นักเขียนต้นแบบตัวละครใน Bungou Stray Dogs: พอร์ตมาเฟีย

bungou port mafia

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังติดตามอนิเมะเรื่อง Bungou Stray Dogs (文豪ストレイドッグス) หลายคนคงสังเกตได้ตั้งแต่ตอนแรกของเรื่องเลยว่าเรื่องนี้มีการนำชื่อนักเขียนคนสำคัญของญี่ปุ่นมาใช้เป็นชื่อตัวละครต่างๆ ในเรื่องกัน เท่านั้นยังไม่พอ อาจารย์อาซางิริ คาฟกา (朝霧カフカ) ผู้แต่งยังนำงานเขียนสำคัญของนักเขียนแต่ละคนมาเป็นชื่อความสามารถพิเศษ (異能力) ของตัวละครแต่ละคนด้วย

ในบทความนี้เราจะมาเทียบตัวละครฝั่งพอร์ตมาเฟีย (ポートマフィア) กับนักเขียนและผลงานวรรณกรรมที่เป็นต้นแบบตัวละครนั้นๆ กัน! ส่วนใครอยากอ่านของตัวละครฝั่งสำนักงานนักสืบบุโซก็ตามอ่านได้ที่อีกบทความนึงเลยค่ะ

อาคุตากาวะ ริวโนสุเกะ (芥川龍之介)

bungou akutagawa ryunosuke

อาคุตากาวะ ริวโนสุเกะเป็นหนึ่งในสมาชิกของพอร์ตมาเฟียที่ควบคุมท่าเรือของเมืองโยโกฮามะ อาคุตากาวะมีฝีมือที่ร้ายกาจทำให้แม้แต่คนในสำนักงานนักสืบบุโซเองก็ต้องหลีกเลี่ยงการปะทะกับเขา หรือต่อให้เผชิญหน้ากันก็ต้องหนีเอาตัวรอดเป็นอย่างแรก อย่างไรก็ตาม อาคุตากาวะมีความยึดติดกับดาไซ โอซามุที่เป็นหนึ่งในสมาชิกสำนักงานนักสืบฯ อยู่เหมือนกัน

ประวัตินักเขียน: อาคุตากาวะ ริวโนสุเกะ (1892-1927) สนใจในวรรณกรรมตั้งแต่วัยเด็กโดยเฉพาะวรรณกรรมจีนและผลงานของนัตสึเมะ โซเซกิ (夏目 漱石) และโมริ โอไง (森 鷗外) แม้ว่าผลงานเรื่องสั้นเรื่องแรก “ราโชมอน (羅生門)” ของเขาจะไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ผลงานเรื่องสั้นเรื่องต่อมา “จมูก (鼻)” ได้รับความนิยมมากและสร้างชื่อเสียงให้กับเขาเป็นเรื่องแรก ด้วยความเชื่อของเขาว่าวรรณกรรมควรเป็นสิ่งที่เป็นสากลและสามารถเชื่อมวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันได้ ทำให้ผลงานเรื่องสั้นของเขาได้รับความนิยมจนเขาได้รับฉายาว่า “บิดาแห่งเรื่องสั้น” แต่น่าเสียดายที่อาคุตากาวะ ริวโนสุเกะฆ่าตัวตายด้วยวัยเพียง 35 ปีเนื่องจากความทุกข์ทรมานทางจิตใจ การตายของอาคุตากาวะส่งผลกระทบต่อนักเขียนรุ่นน้องอย่างดาไซ โอซามุเป็นอย่างมาก

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของอาคุตากาวะ “ราโชมอน” มาจากเรื่องสั้นเรื่องแรกของอาคุตากาวะ ริวโนสุเกะที่เล่าเรื่องชายคนรับใช้คนหนึ่งที่มาพักใต้ซุ้มประตูราโชมอนซึ่งเป็นที่ทิ้งศพ ที่นั่น ชายคนรับใช้เจอหญิงชราคนหนึ่งกำลังถอนผมจากศพเพื่อนำไปขาย ตอนนั้นเองเขาจึงตัดสินใจเป็นขโมยและฉวยเอาชุดกิโมโนจากหญิงชรามาแล้ววิ่งจากไป โดยเขาได้นำกิโมโนนั้นไปขายเพื่อความอยู่รอด

ฮิกุจิ อิจิโย (樋口一葉)

bungou higuchi ichiyo

ฮิกุจิ อิจิโยเป็นรุ่นน้องของอาคุตากาวะ ริวโนสุเกะในพอร์ตมาเฟียและคอยติดตามอาคุตากาวะมาตลอดในฐานะผู้ช่วยและบอดี้การ์ด แม้จะไม่ได้เห็นว่าฮิกุจิมีความสามารถพิเศษอะไร แต่ที่แน่ๆ ฮิกุจิถือว่ามีฝีมือยิงปืนชั้นเยี่ยม ถึงจะถูกอาคุตากาวะดุอยู่บ่อยครั้ง แต่ฮิกุจิก็ยังชื่นชมอาคุตากาวะเป็นอย่างมาก

ประวัตินักเขียน:  ฮิกุจิ อิจิโย (1872-1896) เป็นนามปากกาของฮิกุจิ นัตสึ (樋口 奈津) นักเขียนหญิงในสมัยเมจิ  แม้ว่าผลงานของเธอจะมีอยู่น้อยเนื่องจากฮิกุจิ อิจิโยเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น แต่ผลงานแต่ละเรื่องของเธอก็ยังคงทรงอิทธิพลในวรรณกรรมญี่ปุ่นปัจจุบัน และด้วยการใช้ภาษาญี่ปุ่นคลาสสิกในงานเขียนทำให้งานเขียนของฮิกุจิ อิจิโยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้หลายคนไม่กล้าแปลงานเขียนของเธอเป็นภาษาญี่ปุ่นปัจจุบัน ผลงานของเธอจึงนับว่าอ่านยากสำหรับคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: เนื่องจากความสามารถพิเศษของฮิกุจิ อิจิโยนั้นไม่ปรากฏในเรื่อง Bungou Stray Dogs เราจึงยังไม่เห็นชื่อผลงานไหนของฮิกุจิ อิจิโยปรากฏในเรื่อง แต่หากพูดถึงผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดเรื่องหนึ่งคงไม่พ้นเรื่องทาเคะคุราเบะ (たけくらべ) ซึ่งเป็นเรื่องสั้นเกี่ยวกับการเติบโตจากวัยเด็กสู่ผู้ใหญ่ของเด็กกลุ่มหนึ่งที่ถูกเขียนเรียบเรียงไว้ได้อย่างสวยงาม

ฮิโรสึ ริวโร (広津 柳浪)

bungou hirotsu ryuro

ฮิโรสึ ริวโรเป็นหัวหน้าหน่วยกิ้งก่าดำ (黒蜴) ซึ่งอยู่ใต้สังกัดของฮิกุจิ อิจิโยและอาคุตากาวะ ริวโนสุเกะ แม้ว่าเขาจะเป็นชายชราที่ดูเป็นสุภาพบุรุษแต่ความโหดเหี้ยมของเขานั้นมาทั้งในรูปแบบของคำพูดและการกระทำต่อทั้งศัตรูและสมาชิกพอร์ตมาเฟียด้วยกัน ความสามารถพิเศษของฮิโรสึ “สึบากิร่วงโรย” เป็นความสามารถที่สร้างคลื่นแรงกระแทกใส่เป้าหมายที่เขาสัมผัสได้

ประวัตินักเขียน: ฮิโรสึ ริวโร (1861-1928) เป็นนามปากกาของฮิโรสึ นาโอโตะ (広津直人) นักเขียนผู้บุกเบิกนิยายโศกนาฏกรรม (悲惨小説) ในวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น เขาทำงานร่วมกันกับโอซากิ โคโย (尾崎紅葉) ในกลุ่มนักเขียนชื่อเค็นยูฉะ (硯友社)

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: สำหรับผลงานของฮิโรสึ ริวโรที่ปรากฏในอนิเมะมีทั้งหมด 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือ “กิ้งก่าดำ” ซึ่งกลายเป็นชื่อหน่วยของฮิโรสึ  ริวโรในเนื้อเรื่องนั่นเอง ส่วนความสามารถพิเศษ “สึบากิร่วงโรย (落椿)” นั้นมาจากนิยายที่มีชื่อเดียวกัน โดยเป็นนิยายแนวโศกนาฏกรรมที่เล่าเรื่องด้านมืดและการดิ้นรนของสังคมชนชั้นล่าง

นากาฮาระ ชูยะ (中原中也)

bungou nakahara chuuya

นากาฮาระ ชูยะเป็นหนึ่งในผู้บริหารของพอร์ต มาเฟีย แม้จะมีรูปร่างเล็กแต่เขาเป็นถึงนักสู้มือเปล่าอันดับหนึ่งขององค์กรทีเดียว ชูยะไม่ถูกกับดาไซอย่างแรงและมักถูกอีกฝ่ายจิกกัดเรื่องรสนิยมหมวกและส่วนสูงอยู่เสมอ ความสามารถพิเศษ “แด่ความเศร้าที่แปดเปื้อน” เป็นพลังที่ให้ชูยะสามารถควบคุมแรงโน้มถ่วงได้จนถึงขั้นสร้างสิ่งที่คล้ายกับหลุมดำได้ทีเดียว

ประวัตินักเขียน:  นากาฮาระ ชูยะ (1907-1937) เป็นนักกวีในสมัยโชวะ แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักกวีในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผลงานบทกลอนของเขาได้ถูกนำมาใช้เป็นเนื้อเพลงอยู่หลายเพลง ทำให้ผลงานของเขาเป็นที่รู้จักผ่านบทเพลงเป็นส่วนใหญ่ เช่นเพลง Yagi no Uta (山羊の歌) เป็นต้น

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง:  ความสามารถพิเศษของนากาฮาระ ชูยะ “แด่ความเศร้าที่แปดเปื้อน (汚れっちまった悲しみに) ” มาจากบทกลอนหนึ่งของนากาฮาระ ชูยะที่มีชื่อเดียวกัน ตัวเนื้อหาของบทกลอนนั้นสามารถตีความได้หลายแบบมาก แต่โดยหลักแล้วเนื้อหาจะเป็นการพรรณนาถึงความเศร้าที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเยียวยาได้

คาจิอิ โมโตจิโร (梶井基次郎)

bungou kajii motojiro

คาจิอิ โมโตจิโรเป็นมือระเบิดของพอร์ตมาเฟียและนักวิทยาศาสตร์ที่หลงใหลการทำวิจัยและทำระเบิด ซึ่งบางครั้งถึงขั้นหมกมุ่นก็ว่าได้ มีครั้งหนึ่งที่เขามัวแต่โต้รุ่งเพื่อทำระเบิดไปสู้กับสำนักงานนักสืบฯ จนลืมใส่กางเกงในมาแล้ว ความสามารถพิเศษ “เลมอนเนด (檸檬爆弾)” ทำให้คาจิอิไม่ได้รับอันตรายใดๆ จากระเบิดรูปเลมอนที่เขาทำขึ้นเอง

ประวัตินักเขียน: คาจิอิ โมโตจิโร (1901-1932) เป็นนักเขียนในช่วงต้นสมัยโชวะ แม้ผลงานของเขาจะมีไม่มากเนื่องจากเขาเสียชีวิตในวัยเพียง 31 ปี แต่ผลงานเรื่องสั้นของเขาก็ยังคงได้รับความนิยมและคำชื่นชมจนถึงทุกวันนี้ เช่น “เลมอน (檸檬) ” และ “ใต้ต้นซากุระ (櫻の樹の下には)” ที่มีเทคนิคการบรรยายเรื่องราวที่มีเสน่ห์น่าติดตาม รวมถึงเป็นการเล่าเรื่องในลักษณะที่ตัวละครย้อนมองความคิดของตนเอง

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษ “เลมอนเนด” มาจากเรื่องสั้นเรื่อง “เลมอน” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “ฉัน” (เรื่องนี้เล่าโดยใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง) ซึ่งรู้สึกไม่สบายใจและไม่พอใจในสิ่งที่ตนเคยพอใจมาก่อน วันหนึ่ง “ฉัน” ไปที่ร้านผลไม้แห่งหนึ่งและซื้อเลมอนลูกหนึ่งที่รู้สึกถูกใจมา จากนั้น “ฉัน” ก็นำเลมอนไปวางไว้ที่ร้านมารุเซน (丸善) ซึ่งเป็นร้านโปรดของเขาแล้วจินตนาการถึงภาพที่เลมอนลูกนั้นกลายเป็นระเบิดที่ทำลายร้านนั้นจนไม่เหลือชิ้นดี ซึ่งความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกพอใจอย่างประหลาด หลังจากผลงานเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ออกมา ทางร้านมารุเซนซึ่งมีอยู่จริงก็เจอกับเหตุการณ์ที่คนนำผลเลมอนมาวางทิ้งไว้ที่ร้านอย่างไม่เว้นวันจนต้องหยุดเปิดร้านไป

โมริ โอไง (森鴎外)

bungou mori ougai

โมริ โอไงเป็นบอสของพอร์ตมาเฟียซึ่งลูกน้องทุกคนล้วนเคารพยำเกรง แม้บางทีเขาจะดูเป็นอดีตหมอที่ซุ่มซ่ามทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาคือบอสที่เย็นชาและไร้ความปราณีต่อศัตรู โมริมักจะมีเด็กหญิงปริศนาชื่อเอลิสอยู่ด้วยเสมอซึ่งเขามักขอให้เธอใส่เสื้อผ้าที่เขาซื้อมาให้และคอยเอาใจเอลิสเต็มที่

ประวัตินักเขียน: โมริ โอไง (1862-1922) หรือชื่อจริงคือ โมริ รินทาโร (森 林太郎) เป็นทั้งรองผู้บัญชาการกองทัพญี่ปุ่น หมอ นักกวี และนักเขียนของญี่ปุ่น หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านการแพทย์ที่เยอรมนีเขาก็ได้เดินทางกลับญี่ปุ่นและทุ่มเทให้กับงานเขียน โดยมีทั้งบทความ บทกวี นิยาย และงานแปลมากมายที่ยังได้รับความนิยมในปัจจุบัน

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของโมริ โอไง “Vita Sexualiis (ヰタ・セクスアリス) ” มาจากนิยายอีโรติกของโมริ โอไงที่มีชื่อเดียวกัน โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงจากเด็กที่ไร้เดียงสาสู่ผู้ใหญ่ของตัวละครที่หลงเข้าไปอยู่ในย่านเที่ยวกลางคืน

โอซากิ โคโย (尾崎 紅葉)

bungou ozaki kouyou

โอซากิ โคโยหรือที่ดาไซและชูยะมักเรียกว่า “อาเจ๊” ​เป็นหนึ่งในผู้บริหารของพอร์ตมาเฟียและเป็นอดีตผู้ดูแลอิสุมิ เคียวกะ (泉鏡花) ทั้งโอซากิ โคโยและเคียวกะมีความคล้ายคลึงกันทั้งในเรื่องการแต่งกายที่มักเป็นชุดกิโมโนทั้งคู่ รวมถึงความสามารถพิเศษที่มีรูปร่างเป็นอสูรในชุดกิโมโนที่มีดาบเป็นอาวุธ แม้จะแยกสังกัดกันแล้ว แต่โอซากิ โคโยยังเป็นห่วงและคอยดูแลเคียวกะอยู่เหมือนเดิม

ประวัตินักเขียน: โอซากิ โคโย (1868-1903) เป็นนามปากกาของโอซากิ ทาคุทาโร (尾崎 徳太郎) นักเขียน นักกวีและอาจารย์ของอิสุมิ เคียวกะผู้ถอดแบบสไตล์การเขียนมาจากเขา (รวมถึงการนำชื่อผู้หญิงมาตั้งเป็นนามปากกาด้วย)

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของโอซากิ โคโย “อสูรสีทอง (金色夜叉)” อิงมาจากนิยายที่มีชื่อเดียวกัน อสูรสีทองเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ถูกคนรักหักหลังด้วยเรื่องเงินๆ ทองๆ ทำให้เขาปิดกั้นตัวเองและใช้ชีวิตเพื่อเงิน โดยทั้งเรื่องนี้เป็นการแสดงถึงความขัดแย้งระหว่างความรักกับเงิน

ยูเมะโนะ คิวซาคุ (夢野 久作)

bungou yumeno kyusaku

แม้ว่ายูเมะโนะ คิซาคุจะดูเหมือนเด็กชายทั่วไปแต่เขาก็เป็นถึงหนึ่งในสมาชิกของพอร์ตมาเฟีย ยูเมะโนะ คิวซาคุมักพกตุ๊กตาที่น่ากลัวไม่แพ้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาอยู่เสมอ ซึ่งใครก็ตามที่ทำให้เขาบาดเจ็บจะถูกเขาควบคุมจิตใจและสร้างภาพหลอนได้

ประวัตินักเขียน: ยูเมะโนะ คิวซาคุ (1889-1936) เป็นนามปากกาของสุกิยามะ ไทโด (杉山泰道)   ก่อนจะเป็นนักเขียนยูเมะโนะ คิวซาคุเคยทั้งบวชพระ ทำงานเกี่ยวกับละครโน (能楽) และเป็นนักข่าวอิสระของหนังสือพิมพ์นิชินิปปง (西日本新聞) มาก่อนค่ะ สำหรับงานเขียนของเขามีหลายแนวมาก ไม่ว่าจะเป็นแนวสืบสวนสอบสวน วิทยาศาสตร์ และสยองขวัญ

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของยูเมะโนะ คิวซาคุ “โดกรา มากรา (ドグラ・マグラ)” มาจากนิยายที่มีชื่อเดียวกัน โดกรา มากราเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุเระ อิจิโร (呉 一郎) ที่ตื่นขึ้นมาในแผนกจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยคิวชู (九州帝国大学精神病科) โดยไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับอดีตของเขา ศาสตราจารย์วากาบายาชิ เคียวทาโร (若林 鏡太郎) อาจารย์ประจำแผนกบอกอิจิโรว่าเขาถูกศาสตราจารย์มาซากิ เคชิ (正木 敬之)ใช้เป็นหนูทดลองยาตัวใหม่และเขาได้ฆ่าคนไปแล้วเจ็ดคน รวมถึงแม่และคู่หมั้นของเขาเอง เพื่อไขปริศนานี้เขาจึงต้องรวบรวมหลักฐานและข้อมูลต่างๆ โดยมีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อโดกรา มากราซึ่งเขียนโดยผู้ป่วยทางจิตคนหนึ่งเป็นกุญแจสำคัญ

โอดะ ซาคุโนะสุเกะ (織田 作之助)

bungou oda sakunosuke

ดาไซบรรยายถึงโอดะ ซาคุโนะสุเกะว่าเป็นคนที่ใจดีและพูดคำไหนคำนั้น และเขายังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในพอร์ตมาเฟียที่ไม่เคยฆ่าใครเลย ทำให้บางคนคิดว่าเขาไม่ได้เป็นคนที่มีความสามารถ แต่จริงๆ แล้วโอดะเป็นคนมีฝีมือที่ดาไซชื่นชมเป็นอย่างมาก สำหรับชีวิตนอกพอร์ตมาเฟียนั้น โอดะรับเด็กกำพร้าจำนวนหนึ่งมาเลี้ยงดูไว้ และมีของโปรดคือข้าวแกงกะหรี่ที่เผ็ดมากๆ ความสามารถพิเศษของโอดะ “ไร้ที่ติ” เป็นความสามารถที่ทำให้โอดะสามารถมองเห็นอนาคตอันใกล้ได้

ประวัตินักเขียน: โอดะ ซาคุโนะสุเกะ (1913-1947) เป็นนักเขียนที่มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มนักเขียนประเภท “บุไรฮะ (無頼派)” ซึ่งเป็นกลุ่มนักเขียนที่ความไร้จุดหมายและวิกฤตในทางอัตลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่ะ นักเขียนอีกคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากดาไซ โอซามุนั่นเอง แม้ว่าในช่วงชีวิตเขาจะถูกแบนผลงานอยู่หลายเรื่องก็ตาม แต่หลังจากที่โอดะเสียชีวิตก็มีการนำผลงานของเขามาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายเรื่องด้วยกัน เช่นเรื่อง Meoto Zenzai (夫婦善哉)

งานเขียนที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง: ความสามารถพิเศษของโอดะ ซาโนะสุเกะ “ไร้ที่ติ (天衣無縫) ” มาจากผลงานที่มีชื่อเดียวกัน โดยเป็นเรื่องที่เล่าถึงชีวิตแต่งงานของมาซาโกะ (政子) กับสามีชื่อคารุเบะ (軽部) แม้ว่าคารุเบะจะยืมเงินชาวบ้านอยู่เป็นประจำแต่ก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ดูไร้ที่ติจนทำให้ไม่มีใครเกลียดเขาลงค่ะ

เท่านี้ก็จบกันไปแล้วกับตัวละครหลักฝั่งพอร์ตมาเฟียและนักเขียน-งานวรรณกรรมที่เป็นต้นแบบในการสร้างตัวละครนั้นๆ หวังว่าเรื่อง Bungou Stray Dogs นี้จะเป็นหนึ่งในสิ่งที่จุดประกายให้เพื่อนๆ สนใจงานเขียนของนักเขียนชาวญี่ปุ่นมากขึ้นนะคะ

ส่วนใครที่สนใจอ่านผลงานเขียนของนักเขียนแต่ละท่านในฉบับภาษาญี่ปุ่น สามารถหาอ่านบางส่วนได้ในเว็บไซต์ห้องสมุดออนไลน์ Aozora Bunko (青空文庫)