รู้หรือไม่!? “ดาบพิฆาตอสูร” ไม่ใช่การ์ตูนยอดขายดีที่สุดของโชเน็นจัมป์

ถ้าพูดถึงการ์ตูนที่ฮอตฮิตที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร” (Demon Slayer) ที่กวาดรายได้ทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่นอย่างถล่มทลาย เป็นการ์ตูนในดวงใจของผู้คนหลากหลายช่วงวัยตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ดาบพิฆาตอสูรตีพิมพ์ลงนิตรสาร “โชเน็นจัมป์” (Weekly Shōnen Jump) หนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีและยอดขายที่สูงลิ่ว แต่ดาบพิฆาตอสูรกลับไม่ใช่ผลงานที่มียอดขายสูงที่สุดของโชเน็นจัมป์! อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยคะ ว่าผลงานเรื่องไหนที่ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งของโชเน็นจัมป์ พร้อมแล้วตามมาดูกันเลย!

อนิเมะสุดฮิตแห่งยุคกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น

“ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์” (Demon Slayer: Infinity Train) เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากมังงะที่ทำรายได้มากที่สุดในตารางภาพยนตร์ญี่ปุ่น แซงหน้า “มิติวิญญาณมหัศจรรย์” (Spirited Away) ผลงานของ Studio Ghibli ที่รั้งอันดับ 1 ในตารางมากว่า 20 ปี ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่ ใช้เวลาเพียงแค่ 2 เดือนหลังเปิดตัวทำรายได้แซงผลงานมาสเตอร์พีชของ Studio Ghibli ที่ใช้เวลาถึง 7 เดือนกว่าจะขึ้นอันดับหนึ่งในตาราง เมื่อต้นปีค.ศ. 2021 กินทามะ THE FINAL (Gintama: The Final) ได้เข้าโรงภาพยนตร์ โดยมีการคาดการณ์ว่าคุณกินอาจจะโค้นแชมป์ทันจิโร่ก็เป็นได้…

ผู้เชี่ยวชาญในวงการภาพยนตร์และบรรณาธิการการ์ตูนกล่าวว่า รายได้ของดาบพิฆาตอสูรยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ากินทามะจะขึ้นมาครองตำแหน่งภาพยนตร์ที่ทำรายได้ดีที่สุดประจำสัปดาห์ แต่ก็ทำได้เพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น นอกจากภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามแล้ว มังงะต้นฉบับก็ขายดีไม่แพ้กัน โดยมียอดขายรวมทั้ง 23 เล่มอยู่ที่ 120 ล้านเล่ม ยอดขายสินค้าคอลแลบบอเรชั่น อย่างเช่น กาแฟ กระเป๋า ช็อกโกแลต หรือหมากฝรั่งที่มีหน้าทันจิโร่หรือเนซึโกะจัง ก็พุ่งทะยานไปพร้อมกับกระแสความนิยม คาดกันว่าดาบพิฆาตอสูรสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 2.7 แสนล้านเยน หรือกว่า 7.7 หมื่นล้านบาท สร้างรายได้ให้แก่ผู้เขียนและสำนักพิมพ์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แค่ค่าลิขสิทธิ์อย่างเดียวก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 หรือ 6 พันล้านเยน (ประมาณ 1.4 – 1.7 พันล้านบาท) ฝั่งโชเน็นจัมป์เองก็น่าจะได้รายได้มากกว่า 5 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะสร้างภาพยนตร์ภาคต่อและไลฟ์แอคชั่นอีกด้วย ทำให้น่าจะทำรายได้พุ่งขึ้นไปอีก

แม้ว่าดาบพิฆาตอสูรจะกำลังโด่งดังไปทั่วโลกและกอบโกยรายได้ด้วยตัวเลขที่สูงลิ่วขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่ใช่ “นัมเบอร์วัน” ของโชเน็นจัมป์ ถึงขนาดที่ผู้เกี่ยวข้องจากสำนักพิมพ์ชูเอย์ (ผู้พิมพ์โชเน็นจัมป์) ออกมาบอกว่า “ต่อให้(ดาบพิฆาตอสูร)ทำภาคต่อก็คงโค่นไม่ลง” อะไรมันจะขนาดนั้น!! โชเน็นจัมป์สร้างมังงะที่ประสบความสำเร็จออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น “คินนิคุแมน”(Kinnikuman) “กัปตันซึบาสะ” (Captain Tsubasa) “สแลมดังก์” (Slam Dunk) “ดราก้อนบอล” (Dragon Ball) หรือ “วันพีซ (One Piece) ที่ทำยอดขายมังงะมากกว่าดาบพิฆาตอสูรถึง 4 เท่า สำหรับคนที่คิดว่าคงเป็น “ดราก้อนบอล” หรือ “วันพีซ” ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ คุณคิดผิดค่ะ! เพราะเรื่องที่ทำรายได้สูงสุดของโชเน็นจัมป์ก็คือ “เกมกลคนอัจฉริยะ”(Yu-Gi-Oh!) นั่นเอง!

รายได้หลักมาจากตลาด TCG


“เกมกลคนอัจฉริยะ” เป็นผลงานแนวไซไฟ-แฟนตาซีที่ตีพิมพ์ลงโชเน็นจัมป์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 – 2004 เล่าเรื่องราวของตัวเอกและพวกพ้องที่ต่อสู้กับตัวร้ายด้วย “การ์ดเกม” เป็นมังงะที่ได้รับความนิยม ถูกทำเป็นอนิเมะและภาพยนตร์ แต่ยอดขายมังงะและสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกลับเป็นเพียง 1 ใน 3 ของดาบพิฆาตอสูร และ 1 ใน 10 ของวันพีซ หลายคนคงจะสงสัยว่าเกมกลคนอัจฉริยะทำรายได้สูงสุดให้โชเนนจัมป์จริงหรือ?

ในความเป็นจริงแล้ว ยอดขายส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากสิ่งพิมพ์หรือแอนิเมชันเพียงอย่างเดียว แต่มาจากยอดขายของ “ไพ่ยูกิ” (Yugioh Official Card Game Duel Monsters – OCG) ซึ่งเป็นการ์ดที่ปรากฏในเรื่องนั่นเอง จุดเด่นอยู่ที่ตัวเกมที่มีความซับซ้อน ผู้เล่นต้องจดจำเงื่อนไขการใช้การ์ด พลังพิเศษของคาแรกเตอร์ในการ์ดแต่ละใบ และความสนุกในการตามล่าเก็บสะสมเป็นคอลเลคชั่น ทำให้เป็นที่นิยมไม่ใช่เฉพาะในกลุ่มแฟนเท่านั้น แต่รวมไปถึงเด็กๆ ทั่วโลกอีกด้วย จากกระแสไพ่ยูกิที่ฮอตฮิตทำให้ “เทรดดิ้งการ์ดเกม” (Trading Card Game – TCG) ขยายใหญ่ขึ้น ในปีค.ศ. 2011 ยอดขายไพ่ยูกิอยู่ที่ 2.52 หมื่นล้านใบ และได้รับการบันทึกลงกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดว่า เป็นเทรดดิ้งการ์ดเกมที่ทำยอดขายได้มากที่สุดในโลก! เชื่อว่าหนุ่มๆ วัย 20 – 30 ปีต้องเคยเล่นสักครั้งอย่างแน่นอน แม้ว่ามังงะจะจบไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ก็ไพ่ยูกิยังขายได้มากถึง 5 – 7 ร้อยล้านใบต่อปี โดยยอดขายปัจจุบันคาดว่าอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านใบ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Daichi Arima (@da1arima)

ปัจจุบันไพ่ยูกิ 1 แพค  5 ใบราคา 150 เยน (ประมาณ 42 บาท) เฉลี่ยใบละ 30 เยน (ประมาณ 8 บาท) ถ้านำไปคำนวณจากยอดขายทั้งหมดก็มากกว่าล้านล้านเยน (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) ! หลายคนอาจจะคิดว่ารายได้ทั้งหมดคงเข้ากระเป๋าผู้เขียนอย่างอาจารย์คาซูกิ ทาคาฮาชิ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย อาจารย์คาซูกิได้รายได้ค่าลิขสิทธิ์จากบริษัทผู้ผลิตไม่ถึง 1% !

ถึงจะบอกว่าเงินเข้ากระเป๋าอาจารย์คาซูกิไม่ถึง 1% แต่ก็คงเป็นเงินไม่น้อยกว่าพันล้านเยน หรือ 200 ล้านบาทแน่นอนค่ะ เห็นเลขแล้วตาลายเลย ขอตัวก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: news.livedoor
ผู้เขียน: beniko59