[SPOIL] ย้อนดูความเหมือนที่ต่างของยูมีร์และมิคาสะ สองตัวละครผู้ขับเคลื่อนจักรวาล Shingeki no Kyojin

วันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมานับเป็นวันสำคัญที่แฟนๆ Shingeki no Kyojin (Attack on Titan, 進撃の巨人) ได้เห็นบทสรุปของเรื่องราวที่ดำเนินมาตลอด 11 ปี ซึ่งนอกจากบทสรุปเรื่องราวของตัวละครต่างๆ แล้ว ในบทสุดท้าย “139: ไปที่ต้นไม้บนเนินต้นนั้น (あの丘の木に向かって)” มีการทิ้งปมปริศนาให้ขบคิดกันต่อเรื่องยูมีร์ผู้ให้กำเนิดไททันและมิคาสะ

โดยแม้ในเนื้อเรื่องมิคาสะจะไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับยูมีร์มากเท่าเอเรน แต่เมื่อย้อนดูเนื้อเรื่องทั้งหมดแล้ว ยูมีร์และมิคาสะมีจุดร่วมและความต่างระหว่างกันที่ถูกวางไว้อย่างน่าสนใจราวกับเป็นตัวละครคู่ขนานที่ถูกซ่อนมาตลอด ในบทความนี้เราจะมาย้อนดูความเหมือนที่ต่างระหว่างทั้งสองตัวละครและลองวิเคราะห์ว่าทำไมยูมีร์ถึงเลือกมิคาสะกันค่ะ

*คำเตือน 1* บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญมากๆๆ (ไม้ยมกล้านตัว) ในมังงะของ Shingeki no Kyojin เพื่อนๆ ที่ยังไม่อ่านมังงะ หรือรอตามอนิเมะ ปิดบทความนี้ไปก่อนน้า
*คำเตือน 2* เนื้อหาต่อไปนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งอาจจะมีผิดพลาดบางประการ หรือไม่ตรงกับความเห็นของเพื่อนๆ นักอ่าน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ในคอมเม้นต์ค่า

ถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้ว…เรามาเริ่มดูเส้นเรื่องของยูมีร์และมิคาสะตั้งแต่ต้นจนจบกันเลย

เด็กหญิงผู้ตกเป็นทาส และเด็กหญิงผู้เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

mikasa 1

ณ จุดเริ่มต้นในชีวิตวัยเด็กของทั้งยูมีร์และมิคาสะที่เนื้อเรื่องเปิดเผยให้เห็นนั้น ทั้งสองต่างเกี่ยวข้องกับทาสและการค้ามนุษย์ โดยยูมีร์เดิมเป็นเด็กในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเมื่อ 2,000 ปีก่อน และเมื่อฟริทซ์ผู้นำเผ่าเอลเดียบุกรุกเข้ามายึดหมู่บ้าน ยูมีร์ก็เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่ถูกจับตัดลิ้นและใช้งานเป็นทาสรับใช้

ในทำนองเดียวกันมิคาสะเคยถูกกลุ่มโจรจับตัวไปเพื่อนำไปขายในตลาดค้ามนุษย์เนื่องจากมิคาสะมีทั้งเชื้อสายเอเชียและแอคเคอร์แมนในตัวทำให้เธอเป็นสินค้ามีมูลค่าอย่างมาก นอกจากนี้ในเหตุการณ์ที่มิคาสะถูกจับตัวไปนั้น มิคาสะเป็นพยานเห็นพ่อแม่ของตนเองถูกฆ่าคล้ายกับที่ยูมีร์ได้เห็นคนในหมู่บ้านของตัวเองถูกฆ่าโดยเผ่าเอลเดียที่นำโดยฟริทซ์ ทำให้ทั้งสองตัวละครเป็นตัวละครที่มีความรุนแรงและเรื่องของการถูกชิงอิสรภาพอยู่ในจุดเริ่มต้นของเส้นเรื่องตัวละคร

เหตุการณ์เฉียดตายที่ปลุกพลังในตัวยูมีร์และมิคาสะ

mikasa 2

หลังจากจุดเริ่มต้นที่เกี่ยวข้องกับทาส/การค้ามนุษย์ เหตุการณ์ที่ตามมาของทั้งยูมีร์และมิคาสะคือเหตุการณ์เฉียดตายที่ทำให้ทั้งสองได้พลังมา ซึ่งพลังที่ทั้งยูมีร์และมิคาสะได้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ต่างเป็นพลังที่มีบทบาทอย่างมากต่อเนื้อเรื่องที่ตามมา
ยูมีร์ถูกลงโทษฐานปล่อยหมูออกจากเล้าด้วยการที่เธอเองถูกปล่อยให้ต้องวิ่งหนีนักล่าที่ไล่ตามฆ่าเธอเหมือนในกีฬาล่าสัตว์ ระหว่างหลบหนี ยูมีร์ที่บาดเจ็บเข้าไปหลบในโพรงใต้ต้นไม้ใหญ่และพลัดตกลงไปในบ่อน้ำซึ่งมีสิ่งมีชีวิตประหลาดคล้ายกระดูกสันหลังอยู่ ทันทีที่สัมผัสมันยูมีร์ก็ได้รับพลังแห่งไททันและกลายเป็นไททันบรรพบุรุษที่สร้างอาณาจักรเอลเดียและเป็นต้นกำเนิดพลังแห่งไททันทั้งหมด
อีกด้านหนึ่ง มิคาสะที่ถูกโจรจับตัวไปเตรียมขายในตลาดค้ามนุษย์นั้นได้เอเรนมาช่วยไว้ และในช่วงชี้เป็นชี้ตายของมิคาสะและเอเรนนั่นเองที่เอเรนตะโกนบอกมิคาสะให้สู้ ทำให้พลังที่ส่งทอดมาในตระกูลแอคเคอร์แมนของมิคาสะตื่นขึ้นมา และพลังนี้เองที่ทำให้มิคาสะเป็นอีกกำลังรบที่สำคัญของหน่วยสำรวจ

กำลังสำคัญของไททัน และกำลังสำคัญของมนุษย์

mikasa 3

ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และไททัน หรือชาวเกาะพาราดีส์และมาร์เลย์กับทั้งโลก นอกจากบรรดาผู้ใช้พลังไททันทั้งเก้าแล้ว ยูมีร์และมิคาสะเองก็เป็นสองตัวละครที่ถือว่าเป็นกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ของแต่ละฝ่าย
ย้อนกลับไปเมื่อ 2,000 ปีก่อน หลังจากที่ยูมีร์ได้พลังแห่งไททันมา ฟริทซ์ผู้นำเผ่าเอลเดียที่ต่อมาได้ขึ้นเป็นกษัตริย์นั้นได้รับยูมีร์มาเป็นราชินีและใช้พลังไททันของยูมีร์ในการขยายอำนาจและสร้างอาณาจักรเอลเดียที่ยิ่งใหญ่ขึ้น รวมถึงให้ยูมีร์มีทายาทให้ ซึ่งหลังจากที่ยูมีร์ตายเพื่อช่วยชีวิตฟริทซ์ไว้ ลูกสาวทั้งสามของยูมีร์ถูกบังคับให้กินร่างแม่ของตนเองเพื่อสีบทอดพลังไททันต่อ จนเป็นพลังไททันทั้งเก้าแห่งเอลเดียในที่สุด ในขณะเดียวกันวิญญาณของยูมีร์ก็ยังคงอยู่ต่อในโลกที่ถูกเรียกว่า “พิกัด (Coordinate, 座標)” และเป็นผู้ที่ปั้นร่างไททันทุกตัวและซ่อมแซมร่างกายให้กับผู้ใช้พลังไททันทั้งหมด ถึงจะตายไป แต่ยูมีร์ก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลังขุมพลังของไททันทั้งหมดมาตลอด 2,000 ปีที่ผ่านมา
ในด้านของมิคาสะนั้น นอกจากจะคอยดูแลและช่วยเหลือเอเรนเวลามีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งมาแต่เด็กแล้ว มิคาสะยังตามเอเรนเข้าค่ายฝึกทหารและเข้าหน่วยสำรวจไปด้วยกัน โดยมิคาสะเป็นผู้ครองสถิติฆ่าไททันมากที่สุดในบรรดาคนที่จบรุ่น 104 มาด้วยกัน (ถ้าไม่นับเอเรนที่ใช้พลังไททันฆ่า) และเป็นคนที่คอยช่วยเหลือและเชื่อมั่นในตัวเอเรนมาตลอด ด้วยความสามารถและการคอยอยู่ข้างเอเรนที่เป็นหัวใจหลักของหน่วยสำรวจและเกาะพาราดีส์นี่เองที่ทำให้มิคาสะเป็นกำลังสำคัญของฝ่ายเอเรน

คนสองคนที่ถูกล่ามไว้ด้วยตรวนที่มองไม่เห็น

mikasa 4

อย่างไรก็ตาม มิคาสะเองก็มีตรวนที่มองไม่เห็นล่ามเธอไว้เหมือนกับยูมีร์ ในขณะที่ในโลกหลังความตายยูมีร์ยังต้องคอยสร้างและซ่อมแซมไททัน รวมถึงทำตามคำสั่งเชื้อพระวงศ์เอลเดียอยู่ มิคาสะเองก็ถูกสัญชาตญาณของตระกูลแอคเคอร์แมนทำให้เธอต้องคอยปกป้องคนที่เธอรับรู้ว่าเป็น “นาย” เฉกเช่นเดียวกันกับที่คนตระกูลแอคเคอร์แมนในอดีตถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องกษัตริย์แห่งเอลเดีย ซึ่ง “นาย” ของมิคาสะคือเอเรนนั่นเอง
แม้ว่าในช่วงแรกทั้งคนดูและคนอ่านมังงะจะเข้าใจว่ามิคาสะได้เอเรนมาช่วยไว้ให้ไม่ต้องถูกนำไปขาย และเลือกที่จะตามดูแลเอเรนด้วยความตั้งใจและความรู้สึกของตัวเอง แต่การเปิดเผยเรื่องสัญชาตญาณของตระกูลแอคเคอร์แมนในภายหลังนี้เป็นการเพิ่มมิติเข้าไปในความสัมพันธ์ระหว่างเอเรนกับมิคาสะ รวมถึงทำให้ทั้งตัวละครและคนดูคนอ่านอย่างเราเริ่มสงสัยว่าในความสัมพันธ์นี้สัญชาตญาณตระกูลแอคเคอร์แมนมีส่วนมากน้อยแค่ไหน และมิคาสะมีอิสระในความรู้สึกของตัวเองหรือไม่

หนึ่งคนที่ถูกความรักขังไว้ อีกหนึ่งคนที่ความรักมอบอิสระให้

mikasa 6แม้ว่าเราจะคิดว่าเราได้รู้จักยูมีร์มากเท่าที่เนื้อเรื่องจะเปิดเผยให้แล้ว ในบทที่ 139 ก็ยังมีอีกการเปิดเผยที่เพิ่มมิติให้กับตัวละครของยูมีร์ นั่นคือการที่เอเรนเฉลยว่าที่จริงยูมีร์รักกษัตริย์ฟริทซ์ ซึ่งที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจว่ายูมีร์เป็นทาสที่ถูกกษัตริย์ฟริทซ์ทารุณด้วยการตัดลิ้นและทำลายหมู่บ้าน ถูกใช้งานในการสร้างอาณาจักรเอลเดีย รับอาวุธแทนกษัตริย์ฟริทซ์ และหลังตายก็ยังคอยรับคำสั่งเชื้อพระวงศ์ ทั้งหมดนี้เพราะการเล่าเรื่องทำให้เราเชื่อว่ายูมีร์เป็นทาสที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองจนกระทั่งเอเรนขอให้ยูมีร์ยกพลังไททันบรรพบุรุษให้เขา แต่การเฉลยเรื่องความรักของยูมีร์นี้เปลี่ยนความเข้าใจของเราที่มีต่อการกระทำต่างๆ ของยูมีร์โดยสิ้นเชิง และทำให้ยูมีร์เปลี่ยนจากทาสที่ไม่มีวันหลุดพ้นจากผู้มีอำนาจ กลายเป็นตัวละครที่ถูกความรักขังไว้แม้หลังความตาย

จุดนี้เองที่ทำให้มิคาสะต่างกับยูมีร์ เพราะนอกจากมิคาสะจะเป็นคนจบชีวิตเอเรนแล้ว การที่มิคาสะเลือกที่จะจบชีวิตเอเรนเองยังเป็นการต่อต้านสัญชาติญาณตระกูลแอคเคอร์แมนที่มีผลต่อมิคาสะมาตลอด และทำให้มิคาสะเป็นอิสระจากสัญชาตญาณนี้ในที่สุด ซึ่งเอเรนเป็นแรงผลักให้มิคาสะต่อสู้กับสัญชาตญาณนี้จนเป็นอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลเรื่องอาการปวดหัวของตระกูลแอคเคอร์แมนที่มักจะเป็นเมื่อต่อต้าน “นาย” ของตน ไปจนถึงการผลักให้มิคาสะไปอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตนเพื่อให้มิคาสะเป็นคนที่เข้ามาขัดขวางตนเป็นต้น

แม้เอเรนจะสารภาพกับอาร์มินว่าไม่อยากตายและไม่อยากให้มิคาสะไปมีคนอื่น แต่ในท้ายที่สุดเอเรนได้มอบอิสระและโลกที่สงบสุขปราศจากไททันให้กับมิคาสะและคนอื่นโดยแลกกับความตายของตัวเอง ในขณะที่มิคาสะก็ได้ปล่อยเอเรนจากภาระแห่งพลังไททันและบทบาทผู้ทำลายโลกด้วยเช่นกัน และในฉากสำคัญเดียวกันนี้ เราได้เห็นมิคาสะแสดงความรู้สึกที่ตนมีต่อเอเรนออกมา ซึ่งอาจยืนยันว่าความรู้สึกของมิคาสะเป็นความรู้สึกของเจ้าตัวจริงๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นตระกูลแอคเคอร์แมนแต่อย่างใด

mikasa 5

นอกจากนี้ สุดท้ายแล้วคนที่มาปลดปล่อยยูมีร์ไม่ใช่เอเรนอย่างที่เราเคยเข้าใจ แต่เป็นมิคาสะที่มอบจุดจบให้กับเอเรน ไททัน และยูมีร์ในที่สุด ซึ่งเอเรนเล่าให้อาร์มินฟังในบทสุดท้ายว่ายูมีร์รอเป็นเวลา 2,000 ปีให้มิคาสะมาช่วยปลดปล่อยด้วยเหตุผลที่ “ยูมีร์เท่านั้นที่รู้” และการตัดสินใจเลือกของมิคาสะจะเป็นตัวกำหนดบทสรุปของเรื่องทั้งหมด

ถึงจะไม่มีการเฉลยอย่างชัดเจนว่าทำไมยูมีร์ถึงเลือกมิคาสะ แต่เมื่อย้อนดูเนื้อเรื่องของตัวละครทั้งสองที่แทบจะเป็นเส้นคู่ขนานกันแล้ว เราอาจมองได้ว่ายูมีร์ได้เลือกคนที่คล้ายกับตัวเองให้มาเป็นผู้ปลดปล่อยตัวเอง ทำให้ในภาพรวมของเนื้อเรื่องยูมีร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโลกแห่งไททันในขณะที่มิคาสะเป็นจุดจบ นอกจากนี้มิคาสะยังเป็นคนที่อยู่ในฉากแรกและฉากสุดท้ายของเรื่อง ณ ต้นไม้บนเนินเขา เป็นคนแรกที่เอเรนตื่นจากฝันมาเห็นในบทแรกและเป็นคนสุดท้ายที่เอเรนเห็นก่อนหลับไปตลอดกาล ดังนั้นในมุมหนึ่งการที่เรื่อง Shingeki no Kyojin เริ่มและจบที่มิคาสะจึงถือเป็นการดึงจุดเริ่มต้นและจุดจบให้มาบรรจบกันพอดีได้อย่างลงตัวในแบบหนึ่ง

เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรกับตอนจบของ Shingeki no Kyojin กันบ้างเอ่ย? มาแลกเปลี่ยนกันได้ที่คอมเม้นต์ในแฟนเพจกันนะคะ