเกล็ดที่ช่วยห่อหุ้มคุ้มครองร่างกายนั่นเอง

ลาย Kikkou ลายเสื้อของ Giyu Tomioka

มาดูลายเสื้อของหนึ่งในเสาหลักกันบ้าง กับลายเสื้อของ Giyu Tomioka ซึ่งเป็นลายที่เรียกว่า Kikkou (亀甲) แปลเป็นไทยได้ว่า “กระดองเต่า” ก็ตามชื่อเลยค่ะ จะเห็นได้ว่าลายนี้เป็นลายที่มีลักษณะคล้ายกับลายของกระดองเต่านั่นเอง โดยมีการปรับแต่งลายกระดองเต่าให้เป็นรูปทรงภูเขาต่อกัน 3 อัน ลายนี้สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วมีความหมายถึง การมีอายุยืนยาว มีพรหมลิขิตซึ่งกันและกัน เป็นต้น ที่มาสำหรับความหมายก็มาจากการที่เต่าคือสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิตยืนยาว นอกจากนี้ลายนี้ยังมีลักษณะคล้ายกับลายสัญลักษณ์ของศาลเจ้า Izumooyashiro ที่ขึ้นชื่อเรื่องการขอคู่ ทำให้ลายนี้สามารถสื่อถึงการมีพรหมลิขิตที่ดีต่อกันอีกด้วย

ลาย Cho ลายเสื้อของ Shinobu Kocho

อีกหนึ่งลายสุดท้ายที่นำมาฝากกันในวันนี้ก็คือ ลาย Cho (蝶) ที่แปลเป็นไทยได้ว่า “ผีเสื้อ” ลายเสื้อของเสาหลักสาว Kocho Shinobu หากมองจากมุมของคนออกแบบเสื้อแล้ว ชุดของ Shinobu ถือเป็นลายผีเสื้อ 1 ตัว แต่โดยปกติลายผีเสื้อของชุดกิโมโนญี่ปุ่นจะมีรูปผีเสื้อวาดอยู่บนเนื้อผ้ามากมาย ส่วนความหมายของลายผีเสื้อนั้น ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหมายถึง การเติบโตอย่างแข็งแรง การมีอายุยืน การประสบความสำเร็จ รวมถึงการที่คู่สามีภรรยาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เป็นลายที่สื่อถึงความหมายดี ๆ ได้หลายอย่าง เปรียบดั่งผีเสื้อที่เติบโตจากดักแด้ กลายเป็นผีเสื้อที่สวยงาม หรือการที่ผีเสื้อตัวผู้กับตัวเมียมักบินเคียงคู่กันนั่นเองละค่ะ

ทีนี้ก็ได้รู้กันไปแล้วว่าตัวละครตัวโปรดของเราคนไหนใส่ลายเสื้อที่เรียกว่าอะไรกัน และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของความหมายที่แฝงอยู่ในลายผ้าโบราณของชาวญี่ปุ่น ซึ่งในปีนี้กลับมาได้รับความสนใจเป็นอย่างมากด้วยกระแสความนิยมของ Kimetsu no Yaiba นะคะ ถือเป็นโอกาสที่ดีทีเดียวที่งานศิลปะโบราณอย่างนี้จะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

สรุปเนื้อหาจาก: Yuumi-kimonolife, kimetsu