ส่องประวัติ “วันทะเล” วันแห่งความภาคภูมิใจในท้องทะเลของชาวญี่ปุ่น

Last updated:

วันทะเล (Umi no Hi・海の日) เป็นอีกหนึ่งวันแปลก ๆ ของประเทศญี่ปุ่น ตรงกับวันจันทร์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคมของทุกปี แถมยังถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์อีกด้วย แล้ววันทะเลมีความสำคัญอย่างไรถึงได้ถูกยกให้เป็นวันหยุด เราไปศึกษาความเป็นมาและความสำคัญของวันนี้กันค่ะ

วันทะเล หรือ Umi no Hi

ก่อนที่จะมาเป็นชื่อ Umi no Hi วันนี้เคยใช้ชื่อว่า Umi no Kinenbi (海の記念日) หรือ “วันที่ระลึกถึงทะเล” มาก่อน โดยจุดเริ่มต้นของวันนี้มาจากเรือกลไฟที่มีชื่อว่าเมจิมารุ (明治丸) ย้อนกลับไปในปี 1876 ในตอนที่จักรพรรดิเมจิเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในภูมิภาคโทโฮคุ เรือกลไฟของอังกฤษชื่อเมจิมารุลำนี้ก็ได้ถูกนำมาใช้เป็นเรือสำหรับจักรพรรดิและราชวงศ์ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการเยี่ยมเยียนราษฎร เรือกลไฟเมจิมารุก็กลับเข้าเทียบท่าเรือที่โยโกฮาม่าในวันที่ 20 กรกฎาคม

เรือกลไฟเมจิมารุ

ในขณะนั้น เรือกลไฟรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะนำไปใช้เป็นเรือรบที่ใช้งานในสงครามจีน-ญี่ปุ่น, สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น และใช้เป็นเรือค้าขายของนักธุรกิจเพื่อการค้า แต่เรือกลไฟเมจิมารุลำนี้ถูกนำไปใช้เป็นเรืออุทกศาสตร์ โดยในอดีตจะใช้สำหรับส่งจดหมาย เสบียง หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้กับประภาคารบนเกาะกลางทะเล นอกจากนี้ยังเป็นเรือที่มีประโยชน์ในการใช้งานอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ใช้ในการสำรวจหมู่เกาะอิโวโดยผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว

ปี 1941 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสาร มุราตะ โชโซว ได้ออกความคิดเกี่ยวกับวันทางทะเลว่าต้องการให้มีวันสำคัญเกี่ยวกับทะเล จึงได้กำหนดวันที่ระลึกถึงทะเลขึ้นมาในชื่อ Umi no Kinenbi (海の記念日) เป็นวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งก็คือวันที่เรือกลไฟเมจิมารุกลับเข้าเทียบท่าเรือที่โยโกฮาม่านั่นเอง

มุราตะ โชโซว

การกำหนดวันที่ระลึกถึงทะเลขึ้นมาจึงถือเป็นการเฉลิมฉลองที่ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศเกาะที่เริ่มพัฒนาสู่อารยธรรมภายนอก รวมถึงเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างสำเร็จลุล่วงของเรือกลไฟ Meijimaru ของราชวงศ์ ซึ่งไม่ใช่แค่ภารกิจภายนอกอย่างการป้องกันประเทศและการค้าเท่านั้น แต่รวมไปถึงการงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคาบสมุทรญี่ปุ่นด้วย

หลังสิ้นสุดสงครามโลก มีการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ มากมายในญี่ปุ่น จนในปี 1948 วันที่ระลึกถึงทะเลได้เปลี่ยนชื่อเป็น Umi no Hi (海の日) ในปี 1996 ก็ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดประจำชาติหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในกฎหมายเกี่ยวกับวันหยุดประจำชาติในมาตราที่ 2 ได้เขียนถึงวันนี้ไว้ว่าเป็นวัน “ขอบคุณต่อบุญคุณแห่งท้องทะเล ขอพรต่อความเจริญรุ่งเรืองสู่ญี่ปุ่น ประเทศชาติแห่งมหาสมุทร”

ชื่อวันแบบเก่าหรือวันที่ระลึกถึงทะเลนั้นจะให้ความรู้สึกว่าประเทศญี่ปุ่นเริ่มมีการพัฒนา จากเดิมที่เป็นเพียงประเทศเกาะกลางทะเลที่แทบจะไม่ได้รับรู้เรื่องราวของโลกภายนอก ก็ค่อย ๆ เปิดหูเปิดตาสู่อารยธรรม แต่การเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวันทะเลจะเป็นการสื่อถึงความก้าวหน้าของยุคสมัยใหม่และอัพเกรดยิ่งกว่าเดิม แต่กระนั้น ความรู้สึกของคนญี่ปุ่นในฐานะผู้อยู่อาศัยในประเทศเกาะแห่งนี้ ก็ยังคงมีความรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งต่อท้องทะเลเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ในปี 2003 ได้เปลี่ยนวันที่จาก 20 กรกฎาคมเป็นวันจันทร์ที่สามของเดือนกรกฎาคม ตามนโยบาย Happy Monday System ซึ่งเป็นการเพิ่มวันจันทร์เป็นวันหยุดในบางเดือน ในวันนี้จะมีการจัดกิจกรรมมากมายเกี่ยวกับทะเล ไม่เพียงแต่รัฐบาลท้องถิ่นเท่านั้นแต่ยังรวมถึงกระทรวงคมนาคมและกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่นก็ได้จัดกิจกรรมให้ชาวญี่ปุ่นมาร่วมกันอนุรักษ์ท้องทะเล ผู้คนออกไปเที่ยวทะเล ปิคนิค เล่นน้ำ และเก็บขยะตามชายหาด วันทะเลจึงเป็นอีกหนึ่งวันหยุดแสนสนุกของคนญี่ปุ่นที่จะได้มาพักผ่อนหย่อนใจและสอนให้เด็ก ๆ ตระหนักถึงความสำคัญของท้องทะเล

เห็นได้ว่าคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อทะเลเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเหตุผลที่ประเทศญี่ปุ่นถูกล้อมรอบไปด้วยทะเลแล้ว ทะเลก็เปรียบเสมือนตัวเชื่อมประเทศญี่ปุ่นให้ได้รู้จักกับอารยธรรมและเทคโนโลยีจากโลกภายนอก เป็นผลให้เกิดการพัฒนาด้านต่าง ๆ ภายในประเทศไปด้วย แม้ปัจจุบันจะถือเป็นเพียงวันหยุดวันหนึ่ง แต่ยิ่งเราได้รู้ถึงที่มา ความสำคัญ และประวัติศาสตร์ของวันนี้ว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ ก็น่าจะยิ่งสนุกและเพลิดเพลินกับวันทะเลได้มากยิ่งขึ้นนะคะ ^^

สรุปเนื้อหาจาก mag.japaaan