9 มรดกโลกแห่งโอกินาวา: สวนชิคินะเอ็น มรดกล้ำค่าของสถาปัตยกรรมเอเชียตะวันออก

ห่างออกไปจากพระราชวังชูริ (首里城) จังหวัดโอกินาวา (沖縄県) เพียง 3 กิโลเมตร มีสวนที่บรรยากาศเงียบสงบน่าเดินเล่นอยู่ นั่นคือสวนชิคินะเอ็น (識名園) พระตำหนักนอกวังของอาณาจักรริวกิว (琉球王国) นั่นเอง ก่อนจะไปดู ANNGLE ขอสปอยล์เพื่อนๆ สายสถาปัตยกรรมไว้ก่อนว่าเป็นที่ที่สายศิลปะและสถาปัตยกรรมเอเชียตะวันออกไม่ควรพลาด

พระตำหนักนอกวังและสถานที่รับรองพระราชอาคันตุกะ

สวนชิคินะเอ็นถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1799 ในรัชสมัยของกษัตริย์โช อน (尚温王) แห่งราชวงศ์โชที่ 2 อาณาจักรริวกิว โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นสถานที่พำนักของพระบรมวงศานุวงศ์และเพื่อเป็นที่รับรองผู้แทนจักรพรรดิแห่งจีนที่เดินทางมาซัปโป (冊封) หรือจิ้มก้องนั่นเอง โดยการจิ้มก้องนั้นเป็นไปทั้งเพื่อการค้าและติดต่อทางการทูต

สวนที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมริวกิว จีน และญี่ปุ่นไว้อย่างลงตัว

นอกจากสถาปัตยกรรมริวกิวที่หาดูได้ที่โอกินาวาเท่านั้นแล้ว คงไม่มีที่ไหนที่เราสามารถเห็นสถาปัตยกรรมริวกิว จีน และญี่ปุ่นมาอยู่ด้วยกันอย่างลงตัวได้เท่ากับที่นี่แล้ว เราลองมาดูกันว่าความเป็นสถาปัตยกรรมของชาติต่างๆ อยู่ในส่วนไหนของสวนกันบ้าง

ความเป็นริวกิวอยู่ที่ไหน?

กระเบื้องดินเผาสีแดงที่มุงหลังคาอุดุน (御殿) หรือตัวพระตำหนักคือลักษณะเด่นของสถาปัยกรรมแบบริวกิว

นอกจากนี้ ทั้งทางเดิน บ่อน้ำ และท่าเรือยังเป็นการปูหิน (石畳) หรืออิชิทาตามิที่พบเห็นได้ในโอกินาวาด้วย

ท่าเรือปูพื้นแบบอิชิทาตามิด้วยหินริวกิว

ความเป็นจีนอยู่ที่ไหน?

เพราะชิคินะเอ็นเป็นที่ที่สร้างไว้เพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะจากจีน จึงมีการนำสถาปัตยกรรมจีนมาใช้เป็นต้นแบบในการสร้างเช่นสะพานหินที่เพื่อน ๆ จะเห็นได้กลางบึง ตัวสะพานประกอบจากหินริวกิวที่ถูกนำมาก่อไว้โดยไม่ผ่านการตัดแต่งรูปทรงของหินโดยมีลักษณะเหมือนสะพานหินที่พบได้ในจีนค่ะ

และเมื่อข้ามสะพานทั้งสองไปเราจะมาถึงศาลาตะวันออกที่เป็นทรงหกเหลี่ยมและมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีดำตามสไตล์จีน ถ้าหามุมดี ๆ เราจะได้ภาพราวกับซาลานั้นกำลังลอยอยู่กลางบึงค่ะ คาดว่าการนำสถาปัตยกรรมจีนมาใช้คงเพื่อหวังให้แขกจากจีนหายคิดถึงบ้านบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งแสดงถึงความเอาใจใส่ในการรับแขกของพระราชสำนักริวกิวได้เป็นอย่างดี

ความเป็นญี่ปุ่นอยู่ที่ไหน?

อยู่ที่พื้นที่ทั้งหมดของสวนค่ะ เพราะแผนผังของชิคินะเอ็นถูกออกแบบตามสไตล์ไคยูชิกิ (廻遊式庭園) ของญี่ปุ่น ไคยูชิกิเป็นรูปแบบการจัดสวนที่เริ่มขึ้นในสมัยมุโรมาจิ (室町時代) และเป็นที่นิยมในกลุ่มไดเมียว (大名) หรือเจ้าเมืองของญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ (江戸時代) ลักษณะเด่นของการจัดวางสวนแบบไคยูชิกิคือจะมีบึงอยู่ตรงใจกลางและจัดวางอาคารต่าง ๆ ล้อมรอบบึงดังกล่าว สำหรับบึงของชิคินะเอ็นนั้นมีลักษณะพิเศษคือสามารถมองเห็นคล้ายคันจิคำว่าหัวใจ (心) ได้ นอกจากนี้ยังมีบันทึกการพาพระราชอาคันตุกะจากจีนล่องเรือในบึงเพื่อให้สามารถชมชิคินะเอ็นจากบึงที่อยู่ใจกลางของสวนได้

“ริวกิวไม่ใช่อาณาจักรเล็กๆ นะ!” ศาลาคังโคไดและสวนพืชพรรณริวกิว

ถ้าเดินไปตามลูกศรไปเรื่อย ๆ เราจะเดินขึ้นเนินเล็ก ๆ ไปยังศาลาที่ห่างออกไปจากพระตำหนัก ศาลานี้คือคังโคได (勧耕台) เมื่อมองลงไปจะเห็นภาพเมืองชูริสลับกับภูเขาอยู่เบื้องล่าง นักวิชาการประวัติศาสตร์โอกินาวาคาดว่าศาลานี้คงมีไว้เพื่อพาผู้แทนจักรพรรดิจีนมาชมทิวทัศน์เพื่อแสดงให้เห็นว่าอาณาจักรริวกิวไม่ใช่อาณาจักรเล็ก ๆ เพราะจากตรงนี้เราจะไม่มีทางมองเห็นทะเลได้เลย นับเป็นความแยบยลทางการทูตรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้ค่ะ

 

ทิวทัศน์ที่มองเห็นได้จากคังโคไดในอดีตคือดินแดนริวกิวที่กว้างสูดลูกหูลูกตา

เมื่อเดินวนลงมาเราจะผ่านสวนที่มีต้นไม้และพืชท้องถิ่นของโอกินาวาปลูกอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติของโอกินาวาอย่างยิ่ง ซึ่งสำหรับคนไทยที่อาจจะพบต้นไม้คุ้นตาในบ้านเราอย่างต้นโกงกาง ต้นไทร และต้นงิ้วในนี้แล้ว ก็สามารถสนุกไปกับการหาต้นไม้ที่เหมือนกับของบ้านเราได้ค่ะ

มีคำกล่าวว่าอาณาจักรริวกิวและโอกินาวาในปัจจุบันคือชัมปุรุ (チャンプル) หรือผัดรวมมิตรที่รวมความหลากหลายไว้อย่างลงตัว ถ้าจะมีที่ไหนที่สื่อถึงความหลากหลายที่อยู่ในอาณาจักรริวกิวอย่างกลมกล่อมแล้วล่ะก็ คงเป็นชิคินะเอ็นเลยค่ะ

ข้อมูลทั่วไป

เวลาทำการ: 9.00 – 18.00 น. (ช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคมจะเปิดจนถึงเวลา 17.30 น.เท่านั้นค่ะ)
วันหยุดทำการ: ทุกวันพุธ (ถ้าตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะหยุดชดเชยในวันถัดไป)
โทรศัพท์: 098-855-5936
การเดินทาง:
(รถส่วนตัว) ขับรถจากสนามบินนะฮะ 30 นาที
(รถราง Yui Railway) ลงที่สถานีชูริ (首里駅) และต่อแท็กซี่ 10 นาที
(รถบัส) นั่งรถสาย 2/3/4/5/14 ไปลงที่ป้ายชิคินะเอ็นมาเอะ (識名園前)
ค่าเข้า:
ผู้ใหญ่ 400 เยน
เด็ก 200 เยน (น้องๆ ระดับชั้นประถมลงไปเข้าฟรีค่ะ)

อ้างอิงเนื้อหาจาก
JTBパブリッシング(2017)「識名園」『ニッポンを解剖する!沖縄図鑑』,pp.56-57
高良倉吉(2013)「識名園」『沖縄の世界遺産』,pp.60-61