Wolf Children ครอบครัวมหัศจรรย์ที่เล่าเรื่องสามัญของการเป็นพ่อแม่อย่างแยบยล

Wolf Children Cover

Wolf Children (おおかみこどもの雨と雪, 2012) หรือชื่อไทย “คู่จี๊ดชีวิตอัศจรรย์” เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นฝีมือโฮโซดะ มาโมรุ (細田 守) เจ้าของผลงาน The Girl Who Leapt Through Time, Summer Wars และล่าสุดในปี 2021 คือ BELLE ซึ่งถ้าใครเคยดูเรื่องนี้ก็คงจดจำผลงานเรื่องนี้ในฐานะภาพยนตร์ที่เล่าความสัมพันธ์แม่-ลูกได้ในแบบที่ทำให้หลายคนต้องนั่งปาดน้ำตามาแล้ว และเหตุผลหนึ่งก็เพราะโดยเนื้อแท้แล้ว Wolf Children เป็นเรื่องที่เล่าเรื่องสามัญที่คนเป็นพ่อแม่ต้องเจอนั่นเอง ทำให้แม้จะมีความแฟนตาซีอยู่บ้าง แต่เนื้อเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าถึงได้ไม่ยากเลย

ในบทความนี้เราจะมาดูไอเดียที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับโฮโซดะ มาโมรุในการสร้างเรื่อง Wolf Children และประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจภายในเรื่องนี้กัน

แรงบันดาลใจเบื้องหลัง Wolf Children

Wolf Children 1

ในบทสัมภาษณ์เมื่อปี 2013 (1 ปีหลัง Wolf Children เปิดตัว) โฮโซดะ มาโมรุกล่าวถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลัง Wolf Children ว่ามาจากการที่คนรอบตัวเขาเริ่มมีลูกและครอบครัวกัน อย่างไรก็ตาม คนส่วนมากมักมองว่าการเลี้ยงลูกเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปที่ใครๆ ก็ทำได้ ซึ่งเขามองว่านั่นเป็นปัญหา เพราะนั่นทำให้คนมักมองข้ามความพยายามและอีกหลายอย่างของพ่อแม่หรือคนที่อยู่เบื้องหลังการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งขึ้นมา

ไอเดียนี้จึงเป็นที่มาของ Wolf Children ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นด้วยความตั้งใจให้ผู้ชมได้เข้าใจการเป็นพ่อแม่มากขึ้นผ่านเรื่องของฮานะ ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เลี้ยงลูกมนุษย์หมาป่าสองคนได้แก่อาเมะผู้เป็นพี่สาวคนโตและยูกิน้องชายคนเล็ก โดยในเนื้อเรื่องมีการเล่ามุมต่างๆ ของชีวิตการเป็นพ่อแม่ได้อย่างแยบยล สำหรับบทความนี้ผู้เขียนขอยกมาใน 5 จุดหลักที่น่าสนใจ

1. การเข้าถึงสวัสดิการคือสิ่งสำคัญ

Wolf Children 2

สำหรับใครที่เข้าสู่วัยทำงานแล้ว เราจะเริ่มรับรู้ว่าการเข้าถึงสวัสดิการเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยซัพพอร์ตการใช้ชีวิตได้มาก และยิ่งสำหรับคนเป็นพ่อแม่แล้วก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสวัสดิการคือสิ่งที่จะช่วยรับประกันสุขภาพของคนในครอบครัวได้

ประเด็นนี้ถูกทำให้เด่นขึ้นด้วยการที่ฮานะไม่สามารถเข้าหาสวัสดิการเหล่านี้ได้เพราะต้องเก็บเรื่องที่ลูกเป็นมนุษย์หมาป่าไว้เป็นความลับ โดยมีฉากสำคัญเช่นฉากที่ฮานะตัดสินใจที่จะไม่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลและดูแลทุกอย่างด้วยตัวเองจนคลอดยูกิออกมา และอีกฉากหนึ่งคือฉากที่ยูกิเผลอกินผงสารเคมีเข้าไปทำให้ฮานะต้องพาไปคลินิก แต่เธอกลับเลือกไม่ได้ว่าจะพาไปคลินิกสำหรับเด็กหรือคลินิกสัตว์เลี้ยงดีและทำได้เพียงโทรศัพท์ปรึกษาเท่านั้นจนยูกิอาการดีขึ้น

แม้ทั้งหมดนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีสำหรับฮานะ แต่พวกเราที่นั่งลุ้นไปด้วยอยู่นั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างคงจะง่ายกว่านี้ถ้าฮานะสามารถเข้าถึงสวัสดิการและการรักษาต่างๆ ได้อย่างพ่อแม่ทั่วไป

2. การเป็นพ่อแม่ไม่มีต้นแบบ เพราะแต่ละครอบครัวมีโจทย์ของตัวเอง

Wolf Children 3

ในช่วงแรกที่ฮานะกำลังลองผิดลองถูกกับการเลี้ยงยูกิและอาเมะด้วยตัวคนเดียว ยูกิที่เป็นผู้เล่าเรื่องได้พูดถึงความเสียดายของฮานะที่ไม่ได้ถามเรื่องการเลี้ยงดูลูกมนุษย์หมาป่าจากผู้เป็นพ่อ ทำให้ฮานะไม่มีต้นแบบและไม่รู้ว่าการจะเลี้ยงลูกมนุษย์หมาป่านั้นควรทำอย่างไร และทำได้เพียงหาข้อมูลปะติดปะต่อไปเรื่อยๆ พลางพยายามเลี้ยงทั้งสองพี่น้องให้ดีที่สุด

ถ้าตัดเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างมนุษย์หมาป่าออกไปแล้ว การพยายามเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้ดีที่สุดเป็นโจทย์ที่ยากและทำให้คนเป็นพ่อแม่หลายคนพยายามมองหาต้นแบบเพื่อเป็นตัวช่วย แต่ไม่ว่าจะอ่านคู่มือเลี้ยงเด็กหรือฟังประสบการณ์การเลี้ยงลูกของคนอื่นมามากเท่าไหร่ สุดท้ายก็คงไม่มีอันไหนที่สามารถเป็นต้นแบบอ้างอิงให้เราได้ 100% เพราะแต่ละครอบครัวต่างก็มีโจทย์ของตัวเอง โดยเคสของฮานะถูกชูประเด็นนี้ให้เด่นขึ้นด้วยการต้องเลี้ยงลูกมนุษย์หมาป่าสองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่โดยไม่มีต้นแบบให้อ้างอิงได้เลย ถึงอย่างนั้นฮานะก็อาศัยการเลี้ยงดูของครอบครัวตนเองและการลองผิดลองถูกจนสามารถเลี้ยงทั้งสองพี่น้องให้โตขึ้นได้ด้วยดี

3. ชีวิตที่เต็มไปด้วยความกังวลและการตัดสินใจที่สำคัญ

Wolf Children 4

ตลอดทั้งเรื่องเราจะเห็นว่าความกังวลเป็นสิ่งที่ติดตัวฮานะอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความกังวลว่าจะเลี้ยงลูกได้ดีหรือไม่ การหาเลี้ยงครอบครัวให้ไม่อดอยาก และความกังวลว่าโลกข้างนอกจะยอมรับและเป็นมิตรกับลูกหรือไม่ ความกังวลเหล่านี้เป็นความกังวลที่ไม่ว่าพ่อแม่คนไหนก็สัมผัสได้ ซึ่งความกังวลนี้ของฮานะถูกทำให้ชัดขึ้นด้วยเงื่อนไขที่ลูกเป็นมนุษย์หมาป่าที่เป็นตัวตนที่แตกต่างจากคนอื่น

นอกจากนี้ ในจุดต่างๆ ของชีวิตฮานะต้องผ่านการตัดสินใจครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการดรอปเรียนออกมาเลี้ยงลูก การตัดสินใจย้ายออกจากเมืองมาอยู่ที่ชนบท การส่งยูกิและอาเมะเข้าเรียนอย่างนักเรียนทั่วไป การพาอาเมะไปฝากให้สุนัขจิ้งจอกในภูเขาช่วยสอนวิถีของธรรมชาติ และอื่นๆ อีกมากมายที่น่าจะเป็นทางเลือกที่ต้องชั่งใจพอสมควร เพราะการตัดสินใจของฮานะโดยเฉพาะในช่วงต้นจะมีผลต่อลูกอีกสองคนไปด้วย ยังไม่นับที่ฮานะไม่มีพ่อที่เป็นคนในครอบครัวที่อยู่ในบทบาทเดียวกันให้ปรึกษาอีกด้วย

4. สังคมรอบข้างที่ดีก็ช่วยหล่อเลี้ยงครอบครัวได้เช่นกัน

Wolf Children 5

แม้ในช่วงแรกของเรื่องเราจะเห็นฮานะต้องแบกทั้งความกังวลและต้องตัดสินใจอยู่คนเดียว แต่ในช่วงครึ่งหลังเราจะได้เห็นฮานะค่อยๆ เริ่มพูดคุยและปรึกษากับคนอื่นๆ ในแวดวงชุมชนเดียวกันมากขึ้น โดยคนแรกๆ ที่สำคัญคือคุณตานิราซากิที่เข้ามาช่วยกำกับการทำสวนให้ฮานะสามารถเริ่มปลูกไร่เลี้ยงครอบครัวได้ ตามด้วยคุณลุงชาวสวนและคุณแม่ในวัยเดียวกันกับฮานะที่เข้ามาพูดคุยและให้คำแนะนำต่างๆ จนฮานะสามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตในชนบทได้อย่างรวดเร็ว

Wolf Children 6

ด้วยบริบทที่ครอบครัวแตกต่างจากคนอื่นทำให้ในช่วงแรกฮานะต้องพยายามปลีกตัวจากคนรอบข้างอยู่ตลอด แต่การได้คุณตานิราซากิและคนอื่นๆ เข้ามาช่วยนั้นทำให้ฮานะและแม้แต่ผู้ชมเองได้เห็นถึงพลังของสังคมรอบข้างที่ดีที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือเราได้ เพราะครอบครัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมเช่นกัน

5. การปล่อยมือเมื่อถึงเวลา

Wolf Children 7

ฉากการจากลาระหว่างฮานะกับอาเมะถือเป็นฉากที่หนักหน่วงที่สุดของเรื่องก็ว่าได้ และเป็นฉากที่แสดงถึงจุดหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนต้องผ่าน นั่นคือการออกจากครอบครัวไปมีชีวิตของตัวเอง ซึ่งโฮโซดะ มาโมรุจี้ความรู้สึกใจหายตรงนี้ด้วยการให้เราเห็นฮานะมองอาเมะวิ่งจากไปไกลขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สามารถทำอะไรได้ เหมือนกับที่สักวันพ่อแม่ก็ต้องปล่อยลูกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่เมื่อฮานะเห็นว่าอาเมะไม่ใช่ลูกชายคนเล็กขึ้กลัวที่ติดแม่อีกต่อไปแต่เป็นหมาป่าที่สามารถอยู่รอดด้วยตัวเองได้แล้ว สีหน้าของฮานะเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความดีใจแทนพร้อมกับอวยพรให้อาเมะ “แข็งแรงดี และมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้” และหลังจากนั้นเราก็ได้ยินยูกิเล่าเรื่องหลังจากนั้นว่าปีต่อมายูกิเองก็ย้ายออกจากบ้านเพื่อมาเรียนต่อในอีกเมืองเช่นกัน ทำให้ในตอนสุดท้ายของเรื่องฮานะต้องอยู่แยกกับลูกทั้งสองคน แต่นั่นก็เพราะการเดินทางของครอบครัวนี้มาถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันแล้ว

ทั้งนี้เนื้อเรื่องก็ไม่ได้ทิ้งท้ายให้เรารู้สึกว่าการจากลาระหว่างฮานะกับยูกิและอาเมะเป็นเรื่องเศร้าแต่อย่างใด เพราะเรื่องที่พวกเราได้เห็นฮานะผ่านมาทั้งหมดนั้นได้กลายเป็นความทรงจำดีๆ และความภูมิใจของฮานะ โดยเรื่องปิดท้ายที่ฮานะอยู่คนเดียวในบ้านและฟังเสียงหอนของอาเมะที่ก้องไปทั่วภูเขาอย่างภูมิใจ เป็นการปิดเรื่องราวของฮานะในฐานะแม่อย่างเรียบง่ายแต่ติดตาผู้ชมเป็นอย่างมาก

Wolf Children 8

ในภาพรวม Wolf Children ถือเป็นอนิเมชั่นแนวครอบครัวที่นำเสนอมุมของคนเป็นพ่อเป็นแม่ผ่านความกังวล ความพยายาม และการตัดสินใจต่างๆ ในทุกช่วงชีวิตตั้งแต่ลูกเกิดจนถึงวันที่ครอบครัวแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตัวเอง ซึ่งเสน่ห์ของการได้เห็นเบื้องหลังของคนเป็นพ่อแม่ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งนี่เองที่ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่น่าจดจำ