รู้หรือไม่? ยูกาตะเคยเป็นชุดใส่อาบน้ำของคนญี่ปุ่นมาก่อน

ชุดยูกาตะสีคราม
ชุดยูกาตะสีคราม

เวลาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวชมเทศกาลฤดูร้อนของญี่ปุ่นอย่างเทศกาลดอกไม้ไฟ หรือเห็นภาพบรรยากาศเทศกาลจากรายการโทรทัศน์หรืออนิเมะ สิ่งที่สามารถเห็นได้อยู่เสมอคงจะเป็นเหล่าหญิงสาวชาวญี่ปุ่นใส่ชุดญี่ปุ่นสีสันสดใส บ้างเป็นลายดอกไม้ บ้างเป็นลายทางแบบดั้งเดิม ส่วนผู้ชายก็ใส่ชุดสไตล์เดียวกัน แต่เน้นไปทางสีกรมหรือสีดำ ชุดที่ใส่ในฤดูร้อนทำจากผ้าฝ้ายนี่แหละค่ะ ที่เราเรียกว่า “ยูกาตะ”

ในปัจจุบัน ชุดยูกาตะเป็นชุดที่ใส่กันทั่วไปในฤดูร้อน เนื่องจากเนื้อผ้าใส่สบายระบายอากาศ แต่รู้หรือไม่ว่า ในสมัยก่อนชุดยูกาตะเป็นชุดที่คนญี่ปุ่นใช้ใส่กันตอนอาบน้ำ เราไปรู้จักประวัติความเป็นมาของชุดยูกาตะ ชุดญี่ปุ่นสีสันสดใสที่ไม่ว่าใครก็อยากจะลองใส่สักครั้งกันค่ะ

สมัยเฮอัน (ค.ศ. 794-1185)

ชุดยูกาตะสำหรับใส่ในโรงแรมแบบญี่ปุ่น(เรียวกัง)
ชุดยูกาตะสำหรับใส่ในโรงแรมแบบญี่ปุ่น (เรียวกัง)

จุดเริ่มต้นของชุดยูกาตะเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเฮอันพร้อมกันกับการแพร่หลายของโรงอาบน้ำสาธารณะ (เซ็นโต) ต้องบอกก่อนว่า ณ ตอนนั้น การอาบน้ำของคนญี่ปุ่นไม่ใช่การลงไปแช่น้ำเหมือนในปัจจุบันนะคะ แต่เป็นการอาบ “ไอน้ำ” โดยในโรงอาบน้ำ คนหลาย ๆ คนจะเข้าไปอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยไอน้ำด้วยกันเพื่อชำระล้างร่างกาย ซึ่งคนญี่ปุ่นจะใส่ชุดยูกาตะเข้าไปเพื่อป้องกันไอน้ำร้อน ๆ มาลวกผิว อีกทั้งยังสามารถใช้ดูดซับเหงื่อ และปกปิดร่างกายค่ะ วัสดุที่ใช้ในสมัยนั้นเป็นผ้าป่าน

สมัยอะสึชิโมโมยามะ (ค.ศ. 1573-1603)

ชุดยูกาตะสีคราม
ชุดยูกาตะสีคราม

ในสมัยอะสึชิโมโมยามะ ชุดยูกาตะกลายเป็นชุดที่ใส่หลังอาบน้ำเนื่องจากสามารถดูดซับเหงื่อได้ดีและลมถ่ายเทสะดวก เปรียบได้กับชุดคลุมอาบน้ำของตะวันตก แต่ ณ ตอนนั้น ผู้คนยังไม่ได้ใส่ยูกาตะออกมาเดินข้างนอกกันนะคะ อย่างมากก็ใส่เดินอยู่ในโรงอาบน้ำ วัสดุที่ใช้ก็กลายมาเป็นผ้าฝ้าย อีกทั้งสีของชุดยังเกิดจากการย้อมครามลงบนผ้าฝ้ายสีขาวเท่านั้นค่ะ

สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868)

ชุดยูกาตะใส่เดินเล่นในเทศกาลเต้นรำฤดูร้อน (บงโอโดริ)
ชุดยูกาตะใส่เดินเล่นในเทศกาลเต้นรำฤดูร้อน (บงโอโดริ)

ในสมัยเอโดะ ผู้คนเริ่มใส่ชุดยูกาตะออกมาเดินข้างนอกกัน และการใส่ชุดยูกาตะออกไปเดินเล่นในโอกาสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลเต้นรำในฤดูร้อน (บงโอโดริ) หรือการชมดอกไม้ได้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนนิยม นอกจากนี้ ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปยังใส่ชุดยูกาตะที่มีสีสันเพื่อเลียนแบบชุดอันโอ่อ่าที่นักแสดงคาบุกิใส่กันอีกด้วย ยุคนี้เองถือเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมยูกาตะสีสันสดใสในปัจจุบัน อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยูกาตะกลายเป็นที่นิยมก็คือ การปฏิรูปเท็นโป (天保の改革) ซึ่งเป็นการห้ามผู้คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและให้รู้จักมัธยัสถ์ ในช่วงนี้ผู้คนห้ามใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไหมซึ่งมีราคาแพง ส่งผลให้ชุดยูกาตะที่ทำจากผ้าฝ้ายได้รับความนิยม

สมัยเมจิ (ค.ศ. 1868-1912)

นักท่องเที่ยวในชุดยูกาตะ
นักท่องเที่ยวในชุดยูกาตะ

ชุดยูกาตะกลายเป็นชุดที่ใส่ในฤดูร้อนทั่วประเทศญี่ปุ่นในสมัยเมจิ ในสมัยนี้เทคโนโลยีการย้อมสีได้เปลี่ยนไปจากการย้อมครามด้วยมือเป็นการย้อมแบบชูเซ็น (注染) หรือการย้อมแบบหยอดสีลงไปตามแม่พิมพ์ (ตัวอย่างตามคลิปวิดีโอด้านล่าง) วิธีการย้อมแบบใหม่นี้ทำให้สามารถผลิตยูกาตะได้จำนวนมากขึ้น ได้สีสันและลวดลายหลายรูปแบบมากขึ้นอีกด้วย

ในปัจจุบัน ยูกาตะถือเป็นชุดติดบ้านที่ผู้หญิงญี่ปุ่นแทบทุกคนต้องมี หาซื้อได้ง่าย มีหลากหลายเฉดสีให้เลือก นอกจากนี้ ยังมีบริการเช่าชุดยูกาตะสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นอาสากุสะ หรือเกียวโต แถมยังมีนักท่องเที่ยวหลายคนติดใจในความงดงามถึงกับซื้อกลับมาเป็นของฝากด้วย เพื่อน ๆ คนไหนมีโอกาสไปญี่ปุ่นช่วงฤดูร้อน ก็อย่าลืมลองใส่ชุดยูกาตะเดินเล่นถ่ายรูปในเมืองสัมผัสบรรยากาศการเป็นหนุ่มสาวสมัยเอโดะกันได้ค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : yukatabunka
ผู้เขียน : monaka