5 เหตุผลที่ควรดู AKIRA แม้ว่าจะผ่านมานานกว่า 32 ปีแล้วก็ตาม

หลังจากที่รัฐบาลให้โรงภาพยนตร์เปิดกิจการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โรงภาพยนตร์หลายๆ โรงจึงเริ่มนำภาพยนตร์เก่าๆ กลับมาฉายใหม่ ล่าสุด เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้ร่วมกับบริษัท ดรีม เอกซ์เพรส (DEX) นำ AKIRA ภาพยนตร์แอนิเมชันระดับตำนานที่เคยเข้าฉายในประเทศไทยเมื่อปี 1990 กลับมาฉายใหม่อีกครั้งในวันที่ 2 กรกฎาคมที่จะถึงนี้

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู AKIRA หรือไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกดูภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ดีไหม คราวนี้ ANNGLE เลยมาสรุปเหตุผลเด็ดๆ 5 ข้อว่าทำไมคออนิเมะและคนรักหนังทั้งหลายถึงควรจะไปดู AKIRA สักครั้งในชีวิต แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีอายุมากกว่า 32 ปีแล้วก็ตาม

1. เนื้อเรื่องสุดล้ำยุค ถึงผ่านมา 32 ปีก็ยังไม่ล้าสมัย

AKIRA ดำเนินเรื่องในปี 2019 ซึ่งหลังจากที่ผ่านมา 30 กว่าปีก็มาตรงกับยุคสมัยของพวกเราในตอนนี้ และกลายเป็นอดีตไปแล้วด้วย ทำให้เนื้อเรื่องมีความล้ำสมัย แต่ในขณะเดียวกันก็เข้ากับสถานการณ์ในยุคสมัยปัจจุบันอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำในสังคม หรือความบ้าอำนาจที่นำไปสู่หายนะในวงกว้างที่เราเห็นได้จากผู้มีอิทธิพลมากมายในปัจจุบัน เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและยังคงอยู่ในโลกใบนี้ แฟน AKIRA รายหนึ่งกล่าวว่า “ผมดู AKIRA ตั้งแต่ปี 1988 และได้กลับมาดูอีกครั้งในปี 2018 ต้องยอมรับเลยว่า ไม่ว่าจะดูตอนที่หนังออกมาใหม่ๆ หรือดูอีก 30 ปีให้หลังก็ยังรู้สึกว่า แอนิเมชันเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับสังคมและโลกที่เป็นอยู่ มีความสลักสำคัญ และยังสนุกเหมือนเดิม”

2. เป็นอนิเมะยุคบุกเบิกที่เปิดทางให้อนิเมะเรื่องอื่นๆ ได้เข้าไปในโลกตะวันตก

ก่อนหน้า AKIRA ในโลกตะวันตกโดยเฉพาะในอเมริกาแทบไม่มีพื้นที่ให้แอนิเมชันจากญี่ปุ่นยืนเลย จนกระทั่ง AKIRA เปิดตัวในอเมริกาเมื่อปีค.ศ. 1989 แม้จะไม่ได้ทำรายได้แบบถล่มทลายเมื่อเข้าฉาย แต่ด้วยความที่ยุคนั้นเป็นช่วงที่ธุรกิจโฮมวิดีโอกำลังเริ่มบูม รวมถึงการมาของอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้การสื่อสารกันรวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น ส่งผลให้ AKIRA เข้าถึงคนตะวันตกจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว และทำให้อนิเมะจากญี่ปุ่นมีพื้นที่และช่องทางแผ่ขยายในโลกตะวันตกได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น จนอาจกล่าวได้ว่า AKIRA ช่วยกระตุ้นการเกิดแฟนดอมอนิเมะในฝั่งตะวันตก และเปลี่ยนความคิดของคนทั่วไปที่ว่า “อนิเมะ = การ์ตูนโปรดักชันต่ำที่ทำให้เด็กดูเท่านั้น” ไปโดยสิ้นเชิง

3. โปรดักชันสุดอลังการ

ในด้านโปรดักชันหรือการผลิตภาพยนตร์ AKIRA ก็ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของที่สุดทั้งในอดีตและปัจจุบัน ปกติแล้วในการทำแอนิเมชัน การ์ตูน และอนิเมะทั่วไปจะใช้เฟรมเรท (จำนวนภาพที่ใช้ต่อหน่วยเป็นวินาที) 12 FPS แต่ AKIRA นั้นใช้เฟรมเรทมากถึง 24 FPS ทำให้ได้ภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลดูสวยงามเป็นธรรมชาติ แม้แต่แอนิเมชันของดิสนีย์ในตอนนั้นยังใช้เพียง 12 FPS โดยจะปรับเป็น 24 FPS เฉพาะในฉากที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเท่านั้น ทำให้ AKIRA เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่มีภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีการละเอียดอื่นๆ ที่ทำให้ AKIRA แตกต่างจากอนิเมะและภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องอื่นๆ ในยุคเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการ “พากย์เสียงก่อนแอนิเมท” ซึ่งต่างจากอนิเมะญี่ปุ่นเรื่องอื่นๆ ที่จะแอนิเมทก่อนแล้วค่อยพากย์เสียง ทำให้การขยับปากของตัวละครใน AKIRA ตรงกับเสียงพากย์ราวกับเป็นแอนิเมชันยุคใหม่ รวมถึงการทุ่มแรงวาดภาพและลงสีแต่ละฉากด้วยมือแบบเฟรมต่อเฟรมโดยไม่ใช้ CGI ช่วย แม้ว่าภาพยนตร์จะเป็นแนวไซไฟที่เต็มไปด้วยฉากล้ำยุคก็ตาม ทั้งหมดนี้ทำให้ AKIRA เป็นภาพยนตร์แอนิมชันที่ใช้ทุนการสร้างสูงถึง 1.1 พันล้านเยน ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาภาพยนตร์แอนิเมชันทั้งหมดในยุคนั้น แม้แต่ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Grave of the Fireflies ของ Studio Ghibli ที่ฉายในปีเดียวกันยังใช้ทุนการสร้างไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ AKIRA เลย

4. ทำนายอนาคตได้แม่นยำเหลือเชื่อ

ในช่วงแรกที่มังงะและอนิเมะเรื่องนี้ออกมาคงไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า ในปี 2013 ญี่ปุ่นจะได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานโตเกียวโอลิมปิก 2020 ซึ่งตรงกับเนื้อเรื่องใน AKIRA ราวกับได้ทำนายเอาไว้แล้วอย่างแม่นยำ และที่น่าฮือฮายิ่งกว่าเดิมก็เห็นจะเป็นการเหตุการณ์เลื่อนงานโตเกียวโอลิมปิก 2020 ออกไปเป็นปีหน้าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งดันไปตรงกับข้อความที่ปรากฏในฉากขึ้นป้ายนับถอยหลังวันเปิดงานโตเกียวโอลืมปิก ที่มีคนไปพ่นสีเป็นข้อความว่าให้ยกเลิกการจัดงานไปซะเถอะ

อ่านเพิ่มเติม: ชาวเน็ตญี่ปุ่นหวั่นโตเกียวโอลิมปิกยกเลิกเพราะไวรัส… หรือ AKIRA จะทำนายอนาคตญี่ปุ่นได้อย่างแม่นยำอีกครั้ง?

5. เป็นอิทธิพลให้การ์ตูนเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องในเวลาต่อมา

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า AKIRA เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอนิเมชันที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งที่ยังคงความนิยมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ เห็นได้จากการ์ตูนหรืออนิเมะเรื่องอื่นๆ ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศที่ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจจาก AKIRA จนเกิดเป็น reference ต่างๆ เช่น การใช้พล็อตเรื่อง สถานที่ และตัวละครในเรื่อง อย่างเช่นที่ปรากฏใน Urotsukidoji Iii: Return Of The Overfiend, Ghost In The Shell, Spriggan และ Metropolis เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่ได้รับอิทธิพลไซไฟแนวไซเบอร์พังก์จาก AKIRA ไปจนถึงมุกตลกที่อิงจาก AKIRA ในการ์ตูนอีกหลายเรื่อง แม้แต่การ์ตูนของอเมริกาอย่าง The Simpsons และ Rick and Morty ก็มีตอนที่อ้างอิงถึง AKIRA เช่นกัน นี่ยังไม่รวม “ฉากสไลด์มอเตอร์ไซค์” ในตำนาน ที่การ์ตูนหลายเรื่องนำไปทำตามอีกด้วย

และนี่ก็คือเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ AKIRA เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันในตำนานระดับโลก ซึ่งคออนิเมะและภาพยนตร์ไม่ควรพลาดชมเป็นอย่างยิ่ง ถ้าอยากดูแล้วละก็ วันที่ 2 กรกฎาคมนี้ เรามีนัดกัน!

สรุปเนื้อหาจาก: Dorkly, Beyond Ghibli, Super Eyepatch Wolf, MajorGroup