ญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ “ออนเซน” แต่ยังมี “เซนโต” ไว้ให้แช่น้ำด้วยนะ!!

เพื่อน ๆ คงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วกับสถานที่อาบน้ำแช่น้ำที่เรียกว่า “ออนเซน”…แต่ญี่ปุ่นยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่เรียกว่า “เซนโต” เป็นอีกแห่งที่ใช้ในการอาบน้ำแช่น้ำได้เช่นกันครับ…แล้วเจ้า “ออนเซน” และ “เซนโต” ที่ว่านี้มันแตกต่างกันยังไงนะ? ทำไมออนเซนถึงเป็นที่เลื่องลือนักสำหรับชาวต่างชาติ แต่เรากลับไม่ค่อยได้ยินคนพูดถึงเซนโตมากนัก…วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ!!

ออนเซน : 温泉

สถานที่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับเราคนไทยทุกครั้งที่คิดจะก้าวเข้าไป เพราะด้วยจริตแบบไทยแล้ว การจะเปลื้องผ้าแช่น้ำในที่รโหฐานก็ดูจะไม่ถูกจริตพ่อนายแม่นายมากนัก แต่ก็ชวนให้ตื่นเต้นน่าค้นหา อยากจะลองท้าทายลมหนาวดูสักทีจริงไหมครับ!

คำว่า ออนเซน เกิดจากการรวมกันของคำว่า ออน (อน) : 温 ที่แปลว่า “ร้อน” กับคำว่า เซน : 泉 ที่แปลว่า “น้ำพุ” ซึ่งการจะเป็นออนเซนได้ต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญ 2 ประการ ได้แก่

– อุณหภูมิของน้ำต้องไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส ณ ต้นทางอันเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำแร่ที่นำมาใช้
– ต้องผ่าน 1 ใน 19 เกณฑ์พื้นฐานของปริมาณแร่ธาตุในน้ำ ซึ่งมีข้อกำหนดไว้อย่างชัดเจน เช่น ต้องมีกรดเมแทบอลิกมากกว่า 5 มิลลิกรัม, มีไฮโดรเจนไอออนมากกว่า 1 มิลลิกรัม หรือ ข้อกำหนดอื่น ๆ ที่ยังมีอีกมากมาย

ว่ากันง่าย ๆ แล้ว ออนเซน ก็คือน้ำร้อนที่มีแร่ธาตุชนิดต่าง ๆ ผสมอยู่ในน้ำ ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาที่แตกต่างกันนั่นเอง การท่องเที่ยวไปแช่อนเซนให้ทั่วญี่ปุ่นจึงเป็นเป้าหมายของใครหลาย ๆ คน เพราะนอกจากบรรยากาศที่เปลี่ยนไปแล้ว เพื่อน ๆ ยังจะได้สัมผัสกับแร่ธาตุในน้ำที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

กิจกรรมการแช่ออนเซนนี้อยู่คู่กับสังคมญี่ปุ่นมาแต่โบร่ำโบราณ ถือเป็นสถานที่สำหรับการทอดกายผ่อนคลายจากความเครียด และเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วย และมีผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วยนะครับ

เซนโต : 銭湯

ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งเซนโต และ ออนเซน ต่างก็เป็นสถานที่อาบน้ำสาธารณะทั้งสิ้น แต่เซนโตเป็นสถานที่อาบน้ำที่ใช้น้ำประปาอุ่นร้อนธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้ใช้น้ำแร่อย่างออนเซนนั่นเองครับ

เซนโต เกิดจากการรวมกันของคำว่า เซน : 銭 ที่หมายถึง เงินเหรียญ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของเงินเยน และ โต หรือ ยุ : 湯 ที่แปลว่า “น้ำร้อน” รวมกันแล้วจึงหมายถึงสถานที่ที่จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ ผู้คนสามารถมาซื้อน้ำร้อนสะอาด ๆ อาบหรือแช่ให้หนำใจในสถานที่แห่งนี้เสมือนทำเองที่บ้าน สะดวกสบายไม่ต้องลำบากนั่นเอง และที่สำคัญ ฉากประกอบความสุนทรีในโรงอาบน้ำแบบเซนโต มักจะเป็นภาพภูเขาไฟฟูจิที่เรียบง่าย แต่สามารถดึงสายตาให้คุณจดจ้อง แช่น้ำเพลินเหมือนตกเข้าไปอยู่ในภวังค์ได้โดยไม่รู้ตัว

ในช่วงสมัยก่อนสงครามโลก การจะสร้างบ้านที่มีห้องอาบน้ำในตัวด้วยถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ค่อยเกิดขึ้นในสังคมญี่ปุ่นสมัยนั้น ด้วยความแคบของพื้นที่ เหตุผลทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มขึ้นของประชากร

จนกระทั่งต้นสมัยเอโดะ ตามแหล่งที่อยู่อาศัยต่าง ๆ มักจะมีโรงอาบน้ำสาธารณะที่ใช้งานร่วมกัน สืบเนื่องไปจนสมัยเมจิก็ยังพบเห็นโรงอาบน้ำกระจายตัวอยู่ในเขตเมืองที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง จะสามารถเดินเท้า ปั่นจักรยานแม่บ้านต๊อกแต๊ก ๆ มาพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำเพื่อใช้บริการได้ไม่ไกลนัก ก่อนที่ญี่ปุ่นจะเข้าสู่สมัยใหม่ และมีห้องอาบน้ำอยู่ในบ้านตนเอง ส่งผลให้การแช่น้ำที่เซนโตเริ่มลดความนิยมลงไปเรื่อย ๆ นั่นเอง

ความต่างในความเหมือน

แม้ว่าออนเซนและเซนโตจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในเรื่องของ “น้ำ” แต่เรื่องของวิธีการเข้าไปแช่เซนโตก็ไม่ได้แตกต่างไปจากอนเซนเลยครับ แต่สิ่งที่ต่างคือบรรยากาศ ออนเซนมักจะอยู่ตามเมืองต่างจังหวัดห่างไกลออกไป ให้ความรู้สึกของการมาเที่ยวพักผ่อน และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการมากขึ้นในช่วงหลังมานี้ แต่สำหรับเซนโตแล้วจะอยู่ในเขตที่พักอาศัยที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก จึงให้ความรู้สึกนึกถึงญี่ปุ่นในวันวาน สัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่นที่เรียบง่ายโดยแท้!!

ถ้ามีโอกาสพบเจอเซนโตเข้าให้โดยบังเอิญ ก็อย่าได้พลาด ลองแง้มผ้าเข้าไปสัมผัสความเรียบง่าย แช่น้ำไปจ้องมองภาพฟูจิไป สูดกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ดูให้ได้สักครั้งนะครับ!

อ้างอิงเนื้อหาจาก japanbaths