เมื่อเหล่าฮีโร่ต้องเผชิญกับภารกิจระดับโลกใน My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission

คอมังงะหรืออนิเมะหลายๆ คน น่าจะคุ้นหูกับการ์ตูนที่กำลังมาแรงทั้งในญี่ปุ่นและไทยอย่าง My Hero Academia (僕のヒーローアカデミア) ผลงานสร้างชื่อของอาจารย์โฮริโคชิ โคเฮ (堀越耕平) ซึ่งเริ่มตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์โชเน็นจั๊มป์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2014 และเป็นที่นิยมอย่างมากจนถูกนำมาสร้างเป็นแอนิเมชันในปี 2016 จนถึงปัจจุบันก็มีออกมาถึง 5 ซีซั่นแล้ว (ในไทยเองก็หาดูได้จากหลากหลายช่องทางเช่นกัน)

เนื้อเรื่องโดยย่อของการ์ตูนเรื่องนี้ กล่าวถึงโลกที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้มีพลังพิเศษ หรือที่เรียกว่า “อัตลักษณ์” (個性) และผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้จะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ คนทั่วไป ฮีโร่ (ที่จะต้องมีใบอนุญาตในการประกอบอาชีพนี้ด้วย) และเหล่าร้ายที่เรียกว่า “วิลเลิน” (Villain) ซึ่งกลุ่มหลังสุดนี้จะเป็นพวกที่ใช้อัตลักษณ์ทำเรื่องไม่ดีหรื่อสิ่งผิดกฎหมาย

ตัวเอกของเรื่อง “มิโดริยะ อิสึคุ” (緑谷出久) หรือชื่อในวงการฮีโร่คือ “เดกุ” เป็นเด็กที่เกิดมาเป็นคนกลุ่มน้อย กล่าวคือไม่มีอัตลักษณ์ติดตัวมา แต่มีความมุ่งมั่นอยากเป็นฮีโร่เพื่อช่วยเหลือผู้คนเหมือนกับคนที่เขาชื่นชมเป็นไอดอลอย่าง “ออลไมท์” (All Might) ฮีโร่ที่เป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรมที่ใครๆ ต่างก็นับถือ

มิโดริยะบังเอิญได้พบกับออลไมท์ และด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าของหนุ่มน้อยดันไปโดนใจออลไมท์เข้า ทำให้มิโดริยะได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดพลังพิเศษของออลไมท์ที่เรียกว่า “วันฟอร์ออล” (One for All) และยังมีโอกาสได้เข้าเรียนที่โรงเรียนฝึกฝนฮีโร่อย่าง “โรงเรียนยูเอ” อีกด้วย

ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้น (โดยเฉพาะช่วงซีซั่นหลังๆ) และตัวละครที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ความนิยมของการ์ตูนเรื่องนี้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้ถูกนำมาสร้างเป็นแอนิเมชันที่ฉายในโรงภาพยนตร์มาแล้วถึง 2 ภาค คือ My Hero Academia The Movie: Two Heroes และ My Hero Academia The Movie: Hero Rising และล่าสุดภาพยนตร์เรื่องที่ 3 คือ My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission ได้เข้าฉายที่ญี่ปุ่นไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2021 ที่ผ่านมา และได้รับเสียงตอบรับดีจนเรียกได้ว่าบรรดาสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ขายดิบขายดี โมเดล ฟิกเกอร์หรือของสะสมก็มีออกมาเรื่อยๆ ไม่มีขาด

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปดูภาพยนตร์ภาคล่าสุดในรอบพิเศษมา จึงอยากจะมารีวิว (แบบไม่สปอย) เพื่อเป็นข้อมูลให้กับแฟนๆ การ์ตูนเรื่องนี้ หรือสำหรับผู้ที่สนใจกันค่ะ

ตั๋วภาพยนตร์รอบพิเศษ
บรรยากาศในงานภาพยนตร์รอบพิเศษ

เนื้อเรื่องโดยย่อ

ในภาพยนตร์ภาคนี้ เป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับอนิเมะช่วงประมาณซีซั่น 5 ที่มิโดริยะและเพื่อนสนิทอีก 2 คน คือ บาคุโก คัตสึกิ (爆豪勝己) และ โทโดโรกิ โชโตะ (轟焦凍) ไปฝึกงานในสำนักงานของฮีโร่ระดับต้นของญี่ปุ่นอย่าง “เอนเดเวอร์” (エンデヴァー)

พวกเขาได้รับภารกิจให้ไปขัดขวางแผนการของกลุ่มลัทธิ Humarise ซึ่งมีความเชื่อว่าการที่มนุษย์มีอัตลักษณ์นั้นเหมือนเป็นโรคร้าย และต้องถูกกำจัดไปให้หมดจนเหลือแต่คนที่ไม่มีอัตลักษณ์อยู่ในโลก

พวกมิโดริยะต้องเดินทางไปยังประเทศซึ่งเป็นฐานทัพหลักของ Humarise เพื่อหยุดยั้งแผนการนี้ ทำให้เขาได้พบกับ “โรดี้” (Rody) หนุ่มน้อยอารมณ์ดีที่ต้องทำงานไม่สุจริตนักเพื่อหาเลี้ยงน้องๆ อีกสองคน การรับงานของโรดี้ทำให้เขาจับพลัดจับผลูมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องวุ่นวาย และเป็นตัวละครสำคัญที่มีบทบาทอย่างมากในภาพยนตร์ภาคนี้อีกด้วย

บทบาทของฮีโร่ที่ส่งผลในระดับโลก

ในอนิเมะซีซั่นที่ผ่านๆ มา เรื่องราวของบรรดาฮีโร่จะค่อนข้างเน้นไปที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ในภาพยนตร์ภาคนี้เป็นการรวมตัวของฮีโร่จากหลายๆ ประเทศ ที่กระจายกันไปตามที่ต่างๆ ซึ่งเป็นฐานของ Humarise เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ตกเป็นเป้าของแผนการขององค์กรนี้ ทำให้เราเห็นทีมฮีโร่มากหน้าหลายตา ซึ่งเราไม่เคยเห็นพวกเขาแสดงฝีมือในอนิเมะภาคอื่นๆ มาก่อน

การร่วมมือของเหล่าฮีโร่จากทั่วทุกมุมโลก ทำให้ภาพยนตร์ดูเป็นเรื่องที่สเกลใหญ่ (อาจเทียบได้กับภาพยนตร์ตะวันตกที่เกี่ยวกับฮีโร่หรือผู้มีพลังพิเศษอย่าง X-Men เลยทีเดียว) การใช้เสียงหรือดนตรีประกอบก็จะอลังการตามไปด้วย

สำหรับฉากบู๊เรียกว่าทำได้สุดทางมาก มีการสลับฉากให้เราได้เห็นการต่อสู้แต่ละคู่ๆ ได้ลงตัว ฉากแอ็คชั่นทำได้น่าติดตามจนละสายตาไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นการ์ตูนเน้นแอ็คชั่นและเนื้อเรื่องน่าจะดูตึงเครียดเพราะเป็นทำปฏิบัติภารกิจเพื่อมนุษยชาติ แต่การ์ตูนเรื่องนี้ก็มีการแทรกฉากซึ้งเรียกน้ำตา มีมุมสนุกสนาน เสริมด้วยมุกตลกมาช่วยให้ภาพยนตร์มีหลากหลายรสชาติและกลมกล่อมจริงๆ

นอกจากนี้ ฉากการดำเนินเรื่องหลักจะอยู่ที่ต่างประเทศ (เป็นประเทศสมมติ) ทำให้วิวของอาคารบ้านช่อง รวมถึงการแต่งกายของตัวละครในเรื่องก็จะแปลกตา อย่างแฟชั่นชุดของตัวละครโรดี้ ก็เรียกว่าน่าสนใจและเป็นแฟชั่นที่เก๋เลยทีเดียว

เสียงตอบรับดีแบบถล่มทลาย

หลังจาก My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission เข้าฉายที่ญี่ปุ่น และทำรายได้รวมไปก่อน 3 พันล้านเยน (ประมาณ 900 ล้านบาท) ก็ได้ถูกนำไปฉายในต่างประเทศด้วยทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และอีกหลายประเทศในยุโรป

โดยกระแสตอบรับของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เรียกได้ว่าดีเกินคาด ทำรายได้รวมจากการเข้าฉายทั่วโลกไปกว่า 40 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 1,300 ล้านบาท) แล้ว (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2021)

ทีมนักพากย์ไทยระดับคุณภาพ

สำหรับคนที่ชอบดูอนิเมะพากย์ไทย สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้มีการคัดสรรนักพากย์ระดับคุณภาพมามากมายหลายคน หากเป็นคนที่ติดตามวงการพากย์ไทยมาอยู่บ้าง ก็น่าจะคุ้นหูอยู่หลายๆ ชื่อ เช่น คุณเติ้ล (พากย์เสียง เดกุหรือมิโดริยะ) คุณเอิร์ท (พากย์เสียง บาคุโก) คุณหนึ่งหรืออาหนึ่ง (พากย์เสียง โชโตะ) อีกทั้งยังมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ (influencer) และวีทูปเบอร์ (Vtuber) ชื่อดังของไทยอย่าง คุณเจมส์ JZB (พากย์เสียง คามินาริ) คุณโปรกะหล่ำดอก (พากย์สียง แฟ็ตกัม) และ Aisha (พากย์เสียง โรโร่) มาร่วมทีมพากย์ด้วย


https://twitter.com/NonsephoVA/status/1472553394778771457

ถ่ายรูปกับคุณเติ้ล (พากย์เป็น มิโดริยะ) และคุณแพร (พากย์เป็น โอชาโกะ) ที่งานรอบพิเศษ (ขออนุญาตในการลงรูปจากทั้งสองท่านแล้ว)

สำหรับใครที่เป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้อยู่แล้ว หรืออยากหาอนิเมะสนุกๆ สักเรื่องดูแล้วล่ะก็ My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ใครที่กลัวว่าจะไม่อินกับตัวละครจะไปเริ่มดูเวอร์ชั่นซีรีส์ทั้ง 5 ซีซั่นเพื่อทำการบ้านก่อนซื้อตั๋วไปดูในโรงภาพยนตร์ก่อนก็น่าจะยังทันนะคะ

My Hero Academia The Movie: World Heroes’ Mission เข้าฉายในไทย (รอบปกติ) วันที่ 6 มกราคม 2022 เตรียมตัวให้พร้อมและไปให้กำลังใจเหล่าฮีโร่กัน!!

รูปภาพจาก: prtimes