ห้ามผายลมในรถไฟ! สมัยเมจิมีกฎแบบนี้ด้วยหรือนี่!?

ในยุคสมัยปัจจุบัน การเดินทางไกลโดยรถไฟนั้นย่อมต้องมีห้องน้ำภายในรถไฟเป็นธรรมดา แต่เมื่อย้อนกลับไปในช่วงตอนต้นปี 1872 (ปีเมจิที่ 5) ตอนที่มีรถไฟสายแรกของญี่ปุ่น นอกจากจะยังไม่มีห้องน้ำแล้ว ยังมีค่าปรับในการปัสสาวะและผายลมด้วย!

รถไฟสายแรกของญี่ปุ่นคือรถจักรไอน้ำที่จะวิ่งจากสถานีชิมบาชิไปยังสถานีโยโกฮามา โดยใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง พิธีเปิดการใช้งานรถไฟอย่างเป็นทางการได้จัดขึ้นที่สถานีชิมบาชิในวันที่ 14 ตุลาคม 1872 โดยมีจักรพรรดิเมจิและเจ้าหน้าที่ก่อสร้างทางรถไฟร่วมเดินทางไปกลับในเส้นทางนี้

ก่อนหน้าที่จะมีการสร้างทางรถไฟนั้น ปกติแล้วหากเป็นคนที่พอจะมีเงินก็จะเดินทางโดยใช้ม้า เกี้ยวแบกหาม เรือ หรือแม้กระทั่งการเดินเท้า การเปิดเส้นทางรถไฟจึงเป็นเหตุการณ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของการเข้าสู่สมัยใหม่ของญี่ปุ่น แต่ดูเหมือนว่าในความเป็นจริงแล้วก็ไม่ได้ราบรื่นไปซะทุกอย่าง หนึ่งในนั้นคือปัญหาเรื่องห้องน้ำในรถไฟ

เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเดินทางโดยรถไฟในตอนนั้นอาจจะยังพออดทนได้ แต่เมื่อเริ่มมีการสร้างเส้นทางรถไฟเพิ่มขึ้น ระยะเวลาในการเดินทางก็มากขึ้นไปด้วย ทำให้บางคนอาจจะทนไม่ไหว รถไฟในสมัยปัจจุบันสามารถไปถึงสถานีถัดไปได้ในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งระยะห่างแต่ละสถานีก็อยู่ใกล้กันมาก แต่ในอดีตไม่ใช่แบบนั้น แต่ละสถานีอยู่ห่างไกลกันมาก คนที่อดทนให้ถึงสถานีต่อไปไม่ไหวจึงปัสสาวะออกทางหน้าต่าง!

นอกจากนี้ เนื่องจากในตอนนั้นรถไฟยังถือเป็นของใหม่และหายาก จึงมีผู้คนจำนวนมากที่อยากลองนั่งรถไฟ ทำให้รถไฟแออัดซะยิ่งกว่าชั่วโมงเร่งด่วนในยุคปัจจุบันเสียอีก ดังนั้นหากใครเกิด “ผายลม” ออกมา กลิ่นนั้นจะอบอวลชวนปวดเศียรเวียนเกล้าไปทั่วทั้งขบวน เป็นการรบกวนผู้อื่นอย่างมาก

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดการเก็บค่าปรับดังนี้

“ปัสสาวะจากหน้าต่าง ค่าปรับ 10 เยน ผายลม ค่าปรับ 5 เยน”

เกิดเป็นกฎข้อบังคับในรถไฟเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น

ในเวลานั้น เงินเดือนเริ่มต้นของข้าราชการอย่างครูโรงเรียนประถมหรือตำรวจจะอยู่ที่ประมาณ 8 – 9 เยนต่อเดือน และเงินเดือนของช่างฝีมือต่าง ๆ จะอยู่ที่ประมาณ 20 เยน ดังนั้นค่าปรับนี้จึงถือว่าค่อนข้างสูงทีเดียว

สรุปเนื้อหาจาก mag.japaaan