กำเนิดท้องฟ้าและผืนโลก จากโคะจิกิ : บันทึกประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุด

เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่ครับ ว่า “โคะจิกิ”「古事記」คือบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ตามพระราชดำริของจักรพรรดิเท็มมุ เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 712 พระองค์ต้องการที่จะรวบรวมเรื่องราวการกำเนิดขึ้นของแผ่นดินเกาะแห่งนี้ เทพนิยาย และตำนานต่าง ๆ เอาไว้มิให้สูญหาย เป้าประสงค์ที่สำคัญเป็นไปเพื่อให้ผู้คนในชาติมีประวัติศาสตร์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวมทั้งสร้างความชอบธรรมในเชิงอำนาจศักสิทธิ์ให้กับเทพเจ้าต่าง ๆ และรวมถึงทำให้สถานะของ “ชินโต” มีตัวตนชัดเจนมากขึ้น เตรียมรับมือกับการแผ่ขยายเข้ามาของพุทธศาสนาจากแผ่นดินใหญ่ด้วยนั่นเอง

และเรื่องราวเริ่มต้นของบันทึกฉบับนี้ จึงว่าด้วยเรื่องของการกำเนิดท้องฟ้าและผืนโลก…ขอให้เพื่อน ๆ จงปล่อยจินตนาการออกไปให้ไกลแสนไกล…

กำเนิดเทพอิซานางิและเทพอิซานามิ

ย้อนกลับไปสู่ยุคที่ท้องฟ้าและผืนดินเพิ่งจะแยกออกจากกัน ส่วนที่เป็นท้องฟ้าขณะนั้นเป็นเพียงกลุ่มเมฆดำมืดมิมีสิ่งใดเป็นพิเศษ ส่วนที่เป็นผืนดินยังคงเป็นทะเลโคลนขุ่นข้นคล้ายวังน้ำวน มิมีสิ่งใดมากไปกว่านั้น

และแล้วผืนฟ้าซึ่งดำมืดตลอดกาลนั้นก็ก่อเกิดเป็นฝนห่าใหญ่ นานแสนนานราวกับว่าไม่มีอะไรจะหยุดมันได้ ครั้นเมื่อฝนหยุดลงก็เกิดมีเทพเจ้าสององค์จุติขึ้น ด้วยลักษณาการประหนึ่งตาหญ้าที่งอกแทงขึ้นมาบนพื้นโลก

เทพองค์ชาย นามว่า “อิซานางิ” มีง้าวอันงดงามประจำกาย และ เทพองค์หญิง นามว่า “อิซานามิ” มีกระจกห้อยคอ วิจิตรงดงามระยิบระยับวับวามเป็นที่ยิ่ง จนโลกที่มืดมิดอยู่ชั่วกาลนานนั้น พลันสว่างขึ้น เผยให้เห็นสายรุ้งที่แทรกอยู่ในกลีบเมฆ เป็นฟ้าหลังฝนอันงามงดเกินจะหาคำใดเปรียบ

กำเนิดโอยะชิมะ : เกาะญี่ปุ่นทั้ง 8 ในตำนาน

เทพทั้งสองจึงพากันปีนขึ้นไปบนสายรุ้งนั้น แล้วมองลงไปยังพื้นโลกซึ่งยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เป็นเพียงทะเลโคลนผืนใหญ่สุดลูกหูลูกตา…”หากยังเป็นเช่นนี้ สิ่งมีชีวิตใดจักอยู่ได้เล่า?” เทพอิซานางิกล่าว ก่อนจะชักชวนอิซานามิให้ร่วมมือร่วมใจ…”เอาหล่ะ ถ้าเช่นนั้น เรามาสร้างนครอันแข็งแกร่งจากทะเลโคลนอันอ่อนนุ่มนี้กันเถิด”

ว่าแล้วอิซานางิก็จุ่มง้าวประจำกายลงในทะเลโคลนนั้น และเริ่มกวนจนเกิดเป็นวังน้ำวนขนาดใหญ่ ส่วนที่เป็นน้ำก็ไหลแยกออกจากโคลนเหนียวเป็นวงรอบนอก ส่วนที่เป็นโคลนก็รวมตัวกันอยู่ด้านในแผ่กว้างไกลออกไปเรื่อย ๆ

“เอาหล่ะ ใช้ได้แล้ว!!” อิซานางิกล่าว พลันยกปลายง้าวขึ้นสะบัด น้ำจึงหยดลงและแข็งตัวกลายเป็นเกาะเล็ก ๆ แสนสวยงามภายในพริบตา มีต้นสนขึ้นเป็นแถวยาวติดต่อกันไปตามชายหาดสีขาวบริสุทธิ์ ถูกคลื่นซัดเป็นฟองขาว ไหลย้อนกลับลงทะเล วนเวียนเช่นนั้นอยู่เป็นนิจตราบกระทั่งทุกวันนี้

“อ้า~ งามวิจิตรอะไรเช่นนั้น เราลงไปดูกันเถิด” เทพอิซานามิกล่าว ก่อนจะพากันลงไปชมใกล้ ๆ และพบว่างามกว่าที่มองจากข้างบนยิ่งนัก มีทั้งภูเขา แม่น้ำ ป่า และท้องทุ่ง ทั้งสองเลือกเอาทุ่งหญ้ามีแม่น้ำไหลผ่านเป็นที่ตั้งของพระราชวังอันงดงามของทั้งคู่…เมื่อนั้นเทพอิซานางิ จับมืออิซานามิหญิงของตนที่หน้าเสาใหญ่กลางพระราชวัง และกล่าวว่า…

“อิซานามิที่รัก ขอให้เราได้ร่วมชีวิตกัน ณ พระราชวังนี้เถิด จงร่วมกันสร้างนครอันวิจิตรงดงามให้ยิ่งใหญ่ขึ้นต่อจากนี้”

เทพองค์หญิงพยักหน้า ขานรับคำอย่างแข็งขัน อิซานามิเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวต่อไป…”เราจงมาเดินวนรอบเสานี้ และเมื่อใดที่เราเดินมาบรรจบพบกัน เมื่อนั้นจักเกิดเป็นนครใหม่ขึ้นทุกคราไป”

ครั้นกล่าวจบ เทพทั้งสองก็เดินแยกกันไปซ้ายองค์หนึ่ง และขวาองค์หนึ่งด้วยท่าทางที่สง่างามเป็นที่ยิ่ง และแล้วนครต่าง ๆ ของญี่ปุ่นก็ถือกำเนิดขึ้น แห่งแรกคือ เกาะอะวาจิ「あわじ」และ อิโยะโนะฟุตะนะ「伊予の二名」โอคิ「おき」สึคุชิ「つくし」อิคิ「いき」สึชิมะ「つしま」และซะโด「さど」ก็ถือกำเนิดขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ท้ายที่สุดก็ตามมาด้วยเกาะโอยะมะโตะโตะโยะอะคิซึ ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุด หรือปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “ฮอนชู”「本州」ด้วยการนี้เอง ประเทศญี่ปุ่นจึงกลายเป็นประเทศแห่งเกาะทั้ง 8 หรือ “โอยะชิมะ”「大八洲」นั่นเอง

ทะเลสาบแห่งความโศกาของอิซานางิ

เทพทั้งสองยังคงทำงานต่อไปอย่างขะมักเขม้น ให้กำเนิดเทพองค์อื่น ๆ อีกมากมายในทุกสรรพสิ่ง เป็นไปตามลักษณะของชินโตที่เชื่อว่าเทพเจ้าสถิตอยู่ในทุกสิ่ง และเทพเจ้าองค์สุดท้ายที่จุติขึ้นมาคือ “เทพเจ้าแห่งไฟ” เป็นเหตุให้เทพองค์หญิงอิซานามิ ภรรยาผู้เป็นที่รักของอิซานางิถึงแก่ความตายอย่างทุกข์ทรมานด้วยการถูกไฟลวก เทพทั้งสองจึงถูกแยกออกจากกันไปอยู่คนละภพภูมิ นางจากไปอยู่ในภพภูมิของผู้สูญสิ้น คือ มรณภูมิ หรือ โยมิโนะคุนิ「黄泉の国」

เมื่อเป็นเช่นนั้น การจากไปของอิซานามิ ทำให้อิซานางิตกอยู่ในภวังค์แห่งความเศร้าโศกโศกาสุดแสนจะทุกข์ระทม ตรอมตรมโศกศัลย์หยด น้ำตาเอ่อล้นไหลรินดั่งสายเลือดท่วมท้นไปทั่วพื้นดิน กระนั้นจึงเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ขึ้น เป็นส่วนสุดท้าย จึงครบถ้วนทุกรายละเอียดของโลกใบนี้สืบมาจนปัจจุบัน…

ว่าไปไกลถึงไหนนั่น!?…อย่าเตลิดไปไกลนัก จงดึงจินตนาการให้กลับมา แล้วมองไปโดยรอบกันดูครับ โลกซึ่งเกิดจากเรื่องเล่าตามตำนานโคะจิกิเป็นเช่นนี้เอง…นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด หวังว่าเพื่อน ๆ จะจินตนาการกันจนเพลิน แต่ก็ต้องขอพักไว้ก่อน โปรดติดตามเรื่องราวต่อจากนี้ที่ผมจะกลับมาเล่าให้ฟังต่อในเร็ววัน อดใจรอกันหน่อยนะครับ!!