กิจกรรมและวันสำคัญประจำเดือนตุลาคมของญี่ปุ่นที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

สวัสดีเดือนตุลาคมค่ะทุกคน เดือนนี้ญี่ปุ่นมีอากาศเย็นลงพร้อมพาลมหนาวยามค่ำคืนมาทักทายกันแล้วล่ะค่ะ แต่กลางวันกลับอบอุ่นใจไปด้วยสีโทนร้อนของใบไม้ที่กำลังสลับกันผลัดเปลี่ยนสี เรียกว่าเป็นอีกฤดูที่สวยงามและมีเสน่ห์น่าดึงดูดจนใครหลายๆ คนก็พากันหลงใหล นอกจากความสวยงามแล้วในเดือนนี้ยังมีอีเวนต์และวันสำคัญต่างๆ ที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันอยู่ด้วยค่ะ ทุกคนพอจะทราบกันบ้างไหมคะว่าในเดือนตุลาคมนี้สำหรับคนญี่ปุ่นเป็นเดือนแบบไหน? ถ้าเริ่มสงสัยกันแล้วเลื่อนลงไปอ่านกันต่อได้เลยค่ะ ^o^)/

Central Community Chest of Japan

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมจนถึงสิ้นปี เป็นช่วงที่องค์กร Central Community Chest of Japan หรือที่รู้จักกันในชื่อ Red Feather (ขนนกสีแดง) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จะจัดกิจกรรมตั้งหีบรับบริจาคเพื่อระดมทุนให้กับชุมชนท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ การศึกษา การป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ บุคคลทุพพลภาพหรือผู้พิการ และอื่นๆ เป็นต้น โดยแบ่งเงินประมาณ 70% ของเงินบริจาคทั้งหมดในการช่วยเหลือยังจุดต่างๆ ส่วนอีก 30% จะนำไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาในส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น

องค์กรนี้จัดตั้งมานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยมีสัญลักษณ์ประจำองค์กรคือ ขนนกสีแดงที่สื่อถึงความกล้าหาญและการทำความดี ส่วนเรื่องการระดมทุนนั้นจะมีเหล่าอาสาสมัครเดินทางไปตามสถานีหรือที่ต่างๆ เพื่อขอรับเงินบริจาค ซึ่งระยะเวลาระดมทุนจะใช้เวลา 3 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม – สิ้นเดือนธันวาคมของทุกๆ ปี

การรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคมไม่ได้มีแค่ Red Feather เท่านั้นนะ

– กองทุนขนนกสีน้ำเงิน สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล โดยจะจัดระดมทุนขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม
– กองทุนขนนกสีเหลือง จัดตั้งขึ้นเพื่อสงเสริมการปลูกถ่ายอวัยวะ ระดมทุนตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน
– กองทุนขนนกสีฟ้า ช่วยเหลือการศึกษาให้แก่ลูกชาวประมงที่กำพร้าเนื่องจากอุบัติเหตุทางทะเล
– กองทุนขนนกสีเขียว ที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1950 เป็นกองทุนขนาดใหญ่เกี่ยวกับการปลูกป่าและบำรุงรักษา เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวที่เสียหายหลังสงครามโลก  จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม และเดือนกันยายน – ตุลาคมของทุกปีค่ะ

วันแห่งรถไฟ

ที่มาของวันนี้เริ่มจากการเปิดรถไฟสายแรกขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 1872 ต่อมาเพื่อแสดงการรำลึกจึงได้กำหนด “วันแห่งรถไฟ” ขึ้น 122 ปีให้หลัง ในปี 1994 โดยกำหนดให้เป็นวันที่ 14 ตุลาคมของทุกปีนั่นเองค่ะ ในวันนี้หลายๆ จังหวัดทั่วประเทศญี่ปุ่นจะจัดงานอีเวนต์และงานเทศกาลที่เกี่ยวกับรถไฟ รวมถึงการเปิดจำหน่ายตั๋วรถบัสและตั๋วรถไฟแบบไม่จำกัดเที่ยวที่เรียกว่า Unlimited Pass ให้ด้วย ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางหรือไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ในราคาสุดคุ้มค่า จึงน่าจะเป็นวันที่ชื่นชอบในหมู่เด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบรถไฟอย่างแน่นอน

ตั๋ว Unlimited pass จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่ 11 กันยายน – 22 ตุลาคม
และกำหนดช่วงเวลาในการใช้งานให้ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม – 24 ตุลาคม

*ข้อควรระวัง : ตั๋ว 1 ใบใช้พร้อมกันทีเดียวหลายคนไม่ได้นะคะ

ราคาตั๋วผู้ใหญ่ : 7,850 เยน, ตั๋วสำหรับเด็ก : 3,920 เยน
สถานที่จำหน่าย : สถานีรถไฟ JR ทั่วประเทศ, JR Travel Center หรือตามบริษัททัวร์รายใหญ่

ความพิเศษไม่ได้มีเฉพาะรถบัสกับรถไฟทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมี “Shinkanzen Hokkaido Unlimited Pass” ให้เราได้นั่งชินกันเซ็นไปเที่ยวถึงฮอกไกโดได้ในราคาสุดคุ้มด้วยล่ะค่ะ *วันจำหน่ายและระยะเวลาใช้ตั๋วเหมือนกับตั๋วรถบัสและรถไฟแบบ Unlimited Pass
ราคาตั๋วผู้ใหญ่ : 2,490 เยน, ตั๋วเด็ก : 1,240 เยน

National Sports Day

วันนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการจัดกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 1964 ปัจจุบันถูกกำหนดให้ทุกวันจันทร์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมเป็นวันหยุดราชการภายใต้ชื่อ National Sports Day จุดประสงค์คือการรณรงค์ให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของสุภาพและการออกกำลังกายเพื่อจะได้มีร่างกายที่แข็งแรงกันถ้วนหน้า และการเลือกใช้คำว่า “Sports” ตามคำเรียกแบบสากลก็เพื่อสื่อให้เห็นถึงความสนุกสนานในการออกกำลังกายนั่นเอง (ภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า スポーツの日(สุโปสึ โนะ ฮิ) โดยคำว่า スポーツ (สุโปสึ) มาจากคำว่า Sports)

เดิมที Sports Day นั้นจะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคม แต่ในปีนี้ได้มีการโยกย้ายวันหยุดทั้งหมด 3 วันไปหยุดในช่วงที่มีการจัดงานโอลิมปิก เพื่อให้ได้หยุดยาวติดกัน 3 วันนั่นเอง ดังนั้น Sports Day ในปี 2021 จึงถูกย้ายไปเป็นวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมาค่ะ

Kannamesai (神嘗)

เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณเทพเจ้าสำหรับการเก็บเกี่ยวข้าวในปีนั้นๆ โดยมีการจัดงานเทศกาลขนาดใหญ่ประจำปีที่สืบทอดกันมานับร้อยปี ในงานนี้จะมีผู้คนจากทั่วทุกแห่งของญี่ปุ่นมาเที่ยวชมงานเทศาลนี้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการจัดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปีที่ศาลเจ้า Ise Jingu เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่ปีนี้สามารถเก็บเกี่ยวได้ และแสดงความขอบคุณที่เทพเจ้าได้ประทานอาหารมาให้โดยการถวายรวงข้าวที่ได้จากการเก็บเกี่ยวในช่วงแรกของปี ที่เรียกว่า “Hatsuho” (初穂)ให้แก่เทพเจ้า Amaterasu Omikami แห่งศาลเจ้า Ise Jingu ด้วย

Jusanya (十三夜)

อีกหนึ่งวันชมพระจันทร์ยอดฮิตของคนญี่ปุ่น หรือ “Jusanya” เป็นคืนวันที่ 13 ของทุกเดือน แต่เดิมทีที่เคยนับตามปฏิทินจันทรคติแบบเก่าจะกำหนดเป็นวันที่ 13 กันยายนค่ะ

สำหรับวัน Jusanya จะห่างจากวัน Jugoya หรือเทศกาลวันชมพระจันทร์ (วันที่พระจันทร์สวยที่สุดของปี) ที่จัดในเดือนกันยายนเป็นเวลา 1 เดือน และไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอนเช่นเดียวกับวัน Jugoya เนื่องจากแต่ละปีจะเปลี่ยนไปตามปฏิทินจันทรคติ โดยตามปฏิทินจันทรคติแบบใหม่จะตรงกับช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนตุลาคม

ของที่ต้องจัดเตรียมเพื่อใช้ในวันนี้คือ หญ้าญี่ปุ่น “ซุซุกิ” และ “ดังโงะ” เช่นเดียวกับวัน Jugoya แต่นอกจากนั้นยังมี เกาลัด ถั่วเหลือง และผลผลิตอื่นๆ ที่เก็บได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง รวมถึง Nanakusa หรือสมุนไพรทั้ง 7 ก็สามารถนำมาจัดถวายได้ด้วยค่ะ

ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ว่ากันว่าถ้าหากชมพระจันทร์ในวัน Jugoya (เดือนกันยายน) แล้วก็ต้องชมพระจันทร์อีกครั้งในวัน Jusanya (เดือนตุลาคม) ด้วยเช่นกัน เพราะเชื่อว่าหากชมพระจันทร์เพียงวันเดียวจะทำให้โชคไม่ดี จนกว่าเราจะได้ชมพระจันทร์ในคืน Jusanya ด้วย ถือว่าเป็นอีเวนต์ที่ต้องทำเป็นเซ็ตเพื่อเสริมดวงให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ค่ะ

วันฮาโลวีน

ปิดท้ายด้วยเทศกาลยิ่งใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจในวันที่ 31 ตุลาคม วันนี้หลายๆ คนอาจจะพอทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นเทศกาลที่มีต้นกำเนิดในยุโรป เป็นวันหยุดเพื่อสวดภาวนาและเฉลิมฉลองกับการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง และยังเป็นการต้อนรับวิญญาณของบรรพบุรุษและขับไล่วิญญาณที่ชั่วร้ายให้ออกไปด้วย

สำหรับที่มาของวันฮาโลวีนในญี่ปุ่นนั้น เริ่มมาจากการจัดอีเวนต์ธีมฮาโลวีนขึ้นแห่งแรกที่ Kitty Land สาขาฮาราจูกุในปี 1970 จากนั้น Kitty Land สาขาเดิมก็กลับมาอีกครั้งกับการจัดขบวนพาเรดฮาโลวีนซึ่งนับเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่นในปี 1983 ทำให้ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายจนกลายเป็นที่มาของฮาโลวีนที่ญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าญี่ปุ่นมักมีความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในทุกๆ ด้าน ทั้งยังสามารถสร้างความสนุกสนานจากการนำวัฒนธรรมของต่างประเทศเข้ามาได้ด้วย ซึ่งเทศกาลฮาโลวีนก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย เพราะจะได้เห็น “ความสุด” ตามแบบฉบับของญี่ปุ่นที่นำจุดเด่นอย่างการแต่งคอสเพลย์เข้ามาทำให้ฮาโลวีนมีสีสันได้มากกว่าฉบับดั้งเดิมโดยไม่ได้จำกัดแค่การแต่งผีเท่านั้น ทำให้ฮาโลวีนญี่ปุ่นกลายเป็นเหมือนอีเวนต์ประชันคอสตูมสุดยิ่งใหญ่ประจำปีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ตามบริษัทและร้านค้าต่างๆ รวมถึงสวนสนุกก็ยังงัดทีเด็ดเรียกลูกค้า โดยการปล่อยสินค้า คาแรคเตอร์ ตัวการ์ตูนต่างๆ หรือแม้แต่อาหารที่จำหน่ายเมนูพิเศษแบบจำกัดระยะเวลาเฉพาะในช่วงฮาโลวีนนี้เท่านั้นออกมาอีกด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ญี่ปุ่นกลายสามารถสร้างวัฒนธรรมฮาโลวีนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเองขึ้นมาได้ และปัจจุบันหลายๆ ประเทศต่างก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

เดือนตุลาคมตลอดทั้งเดือนยังถูกเรียกว่า “คันนะสึกิ”(神無月) ด้วย

หลายคนอาจจะรู้จักศาลเจ้าอิสึโมะ ที่จังหวัดชิมาเนะกันใช่ไหมคะ ศาลเจ้าอิสึโมะนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักในนามว่า “เป็นศูนย์รวมของเหล่าเทพเจ้า” เพราะในเดือนตุลาคมเทพเจ้าจากทั่วทุกแห่งของญี่ปุ่นจะไปรวมตัวกันอยู่ที่ศาลเจ้าอิสึโมะ ทำให้เดือนนี้ถูกเรียกว่า “คันนะสึกิ” (神無月) ที่หมายถึง  “เดือนที่ไม่มีพระเจ้า” ค่ะ (ในทางกลับกัน ที่ศาลเจ้าอิสึโมะจะเรียกว่า “คามิอะริสึกิ” (神在月) ที่หมายถึง “เดือนที่มีพระเจ้า” ค่ะ) ในเดือนนี้ทางศาลเจ้าอิสึโมะก็จะมีการจัดพิธีต้อนรับเหล่าเทพเจ้าแบบยิ่งใหญ่ และคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็จะเดินทางไปสักการะศาลเจ้าอิสึโมะในเดือนตุลาคมกันเป็นจำนวนมากเพราะเทพเจ้าจากญี่ปุ่นทั้งหมดไปรวมตัวอยู่ที่นี่นั่นเองค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ เดือนตุลาคมมีวันสำคัญและอีเวนต์ที่น่าสนใจมากกว่าที่คิดใช่ไหมละคะ ทั้งอีเวนต์ที่เริ่มจากการทำประโยชน์แก่สังคมในช่วงต้นเดือน จนถึงการนำวัฒธรรมต่างชาติเข้ามาปรับเปลี่ยนให้มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในวันสุดท้ายของเดือน ถือว่าเดือนตุลาคมเป็นอีกหนึ่งเดือนที่เปิดและปิดตัวได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ สำหรับเดือนถัดไปจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น จะเรียบเรียงมาให้ได้อ่านกันอีกแน่นอนเลยค่ะ ^ ^

สรุปเนื้อหาจาก : jpnculturetrad-japanizumo-kankou, trend-news-today