ความแตกต่างระหว่าง “วาเลนไทน์ญี่ปุ่น” กับวาเลนไทน์ในต่างประเทศ

วันวาเลนไทน์ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี และเป็นที่รู้จักกันในประเทศญี่ปุ่นว่าวันนี้เป็นวันที่ผู้หญิงมอบความรักให้กับผู้ชาย โดยการมอบช็อกโกแลตให้กับผู้ชายที่ตนชอบ และเมื่อไม่นานมานี้การแลกเปลี่ยนช็อกโกแลตระหว่างเพื่อนก็ได้กลายเป็นที่นิมยมกันมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ก็เชื่อว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ถึงความหมายที่แท้จริงและที่มาของวันวาเลนไทน์

ความหมายและที่มาของวันวาเลนไทน์

เมื่อพูดถึงต้นกำเนิดของวันวาเลนไทน์คงต้องย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 3 ในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ซึ่งในเวลานั้นได้รับฉายาว่าเป็นจักรพรรดิที่โหดร้าย โดยพระองค์ได้กำหนดมาตรการทางทหารที่เข้มงวดขึ้นมาว่าห้ามมิให้ทหารแต่งงาน เนื่องจากมองว่าถ้าหากบรรดาเหล่าทหารแต่งงานก็จะไม่อยากทำสงครามจนส่งผลให้ประเทศอ่อนแอ อย่างไรก็ตามนักบวชนามว่าวาเลนไทน์นั้นไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้น เขาคิดว่าการห้ามคนสองคนสองที่รักกันไม่ให้แต่งงานกันเป็นเรื่องที่แปลก นักบวชวาเลนไทน์ได้ทำการต่อต้านคำสั่งของจักรพรรดิและแอบจัดงานแต่งงานให้กับทหารหลายคนทำให้จักรพรรดิโกรธมากจนสั่งให้ประหารนักบวชวาเลนไทน์ เนื่องจากนักบวชแห่งวาเลนไทน์เสียชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ทั่วโลกจึงได้ยึดวันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันแห่งความรัก (วันวาเลนไทน์)

วันวาเลนไทน์ในญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไร

ผู้ที่นำธรรมเนียมวาเลนไทน์เข้ามาในประเทศญี่ปุ่นคือ Morozoff ผู้ผลิตขนมในเมืองโกเบ โดยในปี 1938 ได้มีการเริ่มขายช็อกโกแลตวันวาเลนไทน์ให้กับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ในปี 1958 Mary Chocolate ได้เปิดตัวแคมเปญ “การมอบช็อกโกแลตจากผู้หญิงถึงผู้ชาย” ต่อมาจึงค่อยๆ มีผู้ผลิตขนมเข้าร่วมการขายช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมา จึงทำให้ประเพณีวันวาเลนไทน์แพร่ขยายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น

ความแตกต่างระหว่างวันวาเลนไทน์ที่ญี่ปุ่นกับต่างประเทศ

■ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้


ในญี่ปุ่นวันวาเลนไทน์กลายเป็นวันที่ผู้หญิงจะสารภาพรักกับผู้ชายเนื่องจาก Mary Chocolate ขายช็อกโกแลตในปี 1959 พร้อมกับคำพูดที่ว่า “ผู้หญิงสามารถสารภาพรักกับผู้ชายได้ปีละครั้ง” เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้มีการมอบช็อกโกแลตตามมารยาทและการมอบช็อกโกแลตเพื่อแทนความรักแบบเพื่อนด้วย โดยผู้ที่ได้รับช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์จะมอบของตอบแทนให้กับผู้ให้ในวันที่ 14 มีนาคมซึ่งเรียกกันว่าวัน “ไวท์เดย์ (White Day)” ส่วนประเทศเกาหลีใต้เองก็ได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่นด้วย สำหรับคนที่ไม่ได้รับอะไรเลยในวันนั้นจะเรียกวันนั้นว่า “แบล็กเดย์ (Black Day)” และจะรับประทานอาหารจีนในวันนั้น

■ประเทศในยุโรป


ในประเทศยุโรปวันวาเลนไทน์คือวันที่คู่รักจะมอบของขวัญและรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน ช็อกโกแลตเป็นหนึ่งในของขวัญมาตรฐานที่ใช้มอบให้แก่กัน แต่ไม่ได้เป็นที่นิยมมากเท่ากับในประเทศญี่ปุ่น ยกตัวอย่างเช่น ในฝรั่งเศสนิยมมอบน้ำหอมเสื้อผ้าและตั๋วเดินทางคู่ให้แก่กันค่อนข้างมาก

■ประเทศแถบเอเชีย


ในประเทศแถบเอเชียจะเป็นวันที่ผู้ชายมอบของขวัญให้กับผู้หญิง ในประเทศจีน ไต้หวัน ไทย และเวียดนามนั้น ถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายจะมอบของขวัญให้กับผู้หญิงในวันวาเลนไทน์ โดยเฉพาะในประเทศจีนและประเทศไทย ผู้ชายหลายคนจะมอบช่อดอกกุหลาบให้แก่ผู้หญิงที่ตนรัก

ประเพณีของวาเลนไทน์ได้มีการผสมผสานจากองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประเพณีลูเปอร์คาเลีย, ตำนานของนักบวชวาเลนไทน์, การทำแคมเปญของผู้ผลิตขนม โดยแต่ละประเทศก็จะมีธรรมเนียมและวิธีการที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้การมอบความรักและความปรารถนาดีให้กับใครสักคนนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นวันวาเลนไทน์ก็สามารถมอบให้ได้ทุกๆ วัน

สรุปเนื้อหาจาก: mamanoko