มารู้จัก “วันแตงโม” ทำไมถึงเป็นวันที่ 27 กรกฎาคม ?

Last updated:

ฤดูร้อนของญี่ปุ่น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแตงโมแช่เย็นฉ่ำ ๆ แสนชื่นใจ แต่ทุกคนทราบไหมคะว่าวันที่ 27 กรกฎาคมของทุกปีคือ “วันแตงโม” แต่ทำไมต้องเป็นวันที่ 27 กรกฎาคม เราไปดูที่มาของวันแตงโม รวมทั้งเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับผลไม้ชนิดนี้กันค่ะ

ทำไมถึงเป็นวันที่ 27 กรกฎาคม ?

วันแตงโม

วันแตงโมถูกกำหนดให้เป็นวันที่ 27 เดือนกรกฎาคม หรือหากเขียนแบบญี่ปุ่นก็คือ 7月27日 (เดือน 7 วันที่ 27) แตงโมเป็นผลไม้ที่เป็นตัวแทนของฤดูร้อน มีลวดลายที่เป็นลักษณะเฉพาะดูคล้ายกับเส้นเชือกพันอยู่รอบ ๆ เมื่อนำ 7月27日 มาเรียงกันเป็น 727 ก็จะเป็นการเล่นคำกับคำว่า 夏の綱 (natsu no tsuna : เชือกในฤดูร้อน)

วันแตงโมไม่ได้ถูกตั้งขึ้นโดยองค์กรหรือร้านค้าใด ๆ แต่ว่ากันว่าตั้งขึ้นโดยผู้ที่ชื่นชอบผลไม้ชนิดนี้ จึงดูเหมือนว่าจะไม่ใช่วันที่ระลึกเพื่อทางการค้าหรือเพิ่มยอดขายแตงโมแต่อย่างใด ต่างจากวันที่ระลึกอื่น ๆ ที่มักจะก่อตั้งโดยองค์กร ร้านค้า เพื่อกระตุ้นยอดขายของสิ่งนั้น

ทำไมตัวคันจิของแตงโมจึงเป็น 西瓜 ?

วันแตงโม

แตงโมเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากแอฟริกา ส่งต่อมาผ่านกรุงโรมและอุยกูร์จนชาวจีนได้รู้จักผลไม้ชนิดนี้ และส่งต่อไปยังญี่ปุ่น โดยปกติเราจะเห็นคำว่าแตงโมในภาษาญี่ปุ่นเป็นตัวอักษรฮิรากานะ (すいか) หรือไม่ก็ตัวอักษรคาตาคานะ (スイカ) แต่ตัวคันจิจะใช้ตัว 西瓜 ตัว 西 หมายถึงตะวันตก และตัว 瓜 หมายถึงแตง

คันจินี้มาจากจีนก็จริงอยู่ แต่คันจิคำนี้จะหมายความว่าเป็นแตงที่มาจากตะวันตกของจีนซึ่งคลุมไปถึงพื้นที่แถบอาหรับ ไม่ใช่ในความหมายว่าเป็นแตงที่มาจากประเทศจีนซึ่งอยู่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น

อุณหภูมิที่แตงโมจะอร่อยที่สุดคือ ?

วันแตงโม

ว่ากันว่าแตงโมจะอร่อยที่สุดหากนำไปแช่เย็นในบ่อน้ำ เนื่องจากในสมัยก่อนผู้คนจะนิยมใช้บ่อน้ำที่ต้องใช้ถังผูกเชือกแล้วหย่อนลงไปตักน้ำขึ้นมา แต่ในปัจจุบันไม่มีบ่อน้ำแบบนั้นแล้ว คนจึงนิยมนำแตงโมไปแช่ตู้เย็นจนเย็นเจี๊ยบแทน

แต่หากแตงโมเย็นเกินไปก็จะเสียรสชาติได้ แตงโมจะให้รสหวานที่สุดคือต้องแช่เย็นในอุณหภูมิ 10-15 องศา แต่ตู้เย็นส่วนมากจะตั้งค่าไว้ที่ 2-5 องศา ดังนั้นหากนำมาแช่ไว้ในตู้เย็น แตงโมก็จะเย็นเกินไปจนเสียรสหวาน อย่างเวลาที่ไปตั้งแคมป์ริมแม่น้ำ หากนำเครื่องดื่มหรือผลไม้ไปแช่เย็นไว้ในลำธาร ก็จะได้ความอร่อยที่ต่างจากการแช่ในตู้เย็น

เมล็ดแตงโมก็กินได้นะ!

วันแตงโม

ปกติเวลาที่กินแตงโมก็จะต้องคายเมล็ดแตงโมออกมา แต่ในบางประเทศอย่างจีนหรือไทยเราก็จะนำมาคั่วและทุบให้แตกเพื่อกินเนื้อข้างในอย่างที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ ในญี่ปุ่นเองก็มีทั้งการพัฒนาพันธุ์ให้เมล็ดมีขนาดเล็กลงเพื่อความสะดวกในการทาน แต่ในขณะเดียวกันก็มีการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้เมล็ดมีขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับการนำไปคั่วเช่นกัน

ไม่คิดเลยนะคะว่าผลไม้ชนิดนี้จะมีวันที่ระลึกกับเขาด้วย ว่าแล้วก็ไปหาแตงโมมาทานบ้างดีกว่า ^^

สรุปเนื้อหาจาก fundo