“กองอาสาสตรี” (1) เมื่อผู้หญิงญี่ปุ่นก็ต้องเป็นแรงงานรับใช้ชาติเหมือนกัน

{"source":"other","uid":"AFCADE9C-4F10-4F12-88D2-372685E935D3_1631073181182","origin":"gallery","fte_sources":[],"used_sources":"{"version":1,"sources":[]}","premium_sources":[],"is_remix":false}

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน หลังจากที่พูดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เรื่องแรงงานในยุค Post-modern ของญี่ปุ่นมาแต่ยุคเมจิแล้ว วันนี้จะขอพูดถึงเรื่องราวในยุคสงครามโลกครั้งที่สองกันบ้างนะครับเกี่ยวกับเรื่องการบังคับเอา “ผู้หญิง” มาทำงานเพื่อกองทัพ ซึ่งไม่ได้มีแต่เรื่อง “ผู้หญิงปลอบขวัญ” อย่างเดียว จะเป็นอย่างไรนั้นขอติดตามอ่านกันได้เลยครับ

“กองอาสาสตรี” หมายถึงอะไร?

”กองอาสาสตรี” (โจะชิเทย์ชินไต 女子挺身隊) นั้นเป็นชื่อเรียกแรงงานสตรีที่ถูกบังคับเกณฑ์มาเพื่อทำงานตามในโรงงานเพื่อมาเป็นกำลังแรงงานในช่วงสงครามซึ่งแรงงานชายขาดแคลน (เพราะต้องไปเป็นหทารออกรบ) อันมีที่มาตอนแรกจาก “คำสั่งให้พลเมืองร่วมมือใช้แรงงานตอบแทนชาติ” (国民勤労報国協力令) ในปี พ.ศ. 2484 ซึ่งมีการจัดตั้ง “กองกำลังแรงงานตอบแทนชาติ” (勤労報国隊) ขึ้นมาก่อน พอล่วงมาถึง วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2486 จึงได้มีการจัดตั้ง ”กองแรงงานอาสาสตรี” (โจะชิคินโรเทย์ชินไต 女子勤労挺身隊) ในที่ประชุมรองเลขาธิการว่าด้วย “การส่งเสริมการระดมพลสตรี” ซึ่งภายหลังนอกจากจะระดมพลผู้หญิงญี่ปุ่นแล้ว ยังมีผู้หญิงเกาหลีในยุคอาณานิคมญี่ปุ่นอีกด้วย (โดยรับคนเข้ามาผ่านเจ้าหน้าที่ทางการ แต่มิได้ออกประกาศเรียกระดมอย่างเป็นทางการ) ซึ่งในช่วงปลายสงคราม (พ.ศ. 2488) ยังถูกระดมพลเพื่อเอาไปต่อสู้ข้าศึกด้วย!

อย่างไรก็ตาม คำว่า ”กองอาสาสตรี” ในบริบทของประวัติศาสตร์เกาหลีที่เขียนโดยคนเกาหลี นักเขียนชาวเกาหลีมักเอาคำนี้ไปใช้ปนกับ “ผู้หญิงปลอบขวัญ” เสียมากกว่าที่จะใช้หมายถึงแรงงานในโรงงานอย่างในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

ที่มาที่ไป

อันที่จริงแล้ว ก่อนที่จะมีการจัดตั้ง “กองกำลังแรงงานตอบแทนชาติ” (勤労報国隊) ในปี พ.ศ. 2484 นั้น ในปี พ.ศ. 2482 ได้มีการออก “กฎหมายการระดมพลแห่งชาติ” (国家総動員法) ตามด้วย “คำสั่งเกณฑ์พลเมือง” (国民徴用令) ในปี พ.ศ. 2483 และเริ่มมองไปที่ผู้หญิงที่ไม่มีงานทำ เด็กเพิ่งเรียนจบชั้นประถม ไปจนถึง “คนเกาหลีในญี่ปุ่น” ว่าเป็น “แหล่งอุปทานแรงงาน” ซึ่งนำไปสู่มติที่ประชุมรองเลขาธิการว่าด้วย “การส่งเสริมการระดมพลสตรี” ว่า “ควรระดมพลสตรีที่ยังมิได้แต่งงานให้แข็งขันขึ้น” นอกจากผู้ชายอายุ 14-40 ปีแล้ว ผู้หญิงโสดตั้งแต่ 14 ถึง 25 ปีก็ต้องเข้าสู่การเป็นแรงงานตอบแทนชาติด้วย โดยต้องมาทำงานรับใช้ชาติปีละ 30 วัน อยางไรก็ดีในช่วงเริ่มสงครามแปซิฟิกนั้น การบังคับใช้คำสั่งเกณฑ์พลเมืองกับผู้หญิงนั้นได้ถูกเลื่อนออกไปก่อน

จนมาถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2486 มีการแก้ไข “คำสั่งให้พลเมืองร่วมมือใช้แรงงานตอบแทนชาติ” และให้ “กองกำลังแรงงานตอบแทนชาติ” นั้น “ทำงานเต็มเวลา” ในโอกาสนี้ เริ่มมีการเรียกร้องให้ผู้หญิงโสดที่ยังไม่มีงานทำนั้นมาทำงานรับใช้ชาติ 3-6 เดือน (ณ ตอนนี้ยังมิได้บังคับ) พอถึงเดือนกันยายนปีเดียวกัน จึงได้จัดตั้ง ”กองแรงงานอาสาสตรี” โดยกำหนดให้ระดมพลผู้หญิงโสดที่มีอายุ 14 ปีขึ้นไป ให้มาทำงานตามโรงงานการบิน หน่วยงานราชการ ครูอนุบาล นางพยาบาล โดยอาศัยการดึงเด็กจบใหม่มาจากทางสมาคมศิษย์เก่าบ้างบ้าง ผู้หญิงจากสมาคมสตรีบ้างให้มาทำงานโรงงาน โดยบอกว่าเป็น “การระดมพลโดยสมัครใจไม่มีการบังคับ” โดยมุ่งเป้าให้ผู้หญิงที่ยังไม่มีงานทำได้มาทำงานกันให้มากๆ เท่าทีจะมากได้ ส่วนในอาณานิคมเกาหลีนั้นก็มีการระดมพลแรงงานสตรีเช่นกันโดยเฉพาะในหมู่คนที่มาจากโรงเรียนสตรี ในญี่ปุ่นนั้นพอล่วงเข้าเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ก็มีการจัดตั้ง ”กองแรงงานอาสาสตรี” ในหน่วยโรงเรียน พอเข้าเดือนธันวาคม สำนักข้าหลวงใหญ่แห่งคาบสมุทรเกาหลีได้จัดตั้งกองแรงงาน โดยมีนโยบายว่า “ต้องให้ผู้หญิงทำงานในโรงงานเสมือนเป็นนักรบแห่งการเพิ่มผลผลิตในภาวะสงครามขั้นเด็ดขาดด้วย”

เดือนกุมภาพันธ์ปี พ.ศ. 2487 มีการแก้ไขคำสั่งการแจ้งความสามารถทางวิชาชีพพลเมือง (国民職業能力申告令) ให้ถือว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า 12 ปีนั้นเป็น “กำลังแรงงาน” เนื่องจากสมัยนั้นการศึกษาภาคบังคับคือถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จึงมักมีการการจ้างงานคนหลังจากจบ ป.6 กันอยู่แล้ว ในเดือนมีนาคมปีเดียวกันคณะรัฐมนตรีได้มีมติเกี่ยวกับแนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบกองอาสาสตรี ผ่านครูใหญ่โรงเรียน หัวหน้ากลุ่มเยาวชนหญิงและประธานสมาคมสตรี เพื่อให้สามารถ “สั่งให้ร่วมมือในงานที่จำเป็นได้” ส่วนในเกาหลีนั้น “กองอาสาสตรีเปียงยาง” ถูกส่งไปทำงานที่โรงงานอาวุธเป็นเวลาสองเดือน ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน สมาชิก 100 คนของ “กองอาสากย็องซังใต้” ได้ถูกส่งไปทำงานที่โรงงานปั่นด้ายใยกัญชง “โตเกียวอาสะอิโตะ” (東京麻糸) ที่นุมาซุ (沼津) จังหวัดชิสุโอกะ นับเป็นครั้งแรกที่มีการส่งกองอาสาสตรีจากเกาหลีไปทำงานที่ญี่ปุ่น ความต้องการแรงงานอาสาจากเกาหลีนั้นมีมากขนาดที่ว่าพอเข้าเดือนสิงหาคมปีเดียวกันคณะรัฐมนตรีได้มีมติว่าด้วย “การโยกย้ายแรงงานชาวคาบสมุทรเข้าประเทศ” โดยยกเว้นข้อจำกัดของ “คำสั่งเกณฑ์พลเมือง” ที่เคยจำกัดว่าเป็นแรงงานในประเทศเท่านั้น เพื่อเอาผู้ชายจากคาบสมุทรเกาหลีมาใช้แรงงาน

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2487 ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 519 “คำสั่งแรงงานอาสาสตรี” ในญี่ปุ่น เพื่อบังคับระดมพลผู้หญิงญี่ปุ่นที่ยังโสด มีอายุตั้งแต่ 12 ถึง 40 ปี ไปทำงานในโรงงานทางทหาร ในขณะนั้นก็มีการระดลพลนักเรียนด้วย (ชั้น ม. สองเป็นต้นไป) ซึ่งแรงงานอาสาสตรีนี้ไมใช่การรับใช้ชาติด้วยแรงงาน (ไม่ได้เป็นการจ้างงาน) แต่เป็นการทำงานหมู่ (เป็นการจ้างงาน) โดยได้รับสวัสดิการตามกฎหมายจำพวกประกันสังคมหรือบำเหน็จบำนาญด้วย และมีบทลงโทษสำหรับคนที่ไม่ยอมทำงาน คือไปใช้แรงงานเป็นนักโทษไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหนึ่งพันเยน และต่อมามีข่าวรายงานว่า คำสั่งดังกล่าวบังคับใช้ในคาบสมุทรเกาหลีด้วย อย่างไรก็ดี ปี พ.ศ. 2548 คำสั่งดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็น “คำสั่งระดมพลพลเมือง” (国民勤労動員) และกองอาสาสตรีก็ต้องมาเป็น “กองกำลังหน่วยรบพลเมือง” (国民義勇隊) ไปด้วย

วันนี้ก็ได้พูดเรื่องของที่มาที่ไปกันไปแล้ว ในตอนหน้าเราจะมาพูดถึงเรื่องของ “แรงงานอาสาสตรี” ในคาบสมุทรเกาหลีนะครับ

ข้อมูลและภาพจาก wikipedia