รู้หรือไม่! ธรรมเนียมการกิน “ปลาไหล” ในหน้าร้อน เกิดจากกลยุทธ์เพิ่มยอดขายของพ่อค้าเอโดะ

ที่ญี่ปุ่นเมื่อฤดูฝนสิ้นสุดลง อุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณของการมาเยือนของหน้าร้อน ช่วงเวลานี้ร่างกายต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อต่อสู้กับอากาศร้อน โดยเฉพาะช่วงประมาณวันที่ 20 กรกฎาคม ที่เรียกว่าวันฉลู (土用の丑の日· โดโย โนะ อุชิ โนะ ฮิ) จะเป็นวันที่อากาศร้อนมากเป็นพิเศษ

ชาวญี่ปุ่นจึงมีธรรมเนียมการกิน “อาหารที่มีจิตวิญญาณ” คือ อาหารที่ให้พลังงาน กินแล้วมีกำลัง และมีคุณค่าทางอาหารสูง เพื่อไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลียจากอากาศร้อน และ “ปลาไหล”(鰻·อุนางิ) เป็นหนึ่งในอาหารที่นิยมทานมากที่สุด โดยมีเรื่องเล่าจากอดีตว่ากันว่าธรรมเนียมการทานปลาไหลในหน้าร้อนของญี่ปุ่นมาจากกลยุทธ์การตลาดของพ่อค้าในยุคเอโดะ

ที่มาของธรรมเนียมการกิน “ปลาไหล” ในหน้าร้อน

ในสมัยเอโดะ เมื่อเข้าสู่หน้าร้อนปลาไหลขายไม่ค่อยดี เนื่องจากเป็นของร้อน จึงทำให้ลูกค้าน้อยกว่าปกติ พ่อค้าร้านปลาไหลจึงไปขอคำปรึกษากับ ฮิรากะ เก็นไน ซึ่งนักวิชาการในสมัยนั้น เขาได้ให้คำแนะนำแก่พ่อค้าเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านปลาไหล โดยให้เขียนป้ายโฆษณาเชิญชวนว่า “วันนี้เป็นวันอุ” (มาจากวันฉลู = อุชิ โนะ ฮิ) หรือ “โดโย โนะ อุชิ โนะ ฮิ อุนางิ โนะ ฮิ” (แปล: วันฉลู วันแห่งปลาไหล) ในช่วงหน้าร้อนชาวเมืองนิยมกินของที่ขึ้นต้นด้วย “อุ” มาตั้งแต่สมัยโบราณอยู่แล้ว เช่น อุเมะโบชิ (บ๊วย), อุริ (ฟัก), อุด้ง เพราะมีความเชื่อว่าเป็นอาหารมงคล พอมีการติดป้ายโฆษณาเชิญชวน จึงทำให้ชาวเมืองฉุกคิดได้ว่า 鰻·อุนางิ (ปลาไหล) ก็กินในหน้าร้อนได้ คนญี่ปุ่นจึงหันมากินปลาไหลในหน้าร้อนกันมากขึ้น และได้รับความนิยมแพร่หลาย ด้วยกลยุทธ์การตลาดนี้ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมการทานปลาไหลในช่วงหน้าร้อนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

มีการตั้งข้อสังเกตว่า ฮิรากะ เก็นไน นำแนวคิดนี้มาจากกวีนิพนธ์เก่าแก่ มังโยชู (万葉集) ที่ถูกรวบรวมขึ้นเสร็จในสมัยนาระ ในบทกวีนั้นมีการแนะนำให้กินปลาไหลเพื่อลดน้ำหนักในหน้าร้อน ซึ่งโดยแท้จริงแล้ว ปลาไหลนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน B สูงที่มีส่วนช่วยให้ร่างกายได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นและลดอาการอ่อนเพลียจากการทำงานได้ จึงเหมาะสมอย่างมากในการรับประทานช่วงหน้าร้อนนั่นเอง

สรุปเนื้อหาจาก : e-butsudan