[Reaction] ข้อคิดเห็น/โต้แย้ง ที่มีต่อ 15 สิ่งที่คนญี่ปุ่นตกใจหลังดู “ละครซีรี่ย์” ของไทย

Last updated:

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน พอดีมีเพื่อนรุ่นพี่ในไลน์เขาส่งต่อคอนเทนต์นี้มาให้ซึ่งผู้เขียนได้ดูแล้วก็รู้สึกว่า คงต้องขอแสดง “ปฏิกิริยา” ที่มีต่อคอนเทนต์อันนี้สักหน่อยละ ซึ่งขอแจกแจงเป็นข้อๆ ไปดังนี้

1. ตกใจที่ชุดนักเรียนมัธยมไทยเป็นกางเกงขาสั้น และตกใจที่นักศึกษามหาลัยยังต้องใส่เครื่องแบบ

  • ตกใจทำไมครับ? แต่จริงๆ การที่เด็กชายวัยมัธยมซึ่งจริงๆ ตัวก็ไม่เด็กแล้วยังต้องนุ่ง “ขาสั้น” อีกมันก็น่าขันจริงๆ น่ะแหละ (โดยเฉพาะ ม. ปลายนี่ ขนหน้าแข้งมาเต็ม 55) แต่อาจจะเพราะอยากจะ “ทำให้แตกต่าง” จากพวกเด็กอาชีวะ (ที่ใส่ “ขายาว”) ก็ได้ ส่วนเรื่องเด็กมหาลัยยังใส่เครื่องแบบ เอาจริงๆ เขาก็ไม่ได้บังคับขนาดนั้นถ้าไม่ใช่เวลาเข้าสอบ แต่ว่าเวลาเรียนจะชอบใส่หรือไม่ใส่นั้นคิดว่าแล้วแต่ธรรมเนียมนิยมในมหาลัยนั้นๆ มากกว่า สมัยผู้เรียนเรียนอยู่ศูนย์รังสิตยังตื่นมาลากรองเท้าแตะนุ่งกางเกงเลไปเข้าห้องเรียนเลย

2. ตกใจที่มหาวิทยาลัยไทยมีประเพณีรับน้อง

  • ก็ขออภัยคนญี่ปุ่นด้วยละกันที่แนวคิดการศึกษาไทยยังมีเรื่องของ “อำนาจนิยม” อยู่ อันเป็นมรดกจากการที่พยายามเอาระบบทหารมาใช้ในรั้วสถานศึกษา

3. ตกใจคนไทยมีห้องนอนใหญ่มาก

  • ผู้เขียนไปอยู่ญี่ปุ่นก็ตกใจเหมือนกันครับที่ห้องนอนแคบมาก

4. ตกใจที่นักศึกษาไทยขับรถยนต์มามหาลัย แถมกล้าขับรถกลับบ้านหลังจากไปกินเหล้ามา

  • ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่รถยนต์ถูกแต่น้ำมันแพงและที่จอดรถก็อัดคัตและแพง ถ้าคุณเช่าห้องอยู่แล้วมีรถคุณก็จะโดนชาร์จค่าที่จอดรถรายเดือนอีกไม่น้อย และอีกอย่างต้องยอมรับว่าขนส่งมวลชนบ้านเขาสะดวกสบายและพรั่งพร้อมกว่า ความจำเป็นและความ (ไม่) สะดวกในการมี “รถยนต์” ส่วนตัว จึงต่างจากเมืองไทย เมืองไทยถึงรถจะแพง น้ำมันก็ไม่ถูก แต่ความจำเป็นอาจมีมากกว่าเพราะขนส่งมวลชนบ้านเรา…(โปรดเติมคำในช่องว่าง) ส่วนเรื่องการเมาแล้วขับเป็นสิ่งไม่ดีจริงๆ ต้องขออภัย

5. ตกใจอาหารไทยจานเล็กจัง

  • เมืองไทยขายอาหารในราคาแพงไม่ได้ครับเพราะจะไม่ได้ขาย ในขณะที่ต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้น การที่จะตรึงราคาขายให้อยู่เท่าเดิมได้คือต้องทำปริมาณให้น้อยลง แค่นั้นเอง

6. ตกใจคนไทยอาบน้ำตอนเช้า

  • เมืองไทยเมืองร้อนครับ ออกจากบ้านเดินแป๊บเดียวเหงื่อไหลไคลย้อยแล้ว ขืนไม่อาบน้ำคงส่งกลิ่นรบกวนชาวบ้านเขา

7. ตกใจเวลาคนไทยเสียใจต้องไปอาบน้ำ

  • ไม่เข้าใจมุกนี้ครับ คงมีแต่ในละคร วิถีชีวิตปกติคนไทยก็ไม่ได้เป็นแบบนี้นี่ครับ

8. ตกใจคนไทยขับมอเตอร์ไซค์ซ้อนสอง

  • เข้าใจความจำกัดทางเศรษฐกิจไหมครับ โอเค ในแง่ความปลอดภัยมันไม่สมควรแหละครับ เข้าใจ

9. ตกใจคนไทยชอบกินเครื่องดื่มสีสันจัดจ้าน

  • แล้วยังไงเหรอครับ?

10. ตกใจคนไทยใช้หลอดดูดน้ำ

  • บางทีอาจเป็นเพราะคนไทยเวลากินข้าวนอกบ้าน “ไม่ไว้ใจ (ความสะอาดของ) แก้วน้ำ” ก็ได้นะครับ (ฮา) เลยรู้สึกกระดากที่จะเอาริมฝีปากไปแตะปากแก้ว (หรือปากขวด หรือปากกระป๋อง) ก็เลยเลี่ยงไปใช้หลอดดูดเสีย

11. ตกใจคนไทยดูแลเทคแคร์แฟนเว่อร์มาก เช่น ถือของให้แฟน ตักอาหารให้แฟนกิน ฯลฯ

  • ผู้เขียนเคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง (ขออภัย จำชื่อเรื่องไม่ได้) ที่พูดว่า “ผู้ชายไทยน่ะเอาใจแฟนมากมายเพื่อจะปกปิดว่าตัวเองนอกใจแฟน” อ่านแล้วสบถเลยครับ แต่ยอมรับว่าวัฒนธรรมไทยจริงๆ ผู้ชายเอาอกเอาใจผู้หญิงมากจนเกือบเรียกได้ว่า “สปอยล์” ส่วนตัวคิดว่าลึกๆ วัฒนธรรมไทยนั้นเดิมทีมีแนวคิด “ผู้หญิงเป็นใหญ่” อยู่ไม่น้อยนะครับ (อะไรที่ยิ่งใหญ่จึงต้องมีคำว่า “แม่” อย่าง “แม่น้ำ” “ยานแม่” “ไงครับ) สังคมไทยไม่ได้รับอิทธิพลขงจื้อที่ชอบให้ “ชายเป็นใหญ่” มากมายเหมือนจีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรอกนะครับ

12. ตกใจการโปรโมทสินค้าในซีรี่ย์แบบไม่เนียน

  • ก็ขออภัยด้วยละกันครับที่ไม่เนียน

13. ตกใจคนไทยชื่อและนามสกุลยาวมาก

  • ผู้เขียนตอนเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นเคยอธิบายให้คนญี่ปุ่นฟังว่าเมืองไทยเนี่ยมันอยู่ในภูมิภาค “อินโดจีน” ก็เลยรับวัฒนธรรมมาทั้งอินเดียและจีน (แต่หนักไปทางอินเดีย) ดังนั้นชื่อและนามสกุลคนไทยก็เลยไปรับวัฒนธรรมอินเดียมา คือหนักทางใช้คำบาลีสันสกฤตเหลือเกิน ก็เลยกลายเป็นเช่นนี้แล

14. ตกใจตัวละครแต่งหน้าเข้มกันทุกคน

    • คนไทยยังติดกับรสนิยมดูความบันเทิงในการแสดงแบบ “ลิเก” อยู่ ต้องขออภัยหากไม่ถูกใจ แต่พูดไป “ละครทาคาราซุกะ” ของญี่ปุ่นนี่ก็ดูการแต่งหน้าก็ไม่หนีลิเกไทยเท่าไหร่

15. ตกใจว่ามีคนไทยผิวขาวๆ หน้าตี๋ๆ นึกว่าคนไทยต้องตัวดำๆ ตาโตๆ ทุกคน

      • ข้อนี้ผู้เขียนอ่านทีแรก “เกือบโกรธ” ว่า “เหยียด” หรือเปล่า แต่พยายามจะเข้าใจคนญี่ปุ่นนะว่า คำว่า “คนไทย” ในความรับรู้ของคนญี่ปุ่นแบบที่เรียกว่า stereotypical นะ คือคนแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พื้นเมืองที่ต้องตัวดำๆ ตาโตๆ เขาไม่ได้มารู้ว่าจริงๆ เมืองไทยน่ะมีคนเชื้อสายจีนเยอะ โดยเฉพาะคนเชื้อสายจีนแบบลูกผสมจำพวกจีนปนไทย ผู้เขียนตอนไปเรียนอยู่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นหลายคนเห็นหน้าครั้งแรกก็ไม่คิดว่าเป็นคนไทย  มองเป็นญี่ปุ่นไปเสียก็มีไม่น้อย ขนาดเข้าร้านทำผมจะไปตัดผม ช่างยังบอกว่าเดินเข้ามาทีแรกนึกว่าคนญี่ปุ่น ที่เมืองไทยมีคนหน้าแบบนี้เยอะไหม ผู้เขียนก็บอกไปว่า ในเมืองใหญ่ๆ มีคนไทยที่เชื้อสายจีน ลูกผสมจีนอยู่เยอะ (ผู้เขียนเองเป็นลูกเสี้ยวจีนครับ) ฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต้องให้คนญี่ปุ่นเข้าใจครับว่า คนไทยไม่ได้หน้าตาแบบ stereotypical ทุกคนนะ เอาจริงๆ คนไทยหน้าตาหลากหลายนะเพราะเมืองไทยคนผสมกันก็หลายชาติพันธุ์
      • พูดเรื่องชาติพันธุ์ คนญี่ปุ่นเองจริงๆ ก็ไม่ได้มีชาติพันธุ์เดียวในระดับ “บรรพบุรุษ” นะครับ มันมีทฤษฎีที่ผู้เขียนเคยอ่านว่า บรรพบุรุษของประชากรญี่ปุ่นเนี่ย แบ่งได้เป็นสองสาย คือพวก “มองโกลอยด์เก่า” คือตาโตๆ คิ้วหนาๆ ขนดกๆ กับพวก “มองโกลอยด์ใหม่” คือตาตี่ๆ คิ้วบางๆ ตัวขาวๆ ทฤษฎีจะจริงแค่ไหนก็ไม่ทราบ ท่านผู้อ่านคนไหนหากเคยไปญี่ปุ่นเห็นคนญี่ปุ่นบ่อยๆ แล้ว ก็อาจคล้อยตามทฤษฎีนี้ได้ก็ได้นะครับ (ฮา)

โอเค วันนี้สำหรับ Reaction ที่มีต่อคอนเทนต์ข้างบนก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ จะเห็นได้ว่าการที่เรามองวัฒนธรรมที่แตกต่างด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ และการไปวิพากษ์วิจารณ์ว่า แปลกดี ตลกดี ก็โปรดคิดให้ดีๆ ก่อนเพราะบางคำพูดอาจกลายเป็นการสร้างความไม่พอใจสำหรับคน (หรือชนชาติ) ที่ถูกวิจารณ์เอาได้ เพราะแต่ละชนชาติ สังคม วัฒนธรรมนั้นสิ่งที่เขาเป็นอยู่ล้วนย่อมมีภูมิหลัง (background) มีที่มาที่ไป เหตุผล กันทั้งนั้น ฉะนั้นอยากจะวิพากษ์วิจารณ์อะไร ย้ำเตือนท่านผู้อ่าน ขอให้ศึกษา เข้าใจ ภูมิหลัง แนวคิด ที่มาของสิ่งนั้นๆ ให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยวิจารณ์นะครับ สำหรับวันนี้ขอลาไปเพียงเท่านี้ก่อน พบกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับ