เรื่องท้อๆ ของเซ็นอิทสึ ผู้ใช้ปราณอัสนีที่เปรียบเหมือนลูกท้อหลงฤดู

zenitsu feature img

สำหรับเพื่อนๆ แฟนคลับอนิเมะ Kimetsu no Yaiba (鬼滅の刃) เซ็นอิทสึน่าจะเป็นชื่อตัวละครที่มีเสียง “อี๊!!!! ย๊า!!!!” ออกมา แต่นอกจากเสียงกรี๊ดเสียดหูที่เราจำได้ขึ้นใจแล้ว สังเกตไหมเอ่ยว่าในฉากที่อธิบายถึงเบื้องหลังของเซ็นอิทสึมักจะมีผลไม้ชนิดหนึ่งให้เห็นอยู่เสมอ นั่นคือ “ลูกท้อ” นั่นเอง ลูกท้อเกี่ยวอะไรกับเซ็นอิทสึและเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงตัวละครนี้อย่างไร วันนี้เราจะมาดูความเชื่อมโยงที่น่าสนใจนี้กันค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์ที่อาจมีข้อผิดพลาดได้ ผู้เขียนขออภัยผู้อ่านล่วงหน้ามา ณ ที่นี้

ก่อนอื่นมาดูแนวคิดที่เป็นที่มาของปราณอัสนีกัน

zenitsu_01

ตามท้องเรื่อง Kimetsu no Yaiba ปราณอัสนีถือเป็นหนึ่งใน 5 ปราณหลักที่มีต้นกำเนิดจากปราณตะวันที่เป็นต้นกำเนิดของปราณทั้งหมด โดยปราณทั้ง 5 นี้ได้แก่ วารี เพลิง หินผา วายุ และอัสนีนั่นเอง ซึ่งแนวคิดที่เป็นที่มาของปราณทั้ง 5 นี้คือ “โกะได (五大)” แนวคิดปรัชญาของญี่ปุ่นที่ประกอบด้วย 5 ธาตุได้แก่ ดิน (地) น้ำ (水) ลม (風) ไฟ (火) และความว่างเปล่า (空) ที่ต่างแทนส่วนประกอบร่างกายและจิตวิญญาณของมนุษย์ และมักถูกใช้ในแนวคิดทางการแพทย์และศิลปะการต่อสู้ด้วย ถ้าเทียบปราณกับธาตุต่างๆ ในโกะไดแล้ว ดูเหมือนว่าปราณอื่นจะลงตัวหมดยกเว้นปราณอัสนีที่ไม่น่าเกี่ยวข้องกับความว่างเปล่า ถ้างั้นปราณอัสนีมาจากไหน?

ธาตุที่น่าจะเป็นที่มาของปราณอัสนีคือธาตุ “เหล็ก (金)” ในหวู่ชิง (五行) แนวคิดปรัชญาของจีนที่เป็นต้นแบบของโกะไดอีกที โดยธาตุในหวู่ชิงประกอบด้วย 5 ธาตุที่คล้ายกับโกะไดยกเว้น “เหล็ก” ที่ในโกะไดจะเป็น “ความว่างเปล่า” แทน ซึ่งคันจิของคำว่าเหล็กในหวู่ชิงคือคันจิเดียวกันกับคำว่า “ทอง” ซึ่งทองหรือสีเหลืองที่คล้ายกันนั้นเป็นทั้งสีผม สีเสื้อฮาโอริ และสีดาบของเซ็นอิทสึนั่นเอง ดังนั้นจึงเป็นได้ได้สูงว่าที่มาของปราณอัสนีคือธาตุเหล็กในหวู่ชิง

ลูกท้อ ผลไม้มงคลปราบยักษ์

แล้วลูกท้อมีความสำคัญอย่างไร? ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นลูกท้อเป็นผลไม้ที่ถูกกล่าวถึงในการกำจัดสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคล เช่นในตำนานการสร้างโลกของญี่ปุ่นที่เทพอิซานางิได้ลงไปที่ยมโลกตามเทพีอิซานามิภรรยาผู้ล่วงลับ แต่อิซานางิแอบเห็นร่างที่เน่าเปื่อยเป็นศพของอิซานามิและวิ่งหนีไปด้วยความกลัว ทำให้อิซานามิส่งกองทัพของยมโลกให้ไล่ตามอิซานางิไป แต่อิซานางิขว้างลูกท้อสามลูกออกไปเพื่อช่วยขับไล่ภูติแห่งยมโลกจนหนีออกมาได้ จึงเป็นที่มาของความเชื่อว่าลูกท้อเป็นผลไม้ที่ขับไล่สิ่งอัปมงคลและช่วยให้มีอายุยืนได้

อีกเรื่องเล่าหนึ่งที่คนไทยเราน่าจะรู้จักกันดีคือเรื่องของโมโมทาโร่ วีรบุรุษที่เกิดจากลูกท้อยักษ์และเดินทางไปปราบยักษ์นั่นเอง ดังนั้นการที่ลูกท้อถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในเรื่อง Kimetsu no Yaiba จึงเป็นการดึงมาจากความเชื่อเกี่ยวกับลูกท้อในฐานะผลไม้มงคลนั่นเอง แต่ทำไมอาจารย์ผู้เขียนถึงโยงลูกท้อไว้กับปราณอัสนีล่ะ?

เซ็นอิทสึ ตัวละครที่เปรียบเหมือนลูกท้อหลงฤดู

ตามแนวคิดของหวู่ชิง ธาตุแต่ละธาตุเป็นตัวแทนของแต่ละฤดูกาล โดยธาตุเหล็กที่เชื่อว่าเป็นต้นแบบของปราณอัสนีนั้นถูกใช้แทนฤดูใบไม้ร่วงที่เป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยว แต่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวของลูกท้อคือช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่เป็นช่วงฤดูร้อน ทำให้เมื่อมาถึงจุดนี้จะดูเหมือนยังไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างปราณอัสนีกับลูกท้อเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม ลูกท้อเป็นผลไม้ที่มีช่วงออกผลนาน โดยลูกท้อที่ออกผลช้าจะพร้อมเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนกันยายนจนถึงตุลาคม ซึ่ง…ใช่เลย! ตรงกับช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงพอดี!

และถ้ามองกลับมายังตัวละครเซ็นอิทสึ ธรรมชาติของลูกท้อที่ออกผลช้ากว่าฤดูกาลนี้ยังสะท้อนถึงการเติบโตของตัวละครเซ็นอิทสึด้วย ตั้งแต่ช่วงที่เซ็นอิทสึฝึกกับอาจารย์แต่ใช้ปราณได้แค่กระบวนท่าเดียวจนถูกรุ่นพี่ดูถูกและขว้างลูกท้อใส่ หรือช่วงที่เดินทางกับทันจิโร่และอิโนะสุเกะนั้นเซ็นอิทสึก็ดูมีความเป็นเด็กขี้กลัวอยู่เมื่อเทียบกับเพื่อน ถึงอย่างนั้น แม้เจ้าตัวจะรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่ไม่เอาไหนและต้องไล่ตามเพื่อนให้ทัน แต่หลายครั้งที่ผู้อ่าน คนดู และตัวละครอื่นๆ ได้เห็นความสามารถของเซ็นอิทสึที่ซ่อนอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลย

zenitsu_04

“ร้องไห้ได้ จะวิ่งหนีก็ได้ ขอแค่อย่ายอมแพ้” คือคำพูดของอาจารย์ที่กล่าวไว้กับเซ็นอิทสึซึ่งกำลังร้องไห้ด้วยความท้อที่ตนเองฝึกไม่ถึงไหนเสียที อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เซ็นอิทสึอดทนกับการฝึกสุดโหด ไปจนถึงช่วงเวลาที่ได้เดินทางกับพวกทันจิโร่ต่างเป็นช่วงเวลาที่พาให้เซ็นอิทสึเติบโตจนเป็นผู้ใช้ปราณที่สักวันจะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการต่อสู้กับอสูร เหมือนลูกท้อหลงฤดูที่มาช้าแต่ก็ยังสามารถปราบยักษ์และสิ่งอัปมงคลทั้งหลายได้นั่นเอง