4 เหตุผลที่ควรดู Jujutsu Kaisen 0 ปฐมบทแห่งศึกไสยเวท

จูจูสึ ไคเซน 0

สำหรับยุคนี้ หากจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ กับอนิเมะและมังงะเรื่อง “Jujutsu Kaisen” หรือชื่อภาษาไทยว่า “มหาเวทย์ผนึกมาร” ที่กระแสแรงดีไม่มีตก และยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ได้เป็น 1 ในอนิเมะยอดนิยมที่ตีคู่มากับอนิเมะชื่อดังแห่งยุคอย่าง Kimetsu no Yaiba, My Hero Academia และเรื่องอื่นๆ

ในส่วนของมังงะ “Jujutsu Kaisen” เขียนโดยอาจารย์ Gege Akutami เป็นมังงะที่ได้ตีพิมพ์ใน “Weekly Shonen Jump” ตั้งแต่ปี 2018 ได้กระแสตอบรับที่ดีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับเรื่อง Jujutsu Kaisen นี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีความสามารถ ใช้วิชาคุณไสยในการปัดเป่าวิญญาณ คำสาปต่างๆ เพื่อรักษาสมดุลในโลกปัจจุบัน แต่ละคนจะมีความสามารถในการใช้พลังไสยเวทที่แตกต่างกัน จึงเป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจของเรื่องด้วย ในเรื่องเราจะได้เห็นทั้งมิตรภาพ ความพยายาม และเป้าหมายต่างๆ ของตัวละคร การต่อสู้กันระหว่างผู้ใช้คุณไสยกับวิญญาณคำสาปและนักสาปแช่งที่เป็นตัวร้ายของเรื่อง รวมถึงจะได้เห็นเสน่ห์ของตัวละครที่หากยิ่งรู้จักมากขึ้นจะยิ่งเลือกเมนไม่ได้ (แหะ ^-^”)

จูจูสึไคเซน

ทีนี้มาพูดถึง “Jujutsu Kaisen The Movie 0” ที่กำลังจะฉายลงจอภาพยนตร์บ้านเราวันที่ 23 มิถุนายนตร์นี้กันดีกว่า ว่าทำไมภาคนี้จึงได้รับกระแสตอบรับที่ญี่ปุ่นอย่างล้นหลาม มีอะไรน่าสนใจบ้าง? แล้วคนที่ไม่เคยดูเรื่องนี้มาก่อนจะรู้เรื่องกับเขาไหม? เราจะมาไขข้อข้องใจส่วนนี้ ให้เพื่อนๆ ได้ตัดสินใจกันค่ะ

สำหรับ “Jujutsu Kaisen The Movie 0” นี้บอกได้เลยว่ากระแสตอบรับที่ญี่ปุ่นนั้นเรียกได้ว่าทำรายได้แบบถล่มทลาย ชนิดที่ทำให้สงสัยได้เลยว่า “ขนาดนั้นเลยเหรอ?” “สาวก JJK เยอะขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?” เพราะสามารถกวาดรายได้กว่า 1,622 ล้านเยน และมีจำนวนผู้ชมมากถึง 1,136,000 คนเลยทีเดียว ต่อมาเรามาดูเหตุผลที่ว่าเพราะอะไร มูฟวี่ภาคนี้จึงน่าดูกันเถอะ

1. เหตุการณ์ในมูฟวี่เกิดขึ้นก่อนภาคหลัก ทำให้เข้าใจภูมิหลังของตัวละครและเรื่องราวมากขึ้น

เนื้อเรื่องในมูฟวี่ภาคนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนเนื้อเรื่องหลักที่อยู่ใน Jujutsu Kaisen ฉบับมังงะและอนิเมะ เรียกว่าเป็น ต้นกำเนิดของเรื่องก่อนที่ตัวเอกอย่างอิตาโดริ ยูจิ จะปรากฎตัวเสียอีก และด้วยความที่เป็นเนื้อหาที่แตกต่างจากฉบับมังงะและอนิเมะแต่สามารถดำเนินเรื่องจนจบได้ภายในมูฟวี่ตอนเดียว แม้คุณจะไม่เคยรู้จักเรื่องนี้มาก่อน ก็ยังสามารถสนุกไปกับมูฟวี่ภาคนี้ได้ไม่ยาก แถมหากอยากติดตามต่อก็ยังสามารถไปดูฉบับอนิเมะได้แบบที่ไม่งงอีกด้วย หรือถ้าใครที่เคยดูเนื้อเรื่องหลักมาก่อน ก็จะยิ่งเข้าใจเรื่องราว ความสัมพันธ์ตัวละครใน Jujutsu Kaisen ได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

2. พระเอกของเรื่องที่ไม่เคยปรากฎในอนิเมะมาก่อนคนนี้ เขาคือใคร?

อคคตสึ ยูตะ
อคคตสึ ยูตะ ชายปริศนาผู้ไม่เคยปรากฎตัวในเนื้อเรื่องหลัก

แค่นี้ก็ชวนสงสัยใคร่รู้จนอยากจะไปดูแล้ว เพราะในมังงะหรืออนิเมะนั้นมีการกล่าวถึงชื่อ “อคคตสึ ยูตะ” อยู่บ้าง แต่ไม่เคยมีใครได้เห็นเขาจริงๆ จังๆ สักที น่าจะมีผู้อ่านไม่น้อยที่สงสัยว่าเขาเป็นใครกันนะ ถึงจะดูเป็นคนสำคัญ แต่กลับกล่าวมาแค่นั้นเองหรือ? และด้วยความที่ตัวเอกหลักในเรื่องอย่าง อิตาโดริ ยูจิ ไม่ได้มาอยู่ในมูฟวี่ แต่กลับเป็น อคคตสึ ยูตะ ชายปริศนาผู้ติดอยู่ในความสงสัยของใครหลายๆ คนมาปรากฎตัวในฐานะตัวเอกหลักของมูฟวี่ภาคนี้ ทำให้ได้รับความสนใจพอสมควร

ในภาคนี้จะกล่าวถึงเรื่องราวของ อคคตสึ ยูตะ ก่อนจะเข้ามาเรียนที่โรงเรียนไสยเวท ว่ามีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไรบ้าง ตัวยูตะเองที่เคยไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ทำไมถึงถูกชักชวนให้เข้าโรงเรียน แล้วบทสรุปสุดท้ายของตัวเขาเองจะเป็นอย่างไร เราจะได้ทราบกันใน Jujutsu Kaisen The Movie 0

3. ถึงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณไสย วิญญาณ คำสาป แต่ไม่ใช่แนวสยองขวัญนะ!

ถึงจะเกริ่นไปว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ใช้คุณไสย, พลังไสยเวท, วิญญาณคำสาป, นักสาปแช่งต่างๆ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยชมอนิเมะเรื่องนี้มาก่อน อาจจะคิดว่าทำไมเรื่องราวมันดูดาร์คและน่ากลัวอย่างนี้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ อิมเมจของเรื่องนั้นค่อนข้างแตกต่างจากความหมายที่เราเข้าใจกันมากทีเดียว หลักๆ แล้วจะเป็นเรื่องในวัยเรียนคล้ายๆ กับเรื่องอื่นทั่วไป แต่แตกต่างตรงที่เป็นกลุ่มนักเรียนที่มีความสามารถในการใช้วิชาคุณไสย มาเข้าเรียนในโรงเรียนไสยเวทเพื่อเรียนรู้การใช้พลังของตนในการปัดเป่าวิญญาณคำสาป ไปพร้อมๆ กับการปฏิบัติภารกิจเพื่อให้ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ใช้คุณไสยในระดับสูงอีกด้วย

นอกจากนี้ แนวความคิดเรื่องคำสาปที่เกิดจากความคิดด้านลบของมนุษย์จนทำให้เกิดเป็นวิญญาณคำสาปออกฆ่าคน หรือการสาปแช่งผู้อื่นโดยที่ไม่ตั้งใจนั้นเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่ แต่ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับสังคมปัจจุบันอยู่พอสมควร ซึ่งจะทำให้เราสามารถนึกภาพตามได้ และทำให้อินไปกับเนื้อเรื่องได้มากขึ้นอีกด้วย

และยังบอกได้เลยว่า ทุกตัวละครนั้นมีเสน่ห์และความเท่ รวมถึงเรื่องราวความเพี้ยนเกินคาด ทำให้เรื่องนี้สนุกและน่าติดตามต่อเป็นอย่างมาก เราจะได้เห็นทั้งมิตรภาพและการเติบโตของตัวละครที่กำลังทำตามเป้าหมายของตน ทำให้อดเอาใจช่วยไม่ได้เลยล่ะค่ะ

4. อาจารย์โกะโจ ผู้เป็นตำนานที่พร้อมจะตกทุกคนเข้าด้อม

โกะโจ
โกโจะ ซาโตรุ อาจารย์สุดหล่อเท่ที่พร้อมจะตกทุกคนเข้าด้อม

“เพราะผมเก่งยังไงล่ะ” ประโยคคำพูดมั่นหน้าจนน่าหมั่นไส้ แต่เหล่าสาวก JJK ต่างก็ให้อภัยเพราะพี่แกหล่อเท่และเก่งสุดๆ ระดับหาใครทัดเทียมจริงๆ กับอีกตัวละครที่มีชื่อว่า “โกะโจ ซาโตรุ” คนนี้ นอกจากสีผมและสีตาแล้ว ยังมีความสามารถที่โดดเด่น จึงทำให้เป็นเคารพของนักเรียนทุกคน (รึเปล่า?) ถึงอาจารย์โกะโจสุดหล่อและแสนเท่คนนี้จะเพี้ยนจนนักเรียนบางคนยังเอือมระอา แต่เขาก็เป็นคนที่หวง และห่วงลูกศิษย์ของตนเองแบบสุดๆ เขาคนนี้เองก็มีเป้าหมายสูงสุดในการเปลี่ยนระบบสังคมของผู้ใช้คุณไสยให้ดีขึ้น จึงเฝ้าสอนลูกศิษย์ให้โตมาในทิศทางที่ถูกต้อง (เท่มากใช่ไหมล่ะ!) สำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้จักกับ Jujutsu Kaisen สามารถไปทำความรู้จักกับอาจารย์โกะโจในภาคนี้ก่อนได้ค่ะ

ได้รู้จักกับ “Jujutsu Kaisen” หรือ “มหาเวทย์ผนึกมาร” กันไปคร่าวๆ พอหอมปากหอมคอแล้ว บอกเลยว่าถ้าคุณได้ไปชมมูฟวี่ภาคนี้จะยิ่งทำให้ได้รู้จักกับตัวละครอื่นๆ ในมุมมองที่แตกต่างจากภาคอนิเมะกันอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น มูฟวี่ภาคนี้ได้รับแรงสนับสนุนหลักจากบริษัทผลิตอนิเมชั่นอย่าง “MAPPA” ทำให้ได้ภาพสวย คุณภาพสูง ช่วยดึงดูดให้ฉากต่างๆ มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น รวมถึงเพลงประกอบที่เข้ากันกับเนื้อเรื่องแบบสุดๆ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้เองที่ทำให้ Jujutsu Kaisen The Movie 0 นี้เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมที่น่าชมเป็นอย่างยิ่งเลย

 

สรุปเนื้อหาจาก cinema.ne.jp

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save