ว่าด้วยประวัติจริงไม่อิงนิยาย (?) ของ “ไซโต้ ฮาจิเมะ” ตัวจริงไม่หล่อเหมือนในหนัง Rurouni Kenshin หรอกนะจะบอกให้ (ตอนแรก)

{"origin":"gallery","uid":"AFCADE9C-4F10-4F12-88D2-372685E935D3_1626059095246","source":"other"}

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ช่วงนี้ผู้เขียนก็หยิบยกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหนัง Rurouni Kenshin มาเขียนถึงไปแล้ว วันนี้ก็ขออีกสักเรื่องนึงแล้วกันครับ โดยจะขอพูดถึงเรื่องของตัวละครในการ์ตูนและในหนังซึ่งยืมชื่อมาจากบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ นั่นก็คือไซโต้ ฮาจิเมะ (斎藤一) อดีตมือดีของกลุ่มชินเซ็นที่ผันตัวมาเป็นนายตำรวจของรัฐบาลใหม่โดยเปลี่ยนชื่อแซ่มาเป็นฟูจิตะ โกโร่ ซึ่งภาพที่ออกมาทั้งในการ์ตูนและในหนังนั้นเหล่ท่อ (หล่อเท่) มาก ในการ์ตูนก็ว่าหล่อเท่แล้ว ในหนังยิ่งเท่หนักไปอีกแบบว่าปากคาบบุหรี่ไปฟันศัตรูไปด้วย ไหนจะท่าไม้ตายดาบทะลวงอีก (คล้ายท่าแทงไม้สนุ๊ก) แล้วตัวจริงชีวิตจริงจะเป็นอย่างไรหน้าตาจะหล่อเหมือนในการ์ตูนหรือในหนังไหม มีวิชาดาบแบบไหน ขอเชิญอ่านกันได้เลยครับ

ประวัติไซโต้ ฮาจิเมะ

ไซโต้ ฮาจิเมะที่เป็นบุคคลจริงในประวัติศาสตร์นั้น เกิดวันที่ 1 มกราคม ปีที่ 15 ของศักราชเท็มโปะ (พ.ศ. 2387) ตลอดชั่วชีวิตมาเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่มาแล้วถึง 3 ครั้ง เดิมทีชื่อยามางูจิ ฮาจิเมะ แล้วก็เปลี่ยนเป็นไซโต้ ฮาจิเมะ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นฟูจิตะ โกโร่ (อันนี้ก็พ้องกับในการ์ตูน) ส่วนบทบาทในประวัติศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักและเลื่องลือก็คือการที่ไซโต้เคยเป็นหัวหน้ากองสามแห่งกลุ่มชินเซ็น (นี่แหละที่ทำให้ไซโต้อยากใส่เดี่ยวกับเคนชินด้วยส่วนหนึ่งเพราะเป็น “ฝ่ายตรงข้าม” ในการชิงอำนาจอันนำไปสู่การปิดฉากยุคโชกุนครองเมือง) มีฝีมือขนาดเป็นครูสอนดาบของกลุ่ม และแน่นอน สู้กับกลุ่ม “รัฐบาลใหม่” ในสงครามโบชิน แต่เรื่องของชีวิตที่ผันตัวมาเป็นตำรวจของกรมตำรวจนครบาลหลังยุคปฏิรูปเมจิที่น่าสนใจคือ เคยไปสู้กับกองกำลังฝ่ายกบฎของไซโกะ ทาคาโมริในเหตุการณ์กบฏซัตสึมะ พอออกจากราชการตำรวจก็ไปทำงานเป็นสารวัตรโรงเรียนของวิทยาลัยครูโตเกียว (ปัจจุบันคือ ม.ทสึคุบะ) และก็เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการควบบัญชีของวิทยาลัยครูสตรีโตเกียว (ปัจจุบันคือ ม.สตรี โอจะโนะมิซึ)

…แหม่ ทำงานหลากหลายดีจัง (ฮา)

จะพูดไปถึงประวัติชีวิตของไซโต้ ฮาจิเมะนั้น แรกเริ่มเดิมทีชื่อยามางูจิ ฮาจิเมะ (山口一) เกิดที่เอโดะ มีพ่อ (ยามางูจิ อุสุเกะ 山口右助) ซึ่งเป็นข้ารับใช้ตระกูลซูซูกิ (鈴木家) เมื่อตอนอายุได้ 19 เคยไปมีเรื่องทะเลาะกับซามูไรชั้นฮาตาโมโตะ ทะเลาะกันไปมาไปฟันเขาเฉย เลยต้องไปหลบซ่อนตัวที่สำนักดาบโยชิดะ (吉田道場) ที่เกียวโต ว่ากันว่าตอนที่ไปอยู่เกียวโตนี่แหละที่เปลี่ยนชื่อแซ่เป็นไซโต้ ฮาจิเมะ (斎藤一) ซึ่งกลายเป็นชื่อที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นคนของกลุ่มชินเซ็น) แต่ก็มีบางกระแสว่าไซโต้เคยเข้าๆ ออกๆ สำนักดาบเท็นเน็นริชินริว (天然理心流) ของคอนโต้ อิซามิ (近藤勇) ผู้ซึ่งตอนหลังเป็นหัวหน้ากลุ่มชินเซ็น สมัยที่คอนโด้ยังอยู่เอโดะด้วย

เข้ากลุ่มชินเซ็น

เซริซาวะ คาโมะ (芹沢鴨) คอนโด อิซามิ และคนอื่นๆ รวมกันสิบสามคนตั้งกลุ่มชินเซ็น เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2406 ในวันเดียวกันนั้นเองไซโต้ก็ได้เข้าร่วมกองกำลังโดยติดสอยห้อยตามมัตสึไดระ คาตาโมริ (松平容保) ผู้ปกครองแคว้นไอสึ (อยู่แถบโทโฮคุในปัจจุบัน กินพื้นที่เทียบกับปัจจุบันตั้งแต่จังหวัดฟุกุชิมะขึ้นไปถึงจังหวัดอาโอโมริ) หลังจากเหตุการณ์ที่อิเคดายะเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2407 เขาได้เข้าไปอยู่ในหน่วยของฮิจิกาตะ โทชิโซ (土方歳三 รองหัวหน้ากลุ่มซินเช็นผู้ซึ่งภายหลัง “ยอมตายไม่ยอมแพ้” ล่าถอยไปแล้วถูกยิงตายในการปะทะที่ฮาโกดาเตะ) และยังได้บำเหน็จรางวัลจากรัฐบาลโชกุนและแคว้นไอสึด้วย

Katamori Matsudaira 3
มัตสึไดระ คาตาโมริ (松平容保) ผู้ปกครองแคว้นไอสึรุ่นที่เก้า ที่มา wikipedia.org

หลังจากที่คอนโด้ อิซามิ ยอมจำนนต่อกองทัพรัฐบาลใหม่ที่นางาเระยามะ ไซโต้กับฮิจิกาตะ โทชิโซ ได้เข้ารวมพลกับอะกิซึกิ โทโนสุเกะ (秋月登之助) และโอโทริ เคย์สุเกะ (大鳥圭介) ที่โคโนะไดแล้วมุ่งหน้าไปยังชิโนะทสึมะ (下妻) ฮิจิกาตะเข้าร่วมการต่อสู้ที่ปราสาทอุสึโนมิยะในเดือนเมษายนของปีนั้นและบาดเจ็บที่ขาจนต้องออกจากแนวรบ และมาถึงปราสาทวากามัตสึ (会津若松城 อันเป็นที่มั่นของแคว้นไอสึ อยู่ในจังหวัดฟุกุชิมะในปัจจุบัน) ผ่านทางทาจิมะ

ไซโต้และกลุ่มชินเซ็นอยู่เข้าร่วมในยุทธการชิราคาวะ (白河口の戦い ปี พ.ศ. 2411) ภายใต้การบังคับบัญชาของตระกูลไอสึ แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้ล่าถอยกลับไปยังปราสาทวากามัตสึ หลังจากนั้น ฮิจิกาตะและคนอื่นๆ มุ่งหน้าไปยังโชไน (庄内) แต่ไซโต้ยังคงอยู่ในแคว้นไอสึและยังคงต่อต้านกองทัพรัฐบาลใหม่กลุ่มนักรบแคว้นไอสึ หลังการยอมแพ้ของตระกูลไอสึ ไซโต้ยังคงสู้ต่อ แต่สุดท้ายก็ยอมจำนนตามคำโน้มน้าวของผู้ส่งสารที่มัตสึไดระ คาตาโมริ ส่งมา หลังจากยอมจำนน เขาใช้ชีวิตเงียบๆ พร้อมกับเชลยศึกที่เป็นอดีตนักรบของแคว้นไอสึ

ไปอยู่แคว้นโทนามิ

หลังแคว้นไอสึยอมจำนน ตระกูลมัตสึไดระก็ถือว่าสิ้นอำนาจหมดสภาพผู้ครองแคว้น แต่ได้รับการคืนเกียรติยศในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2412 (ปีเมจิที่ 2) และได้ชื่อแคว้นใหม่เป็นแคว้นโทนามิ (斗南藩) กินพื้นที่คาบสมุทรชิโมคิตะ (下北半島) ในเขตจังหวัดอาโมโมริในปัจจุบัน (โอ้มันไกลมากสุดขอบบนของประเทศแทบจะถึงฮอกไกโดอยู่แล้ว เหมือนโดนไล่ไปอยู่ไกลปืนเที่ยง ยังไงก็ไม่รู้ — ผู้เขียน) แล้วไซโตก็ต้องตามไปที่คาบสมุทรชิโมคิตะในฐานะคนของแคว้นโทนามิ ไปอยู่ที่โกโนเฮะ (五戸) และแต่งงานกับชิโนดะ ยาโสะ (篠田やそ) ซึ่งเป็นคนของตระกูลนักรบของแคว้นไอสึเดิม ภายหลังแต่งงานใหม่กับโทคิโอะ (時尾) ลูกสาวของทาคางิ โคจูโร (高木小十郎) ซึ่งเคยเป็นซามูไรระดับโอเมสึเกะ (大目付) ของแคว้นไอสึเดิม (เมียคนนี้ที่ชื่อโทคิโอะนี่แหละที่ถูกอ้างถึงในการ์ตูน Rurouni Kenshin ไม่รู้พวกในเรื่องมองไซโต้ยังไง แค่บอกว่ามีเมีย พวกนี้ตกใจกันเป็นแถบๆ 555) ซึ่งในตอนนี้เองไซโต้ ฮาจิเมะเปลี่ยนชื่อแซ่ตัวเองเป็นฟูจิตะ โกโร่ (藤田五郎) มีลูกชายกับนางโทคิโอะสามคน

เอาละครับเป็นอย่างไรกันบ้างครับ? แหม่จะเล่าเรื่องจริงไม่อิงนิยายแต่สุดท้ายก็โยงไปหาการ์ตูนอีกจนได้ (ว่าด้วยเรื่องชื่อเมีย) ในตอนหน้าจะขอกล่าวถึงชีวิตของไซโต้ในยุคเมจิในฐานะตำรวจและบั้นปลายชีวิตของเขากันนะครับ อย่าลืมติดตามกันนะครับ

ข้อมูลจาก wikipedia