กิจกรรมและวันสำคัญประจำเดือนพฤศจิกายนของญี่ปุ่นที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

เดือนพฤศจิกายนเดินทางมาถึงแล้วค่ะทุกคน ในเดือนนี้บ้านเราที่กำลังจะหมดฤดูฝน ตามปกติก็จะเริ่มมีกลิ่นไอของฤดูหนาวเบาๆ แวะมาเยือนใช่ไหมคะ แต่ถ้าพูดถึงญี่ปุ่นล่ะก็เรียกได้ว่าอากาศหนาวกำลังดี แถมยังได้ใส่เสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงสวยๆ พร้อมบรรยากาศที่มีสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีทั่วทุกพื้นที่ เป็นเดือนที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สุดเลยล่ะค่ะ แต่ว่านอกจากการชมใบไม้เปลี่ยนสีแล้วพอจะทราบกันบ้างไหมคะว่าในเดือนนี้คนญี่ปุ่นเขามีอีเว้นท์หรือทำกิจกรรมอะไรบ้าง? เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างได้เลยค่ะเพราะเราได้รวบรวมเอามาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

องค์กร “ขนนกสีแดง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ Red Feather

อีเว้นท์แรกของเดือนเริ่มต้นด้วยการรับบริจาคของ เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการต่อเนื่องมาจากเดือนตุลาคมยาวไปจนถึงปลายเดือนธันวาคมเลยทีเดียว Red Feather เป็นหนึ่งในองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จัดตั้งมานานกว่า 60 ปีแล้วด้วย ส่วนกิจกรรมขององค์กรคือการจัดตั้งหีบรับบริจาคเพื่อระดมทุนให้กับชุมชนท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ การศึกษา การป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ บุคคลทุพพลภาพหรือผู้พิการ และอื่นๆเป็นต้น โดยแบ่งเงินประมาณ 70% ของเงินบริจาคทั้งหมดเป็นหลักในการช่วยเหลือยังจุดต่างๆ ซึ่งนอกจากองค์กรขนนกสีแดงแล้ว ยังมีองค์กรณ์ทางการกุศลที่รับบริจาคช่วยเหลือต่างๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ขนนกสีเขียว ขนนกสีฟ้า เป็นต้น

สำหรับรายละเอียดขององค์กรขนนกสีต่างๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมจากบทความก่อนหน้าได้ค่ะ

วันวัฒนธรรม

วันที่ 3 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นวันหยุดประจำชาติอีกด้วย ในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชน “มีความรักในความเป็นอิสระและสันติ” และยังเพื่อเป็นการ “ส่งเสริมด้านวัฒนธรรม” ด้วยค่ะ วันวัฒนธรรมนี้ได้มีกำหนดจัดตั้งมายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 เลยล่ะ

เดิมทีวันที่ 3 พฤศจิกายนเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนุฐของญี่ปุ่นนั้นก็จะเน้นถึงสันติภาพและวัฒนธรรมอยู่แล้ว ต่อมาถึงได้ถูกกำหนดเป็น “วันวัฒนธรรม” นั่นเอง

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมในวันนี้เรียกว่าดีมากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะทุกคนจะสามารถเข้าชมหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์ต่างๆทั่วประเทศได้ฟรี! ดังนั้นวันนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่เหล่าคนทำงานที่อาจไม่ค่อยมีเวลาได้หยุดพักแวะชมงานศิลปะเพื่อพักผ่อนจิตใจ หรือจะถือโอกาสได้ใช้เวลากับครอบครัวพาเด็กๆ ไปชมพิพิธภัณฑ์ก็ดีทีเดียวเลยล่ะค่ะ

ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว

เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนก็ต้องนึกถึงการเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูหนาวใช่ไหมคะ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน และจากนั้นในช่วงวันที่ 22 ก็จะเข้าสู่ช่วงที่หิมะเริ่มตกแล้วล่ะค่ะ เรียกว่าเป็นช่วงที่เริ่มสัมผัสถึงฤดูนาวได้แล้ว

เนื่องจากบางช่วงในเวลากลางวันและกลางอื่นจะมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ช่วงนี้ร่างกายอาจจะป่วยง่าย จึงต้องมีการดูแลสุขภาพกันเป็นพิเศษ เลยอยากขอแนะนำอาหารที่คนญี่ปุ่นมักทานเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงในฤดูนี้ ซึ่งที่จริงก็ไม่ได้มีการระบุเป็นพิเศษหรอกค่ะ แต่ถ้าพูดถึงแล้วก็น่าจะเป็น “เกี๊ยวซ่าและหม้อไฟ” ที่ทั้งอร่อยแล้วก็ให้ความอบอุ่นได้ดี ส่วนใหญ่แล้วมักจะเน้นการทานผักผลไม้หรือเนื้อปลา เพราะให้คุณค่าทางโภชนาการสูงและช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงค่ะ

หลังมื้ออาหารแนะนำให้ทานแอปเปิ้ลและถั่วลิสงที่มีสารอาหารสูงเช่นกัน อีกอย่างที่แนะนำก็คือ “ขนมเซมเบ้” เนื่องจากวันที่ 7 พฤศจิกายนได้ชื่อว่า เป็น “วันเซมเบ้” ด้วย

พิธีฉลอง 753

เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน อีกหนึ่งเทศกาลที่จะได้เห็นกันคือ การฉลองสำหรับเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ขวบ (七五三; Shichi go san) ที่ศาลเจ้า สำหรับปีนี้ตรงกับวันที่ 15 พฤศจิกายน แต่ความจริงแล้วเนื่องจากวันที่ 15 ไม่ได้เป็นวันหยุด ดังนั้นการจัดฉลองวัน 753 นี้ก็จะไม่ค่อยตรงกันสักเท่าไหร่นัก โดยส่วนใหญ่แต่ละบ้านจะไปศาลเจ้ากันในช่วงก่อนและหลังวันที่ 15 ค่ะ

ทำไมต้องไปไหว้ศาลเจ้า?
เนื่องจากเด็กๆในวัย 3, 5 และ 7 ขวบ มักเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยอยู่เป็นจำนวนมาก ถึงแม้การแพทย์จะพัฒนาขึ้นไปมากแล้วแต่พ่อแม่ก็ยังคงเป็นกังวลอยู่ดี ดังนั้นวันนี้จึงจัดขึ้นเพื่อขอพรให้เด็กๆ เติบโตอย่างมีสุขภาพที่ดีนั่นเองค่ะ นอกจากนี้การจัดพิธีฉลองสำหรับเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงยังต่างกันอีกด้วย โดยเด็กผู้ชายจะฉลองเมื่ออายุครบ 3 และ 5 ขวบ ส่วนเด็กผู้หญิงจะฉลองเมื่ออายุครบ 3 และ 7 ขวบ

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในวัน 753


ในวันนี้เด็กๆ จะได้ทานลูกอมแสนอร่อยที่ชื่อว่า “ลูกอมชิโตเสะ” ซึ่งเป็นขนมแท่งยาวที่มีขายมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ขนมนี้มีชื่อเรียกว่า “ขนมพันปี” จึงมีความเชื่อว่าถ้าหากได้ทานแล้วจะช่วยให้มีสุขภาพดีและอายุยืนนานค่ะ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำมิเช่นนั้นพิธีในวันนี้ก็จะไม่สมบูรณ์เลย

พิธีเก็บเกี่ยว Niinamesai

นับเป็นหนึ่งในพิธีบวงสรวงขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น โดยมีการถวายผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ใหม่ๆ ให้แก่เทพ Tenjinchigi (天神地祇) เพื่อแสดงความขอบคุณที่กรุณานำความอุดมสมบูรณ์มาให้ และยังเป็นการขอให้ปีหน้ามีการเก็บเกี่ยวที่ดีด้วย แต่เดิมเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นที่พระราชวัง โดยสมเด็จพระจักรพรรดิจะถวายหรือแนะนำข้าวใหม่ๆ ในปีนั้นให้กับเทพเจ้าจำนวนแปดล้านองค์ รวมถึงมหาเทพ Amaterasu Omikami เพื่อแสดงความขอบคุณและยังเสวยอาหารร่วมกับพระเจ้าด้วยค่ะ

Niinamesai ตรงกับวันที่ 23 พฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งจะมีการจัดพิธีขึ้นที่ศาลเจ้าทั่วประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถสักการะได้จากทางเข้าของศาลเจ้า แต่ว่าคนจะเยอะมากๆ ดังนั้นอาจจะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางด้วย

นอกจากนี้ยังมีเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับ Niinamesai อย่างเทศกาล Kannamesai (神嘗祭) ซึ่งเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณเทพเจ้าสำหรับการเก็บเกี่ยวข้าวในปีนั้นๆ โดยจัดขึ้นที่ศาลเจ้าอิเสะจิงงู ในวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปี

วันขอบคุณแรงงาน

วันขอบคุณแรงงาน (勤労の日; Kinrou no hi) ตรงกับวันที่ 23 พฤศจิกายน เป็นวันแสดงความรู้สึกขอบคุณต่อเหล่าผู้ที่ “ทำงานสายผลิตและด้านการฝีมือ ยินดีกับผลของการผลิต และแสดงความขอบคุณซึ่งกันและกัน” และเนื่องจากตรงกับวัน Niinamesai ด้วย จึงเป็นการแสดงความขอบคุณต่อชาวนาและผู้ที่ทำหน้าที่เก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดราชการของญี่ปุ่นด้วย

ในวันนี้จะมีธรรมเนียมในการมอบของขวัญให้กับหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้องอีกด้วย โดยของขวัญที่ให้กันในที่ทำงานอาจจะเป็นของที่ไม่เป็นทางการมากนัก เช่น ของใช้ เครื่องครัว เครื่องปั้น ถ้วยชาม หรืออาหารเสริม เป็นต้นค่ะ

อิเวนต์ต่างๆ ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่แล้วมักเป็นสิ่งที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน นับว่ามีประวัติที่ปฏิบัติกันมายาวนานมากๆ เลย จากอิเวนต์น่าสนใจที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนตัวแล้วผู้เขียนสนใจในวันวัฒนธรรมมากๆ เลยค่ะ เพราะรู้สึกดีเสมอเมื่อเห็นการสนับสนุนและส่งเสริมด้านศิลปะและวัฒนธรรมแบบนี้ ส่วนวันขอบคุณแรงงานก็มีความหมายที่ดีไม่แพ้กัน แน่นอนว่าอิเวนต์ของปีนี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้ สำหรับเดือนหน้าจะมีกิจกรรมอะไรที่คนญี่ปุ่นนิยมทำกันบ้าง รับรองจะรวบรวมมาให้อีกแน่นอนค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: jpncultureafun7nihonmono