วันย่างเข้าฤดูหนาว (立冬) ของญี่ปุ่นคือวันไหน?

“ริตโต” หรือ “ลี่ตง” ในภาษาจีน (立冬) คือหนึ่งใน “ภาวะ” หรือ “สารท” ทั้ง 24 ตามปฏิทินจีน หรือเรียกว่า “24 อุตุปักษ์” มีไว้เพื่อบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลนั้น ๆ โดยริตโตก็คือ “วันย่างเข้าสู่ฤดูหนาว” นั่นเอง ซึ่งริตโตประจำปี 2020 ในประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 7-21 พฤศจิกายน ช่วงริตโตจะเริ่มมีอากาศหนาวเย็นลงเรื่อย ๆ ทำให้ชาวญี่ปุ่นเริ่มที่จะปรับตัวเพื่อเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องนอนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องทำความร้อนหรือฮีตเตอร์และโต๊ะโคตัทสึไว้ภายในบ้าน

ริตโตของประเทศญี่ปุ่นมักจะเริ่มต้นในวันที่ 7-21 พฤศจิกายนเป็นประจำทุกปี แต่ก็ไม่ได้กำหนดวันตายตัวเช่นนี้เสมอไป เพราะใน 1 ปีจะมีการแบ่งวันออกเป็น 15 วัน รวมทั้งหมดเป็น 24 ปักษ์ ซึ่งการแบ่งวันเป็น 24 ปักษ์นั้นก็ไม่ได้มีกำหนดตายตัวตามการโคจรของดวงอาทิตย์เสมอไป อาจมีการคลาดเคลื่อนของวันราว ๆ 1 วัน

ผู้ส่งสารแห่งฤดูหนาว โคะงะระชิ (木枯らし)

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ผู้ส่งสารแห่งฤดูหนาว หรือ “โคะงะระชิ” (木枯らし) ก็จะเริ่มเข้ามาเยือน โคะงะระชิ คือชื่อลมหนาวที่จะพัดเข้ามาตั้งแต่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงไปจนถึงต้นฤดูหนาวในญี่ปุ่น ชื่อของมันสามารถแปลความหมายตรงตามตัวอักษรได้ว่า ลมที่พัดพาให้ใบไม้ร่วงหล่นจากต้น ราวกับว่าเป็นสายลมที่พัดมาแล้วทำให้ต้นไม้ต่างแห้งตาย เมื่อมีความกดอากาศต่ำเข้าสู่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น และมีลมที่มีความเร็วลม 8m/s พัดมาจากทิศเหนือมุ่งสู่ตะวันตกเฉียงเหนือ ในตอนนั้นประเทศญี่ปุ่นก็จะมีการประกาศแจ้งการมาเยือนของ “ลมโคะงะระชิ หมายเลย 1” ให้ประชาชนรับทราบ

อย่างไรก็ตาม นอกจาก ริตโต (立冬) ที่เป็นหนึ่งใน 24 อุตุปักษ์แล้ว ยังมี “โซโค” หรือ “ซวงเจี้ยง” ในภาษาจีน (霜降) เป็นช่วงวันที่เริ่มก่อนริตโต จะมีปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิ้งในช่วงนี้ และ “โคะยูกิ” หรือ “เสียวเสวี่ย” ในภาษาจีน (小雪) เป็นช่วงวันที่เกิดหลังริตโต หิมะจะเริ่มตกตามบริเวณภูเขา และอุณหภูมิโดยรวมจะเริ่มลดต่ำลง

กาลอากาศย่อยในริตโต

ภายใน 24 อุตุปักษ์ตามปฏิทินจีนยังมีการแบ่งสภาวะอากาศหรือที่เรียกว่า “72 กาลอากาศ” อีกด้วย ซึ่ง 1 ปักษ์จะมีทั้งหมด 3 กาล กาลละ 5 วัน โดยในริตโตจะมีชื่อเรียกกาลอากาศและความหมายดังนี้

ซึบากิ ฮาจิเมะเตะ ฮิระคุ (山茶始開) เริ่มในวันที่ 7 พฤศจิกายน
หมายถึง ช่วงที่ดอก “สะซังกะ” (山茶花) เริ่มบาน ในสมัยก่อนคนญี่ปุ่นมักจำดอกสะซังกะกับดอกซึบากิปะปนกัน ทำให้อักษรคันจิที่เขียนว่า “山茶始開” ถูกอ่านว่า “ซึบากิ ฮาจิเมะเตะ ฮิระคุ” แทนที่จะเป็น “สะซังกะ ฮาจิเมะเตะ ฮิระคุ” ซึ่งเดิมทีคนญี่ปุ่นจะเรียกดอกสะซังกะว่า “ซึบากิ” แต่เนื่องจากทำให้เกิดความสับสน จึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็น “สะซังกะ” จนถึงปัจจุบัน

จิ ฮาจิเมะเจะ โคะโอะรุ (地始凍) เริ่มในวันที่ 12 พฤศจิกายน
หมายถึง ช่วงที่เริ่มมีน้ำแข็งเกาะบนผืนแผ่นดิน ความชื้นในดินจะเริ่มแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

คินเซ็นกะ ซาคุ (金盞香) เริ่มในวันที่ 17 พฤศจิกายน
หมายถึง ช่วงที่ดอก “ซุยเซ็น” (水仙) บาน แม้จะมีดอกไม้อีกชนิดที่ชื่อ “คินเซ็นกะ” (金盞花) หรือดอกดาวเรืองหม้อก็ตาม แต่คำว่าคินเซ็นกะในที่นี้หมายถึง “จอกเหล้าสีทอง” ซึ่งก็คือลักษณะของดอกสุยเซ็นที่ด้านในจะมีกลีบดอกสีเหลืองทองลักษณะคล้ายจอกเหล้า และกลีบดอกสีขาวจะคล้ายที่รองจอกสีเงิน

“ฤดูกาล” มีความละเอียดอ่อนกว่าที่คิดไว้มากเลยใช่ไหมคะ? แม้ในช่วงวันที่ 7-21 พฤศจิกายนเป็นวันย่างเข้าฤดูหนาวในญี่ปุ่นและอาจมีหิมะตกหลังจากนี้ แต่ในประเทศไทยตอนนี้ก็มีอากาศหนาว ๆ เย็น ๆ พัดมาบ้างในช่วงนี้ เพราะมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง “เอตาว” และ พายุไต้ฝุ่น “หว่ามก๋อ” เข้ามาในทำให้มีฝนตกในบางพื้นที่ ซึ่งก็เป็นโอกาสดีที่พวกเราจะได้สัมผัสอากาศเย็นสบาย แต่อย่าลืมรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ด้วยนะคะ!

สรุปเนื้อหาจาก : allabout