สรุปไฮไลต์พิธีเปิดมหกรรมกีฬา “โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020” ที่ทำให้ผู้ชมทั่วโลกฮือฮา!

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 ณ สนามกีฬาโอลิมปิกสเตเดียม หรือสนามกีฬาแห่งชาติโคคุริทสึ ซึ่งเป็นการจัดโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ ‘ไม่มีผู้ชมในสนามแข่งขัน’ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าภาพอย่างประเทศญี่ปุ่นก็ได้แสดงสปิริตให้คนทั่วโลกได้เห็นกับตาแล้ว ผ่านการแสดงอันหลากหลายที่สื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ครั้งนี้เราจึงขอรวบรวมไฮไลต์พิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ที่สร้างความประทับใจและเรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้ชมทั่วโลก!

MISIA ผู้ขับร้องเพลงชาติญี่ปุ่น

เจ้าแม่อาร์แอนด์บี MISIA ปรากฏตัวขึ้นร้องเพลงชาติญี่ปุ่นด้วยชุดเดรสยาวสีรุ้ง พร้อมเสียงชื่นชมจากผู้ชมทางบ้านที่มีต่อพลังเสียงในการร้องเพลงของเธอครั้งนี้ว่า “ฉันรู้สึกประทับใจเสียงร้องของ MISIA ในนาทีแห่งประวัติศาสตร์ครั้งนี้มาก ๆ”, “เธอทั้งเท่และงดงามในเวลาเดียวกัน” ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายชื่นชมความงามของชุดเดรสฟูฟ่องสีรุ้ง โดยหลายคนบอกว่า “เป็นชุดที่สวยสุดยอด แถมยังให้ความรู้สึกเหมือนเป็นน้ำแข็งไส” อีกด้วย

การแสดงพิกโตแกรม


เปิดอีกหนึ่งการแสดงที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นลามทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ กับการแสดงพิกโตแกรม ‘ฉบับคนแสดง’ ที่นำทีมโดย 2 หนุ่ม ‘GABEZ’ (กาเบซ) นักแสดงละครใบ้ที่ผสมผสานการเต้นและกายกรรม หรือเรียกว่า ‘Dance and Slient comedy’ และทีมงานอื่น ๆ รวมกัน 5 คน (ตามไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

‘พิกโตแกรม’ เป็นการแสดงที่ใช้ร่างกายมนุษย์ในการเลียนแบบ ‘สัญลักษณ์กีฬา’ ในการแข่งขันโอลิมปิกที่มีทั้งหมด 50 ประเภท โดยมีการนำอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาช่วยเพื่อเพิ่มความสมจริง เช่น การใช้มือและมุมกล้อง เป็นต้น โดยเสียงตอบรับบนโซเชียลญี่ปุ่นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่มันคือรายการเกมซ่าท้ากึ๋นชัด ๆ”

การแสดงโดรนแปรขบวน

เป็นอีกหนึ่งการแสดงที่เรียกเสียงฮือฮาให้กับคนทั่วโลกอย่างมาก สำหรับการแสดงของโดรนทั้งหมด 1,824 ตัว ประกอบเป็นรูปโลกลอยอยู่เหนือสนามแข่งขันในการแสดงขับร้องเพลง ‘Imagine’ ที่นำทีมโดยจอห์น เลเจนด์

ซึ่งมีผู้เก็บภาพกลุ่มโดรนที่พร้อมใจบินกลับไปยังสนามกีฬาเมจิจิงกูหลังเสร็จสินภารกิจในการแสดงครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทางโตเกียวได้มีการพิจารณาใช้ฝูงโดรนแปรสัญลักษณ์บนท้องฟ้ารอบบริเวณสนามกีฬาในระหว่างการแสดงพิกโตแกรม เช่น การแปรสัญลักษณ์พิกโตแกรม, แปรเป็นรูปภาพของมาสคอตมาสคอตโอลิมปิก มิไรโทวะและโซเมตี้ ซึ่งมีชาวญี่ปุ่นหลายคนเก็บภาพบรรยากาศการซ้อมเอาไว้ได้ แต่น่าเสียดายที่การแสดงนี้ถูกถอดออกในพิธีเปิดจริง

เพลงประกอบจากวิดีโอเกม

อีกหนึ่งความประทับใจที่เป็นประเด็นพูดถึงอย่างมากในโลกโซเซียล เพราะเป็นดีเทลเล็ก ๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่น นั้นก็คือการนำเพลงประกอบจากวิดีโอเกมชื่อดังมากมายมาเปิดในขบวนพาเหรดนักกีฬาของแต่ละประเทศ อาทิ

เพลง Introduction: Lotto Theme จากเกม Dragon Quest
เพลง Proof of Hero และเพลง Wind of Departure จากเกม Monster Hunter
เพลง Victory Fanfare จากเกม FINAL FANTASY
เพลง Frog Theme และ Robo’s Theme จากเกม Chrono Trigger
เพลง Olympus Coliseum และ Hero’s Fanfare จากเกม Kingdom Hearts

โดยคุณยูจิ โฮริอิ ได้ออกมาแสดงความรู้สึกผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวในฐานะผู้สร้างเกม Dragon Quest ว่า “ผู้น้ำตาคลอตอนที่เพลง Dragon Quest ดังขึ้นในระหว่างที่นักกีฬาเดินขบวนสู่สนามโอลิมปิก มันทำให้ผู้รู้สึกคุ้มค่าที่พยายามวิ่งเพื่อสิ่งที่รักมาตลอด 35 ปี ผมต้องขอขอบคุณอาจารย์สุงิยามะผู้แต่งบทเพลงแสนวิเศษนี้ รวมทั้งแฟนเกมทุกคนที่คอยสนับสนุน ขอบคุณมากครับ!!”

ในขณะที่คุณโยโกทาโร่ ผู้พัฒนาเกม NieR: Automata ก็ได้แสดงความรู้สึกเกี่ยวกับการใส่เนื้อร้องเพลง Initiator จากเกมซีรีส์ NieR ว่า “ตอนแรกก็รู้สึกกังวลว่า (การใส่เนื้อร้อง) มันจะโอเคหรือเปล่า แต่อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย!!”

ส่วนผู้กำกับซีรีส์เกม Ace Combat คุณโคโนะ คาซึโทกิ ก็ได้ทวิตข้อความแสดงความตื่นเต้นเกี่ยวกับเพลงประกอบเกมที่ถูกนำมาใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิกครั้งนี้ว่า “เอ๊ะ! เพลงประกอบ Ace Combat!!! ถูกใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิก! เอ๊ะ! พูดเป็นเล่น! อะไรกันครับเนี่ย! Ace Combat! Ace Combat!!!” ในขณะที่คุณโคบายาชิ เคย์กิ ผู้ประพันธ์บทเพลงประจำซีรีส์เกมดังกล่าวออกได้ออกมาทวิตแสดงความรู้สึกว่า “เพลงจาก Ace Combat สุดยอดไปเลย! ผมดีใจมาก ๆ เลย!! ยะฮู้ววว!!”

ก็จบกันไปแล้วสำหรับสรุปไฮไลต์พิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ที่สร้างความประทับใจและเรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้ชมทั่วโลก! แม้จะเป็นการแข่งขันโอลิมปิกที่ไร้ผู้ชม แต่ญี่ปุ่นก็แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและสปิริตของการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ให้ทั่วโลกได้เห็นแล้ว

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Ryo Tajima (@ryovu)

สรุปเนื้อหาจาก: nlab.itmedia , youtube/movie fine