ว่าด้วยประวัติจริงไม่อิงนิยาย (?) ของ ไซโต้ ฮาจิเมะ ตัวจริงไม่หล่อเหมือนในหนัง Rurouni Kenshin หรอกนะจะบอกให้ (ตอนจบ)

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน หลังจากที่ผู้เขียนได้เขียนถึงประวัติของไซโต้ ฮาจิเมะ ไปแล้ว และก็ได้หารูปถ่ายของไซโต้ตัวจริงเท่าที่จะหาได้มาลง ซึ่งท่านผู้อ่านที่อาจจะยังติดกับภาพของไซโต้ ฮาจิเมะ ในเรื่อง Rurouni Kenshin (จะในการ์ตูนหรือในหนังก็ดี) ได้เห็นแล้วก็อาจจะ เอิ่ม ไม่เอาไม่พูดครับเดี๋ยวจะหาว่าผู้เขียนบูลลี่หน้าตาบุคคลในประวัติศาสตร์จริง ในคราวนี้ก็จะขอบรรยายถึงประวัติชีวิตของไซโต้ ฮาจิเมะ ในตอนที่เข้าทำงานเป็นตำรวจจนถึงช่วงบั้นปลายชีวิตเลยนะครับ

ทำงานเป็นตำรวจ

เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2417 กรมตำรวจรับฟูจิตะ โกโร่ เข้าทำงานเป็นตำรวจ เขาเลยย้ายไปอยู่โตเกียว อีกราวสามปีต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2420 เกิดเหตุการณ์ “กบฏซัตสึมะ” ที่คิวชู วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เขาได้เลื่อนขั้นเป็นสารวัตร ผู้ช่วยกรมตำรวจที่สำนักงานตำรวจนครบาลกระทรวงมหาดไทย ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกันไปปราบกบฎ ตอนเข้าไปเอาดาบฟันกบฎขนาดโดนยิงก็ยังฮึดสู้ จนหนังสือพิมพ์ยุคนั้นต้องเอาไปลงข่าว

พอสำนักงานตำรวจนครบาลถูกยุบในปี พ.ศ. 2424 ก็ไปทำงานในกองทัพบกพักหนึ่ง พอมีการตั้งกรมตำรวจขึ้นใหม่ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันก็ไปเป็นจ่าตำรวจ ปี พ.ศ. 2428 ได้เป็นสารวัตร ปี พ.ศ. 2431 ได้เป็นสารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจอาซาบุ พอปี พ.ศ. 2435 ออกจากราชการ

บั้นปลายชีวิต

หลังลาออกจากกรมตำรวจ ทาคามิเนะ ฮิเดโอะ (高嶺秀夫) อาจารย์ใหญ่วิทยาลัยครูโตเกียว ผู้ซึ่งเป็นอดีตนักรบของแคว้นไอสึ ได้เป็นผู้รับรองให้ไซโต้ได้เข้าทำงานเป็นสารวัตรโรงเรียนของ “พิพิธภัณฑ์การศึกษาโตเกียวในสังกัดวิทยาลัยครูโตเกียว ซึ่งก็ทำงานตรงนี้จนถึง ปี พ.ศ. 2441 แล้วก็เป็นครูสอนดาบที่โรงเรียนสอนวิชาดาบให้กับนักเรียน จนออกจากงานในปี พ.ศ. 2442 แล้วเข้าทำงานที่วิทยาลัยครูสตรีโตเกียว เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการควบบัญชี แล้วก็เป็นคนจัดระเบียบการสัญจร “รถลาก” เวลานักเรียนเลิกเรียนจะกลับบ้านด้วย และก็เกษียณอายุในปี พ.ศ. 2452 เมื่ออายุได้ 65 ปี

Mr. Takamine in 1909 (56 years old)
ทาคามิเนะ ฮิเดโอะ ที่มา wikipedia.org

ไซโต้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2458 ที่กรุงโตเกียว เนื่องจากเป็นแผลในกระเพาะอาหาร สิริอายุได้ 72 ปี ว่ากันว่าถึงแก่กรรมในท่านั่งขัดสมาธิดอกบัวที่พื้น

ไซโต้ใช้วิชาดาบอะไร?

เท่าที่ผู้เขียนเคยอ่านในการ์ตูนบางเรื่อง บางเรื่องก็เขียนให้ไซโต้ใช้วิชาดาบอิไอบ้าง หรืออย่างใน Rurouni Kenshin ก็ใช้ท่าทะลวงเหมือนจะแทงสนุ้กบ้าง? แล้วจริงๆ ไซโต้ใช้วิชาดาบแบบไหน? เอาจริงๆ แม้ในชีวประวัติเองก็ไม่แน่ชัด ว่ากันว่าลูกหลานของไซโต้บอกต่อๆ กันมาว่า ไซโต้ใช้วิชาดาบอิตโตริว (一刀流) แต่มีบางคนแย้งว่าน่าจะเป็นวิชาดาบสำนักมุไกริว (無外流) มากกว่า เพราะที่ว่าเป็นอิตโตริวนั้น จริงๆ น่าจะเป็น “ยามางูจิอิตโตริว” (山口一刀流) ซึ่งเป็นรากเหง้าเค้าเดิมของวิชาดาบสำนักมุไกริว ไซโต้ ฮาจิเมะ (ซึ่งจริงๆ ต้องเรียกว่า ยามางูจิ ฮาจิเมะ) นั้น น่าจะได้เรียนวิชาดาบสำนักมุไกริวที่ฮาริมะ (เพราะเกิดที่ฮาริมะ) แล้วก็เรียนวิชาดาบสำนักทสึดะอิจิเด็นริว (津田一伝流) และก็ยูยิตสูของสำนักเซคิงูจิริว (関口流) ด้วย แต่ก็มีข้อแย้งอีกว่าการจะเอาชื่อ “ยามางูจิอิตโตริว” ไปโยงกับชื่อสกุลเดิมของไซโต (คือยามางูจิ) นั้น “ไม่มีเหตุผลเพียงพอ”

แต่ไม่ว่าไซโต้จะเรียนดาบสำนักไหนมา (บ้าง) แต่ในเรื่องของฝีมือดาบนั้น มีเรื่องเล่าว่า ขณะที่นักเคนโด้นามว่า ยามาโมโตะ จูจิโร่ (山本忠次郎) แห่งสำนักวิชาชินโตมุเน็นริว (神道無念流) กำลังฝึกเอาปลายดาบไม้ไผ่แทงกระป๋องที่ห้อยอยู่ มีชายแก่ที่เชื่อว่าเป็นไซโต้เดินผ่านมา แล้วได้สำแดงวิชาเอาดาบไม้ไผ่ของจูจิโร่นั่นแทงทะลวงกระป๋องจะๆ โดยที่กระป๋องไม่แกว่งไม่สั่นเลย และชายแก่ผู้นั้นยังสอนอีกว่า “ท่าทะลวงอยู่ที่ตอนชักมากกว่าตอนแทง สำคัญคือตั้งท่าให้ไวกลับมายังที่เดิม”

และในเรื่องวิถีแห่งนักรบ การพร้อมเผชิญนั้น ไซโต้ยังชอบสอนลูกหลานว่า “คนเป็นนักรบน่ะ เดินออกประตูบ้านอย่ายื่นหัวออกไปก่อน ให้ยื่นเท้า เกิดมีคนมาฟัน ถ้าฟันโดนหัวก็ถึงตายเลย ถ้าฟันโดนเท้าถึงล้มก็ยังสวนแทงขึ้นไปฆ่ามันได้”

เรื่องเล่าสองเรื่องนี้อาจเป็นต้นเค้าให้คนเขียนการ์ตูน Rurouni Kenshin จับเอามาแต่งเป็นคาแรกเตอร์ของไซโต้ ฮาจิเมะ ก็ได้ (ท่าแทงทะลวง กับ การไม่ทิ้งความเป็นนักรบแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยน)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับประวัติชีวิตของไซโต้ ฮาจิเมะ จากนักดาบซามูไรมักหลายเป็นตำรวจ แล้วก็มาเป็นเสมียนธุรการตอนแก่ จะบอกว่านี่แหละครับชีวิตคนเรามีหลายอย่างหลายจังหวะในชีวิต แต่ก่อนเป็นนักรบแก่มาก็มาทำงานนั่งโต๊ะ นี่แหละครับชีวิต ขอแค่ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ก็ต้องดิ้นรนสู้กันต่อไป สำหรับคราวหน้าผู้เขียนจะนึกสนุกหยิบเรื่องอะไรมาเขียนนั้นก็โปรดติดตามกันด้วยนะครับ สวัสดีครับ

ข้อมูลและรูปจาก wikipedia