“ฮวารังโด” เมื่อคนเกาหลีเอาวิชาต่อสู้ของญี่ปุ่นมายำรวมกัน แปะฉลากเกาหลี แล้วเอาไปขายฝรั่ง!?

สวัสดีครับ จากที่ได้นำเสนอเรื่องราวของวิชาต่อสู้ “ของเกาหลี” ว่าแท้จริงแล้ว ขุดไปขุดมา แทบทั้งหมดมีรากเหง้าเค้ามูลมาจากวิชาของญี่ปุ่นทั้งนั้น วันนี้จะมานำเสนอเรื่องราวของวิชาต่อสู้ “ของเกาหลี” อีก “ยี่ห้อ” หนึ่ง (ต้องเรียกว่า “ยี่ห้อ” เพราะพี่แกเอาไปทำเป็น “เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน” กันเลยทีเดียว) นั่นคือวิชา “ฮวารังโด” นั่นเอง

กำเนิดวิชา “ฮวารังโด” 花郞道 (“วิถีฮวารัง”)

มีสองพี่น้องคือ Lee Joo Bang กับ Lee Joo Sang ผู้ซึ่งตอนเด็กๆ บิดาได้สอนวิชา “ยูโด” กับ “กอมโด” ให้ (“กอมโด” นั้นไซร้ ก็คือ เคนโด้ 剣道 นั่นแล แค่เป็นสำเนียงเกาหลี) พอในปี พ.ศ. 2485 บิดาพาทั้งสองไปเรียนกับพระอาจารย์รูปหนึ่ง ซึ่งพระอาจารย์ได้สอนวิชาอันหนึ่งที่อ้างว่า มีรากเหง้าย้อนไปเป็นพันปีก่อนไปถึงยุคของพวก “คุณชายดอกไม้” (ฮวารัง 花郞) วิชานี้มีชื่อว่า “อึมยังกวอน” (陰陽拳 “หมัดหยินหยาง” โอ้ ช่างเป็นนามที่น่าเลื่อมใส จริงๆ)

พอต่อมาหลังยุคสงครามเกาหลี สองพี่น้องตระกูล Lee ได้พบกับ ชเวยงซุล (จำได้ไหมครับ ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งวิชา “ฮัพกิโด” หรือไอคิโด+ชีส) แล้วสองพี่น้องนี่ต่อมาก็เป็นได้ครูสอนฮัพกิโดด้วย แล้วต่อมาก็ได้พบกับอาจารย์สอนกังฟูอีก ก็ได้เรียนวิชากังฟู (โอ้โฮ อ่านประวัติมาถึงตอนนี้ ยิ่งกว่านิยายกำลังภายในจำพวกมังกรหยกอีก)

พอมาปี พ.ศ. 2511 พระอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาอึมยังกวอนได้มรณภาพ Lee Joo Bang ได้รับช่วงเป็นผู้สืบทอดวิชารุ่นที่ 58 (โอ้โฮ) สองพี่น้องคู่นี้ก็เลยคิดบัญญัติชื่อวิชาขึ้นใหม่ว่า “ฮวารังโด” โดยกล่าวอ้างประวัติของวิชาว่าสืบสายไปไกลถึงยุคของฮวารัง กลุ่มอัศวินหนุ่มยุคอาณาจักรชิลลาเลยทีเดียว พอปีต่อมา Lee Joo Sang ได้โกอินเตอร์ไปตั้งสำนักถึงอเมริกา (เรียกว่าโกอินเตอร์ สุดๆ)

ซึ่งพอไปถึงอเมริกาแล้วก็มีการสร้างหลักสูตรวิชาอะไรไปมากมายดังนี้

แทซูโด 太手道 คือพื้นฐานวิชาเตะต่อย

โกทูกิ 固鬪技 คือวิชาทุ่ม วิชาล๊อค โก 固 ตัวนี้ความหมายน่าจะประมาณ คาตาเมะ 固め ใน ดาตาเมะวาซะ 固め技

กอมทูกิ 劍鬪技 คือวิชาดาบ ประมาณกอมโด (เคนโด้เกาหลี) แต่มีท่าใช้ขาโจมตีด้วย

บงทูกิ 棒鬪技 คือวิชากระบอง

ยงทูกิ 勇鬪技 คือการสแปร์ริ่งเตะต่อยทุ่มล็อกแบบ semi-contact ไม่ใช่ full-contact แบบใส่เต็มข้อ

๕ บทบัญญัติ ๙ คุณธรรม

เพื่อให้ดูเท่ ดูดีมีหลักการว่าที่เรากำลังเรียนวิชายุทธ์โบราณ จรรยาของชนชั้นนักรบโบราณนะจ๊ะ จะได้ดู “ขลัง” ฮวารังโดเลยมี ๕ บทบัญญัติ ๙ คุณธรรม ดังนี้

๕ บทบัญญัติ

ซากุนอีจุง 事君以忠 ภักดีต่อนาย (ในที่นี้คือ ประเทศชาติ)

ซาจินอีเฮียว 事親以孝 กตัญญูต่อพ่อแม่

เคียวอูอีชิน 交友以信 เชื่อถือมิตรสหาย

อิมจอนมู-ทวี 臨戰無退 ยามศึกมิถอย

ซัลแซงยูแท็ก  殺生有擇 ตัดชีวิตต้องคิดเลือก (คือไม่ฆ่าโดยไม่จำเป็น)

๙ คุณธรรม

อิน 仁 เมตตา

อึย 義 เที่ยงธรรม

เย 礼 มารยาท

จิ 智 ปัญญา

ชิน 信 ศรัทธา

ซอน 善 ความดีงาม

ด๊อก 徳 คุณธรรม

จุง 忠 ภักดี

ยง 勇 กล้าหาญ

อ่านแล้วรู้สึกว่า นี่ถ้าผมไปเรียนฮวารังโด ผมจะต้องเท่และหล่อมากเหมือน BTS แน่ๆ และต้องเท่กว่าเป็นซามูไรญี่ปุ่นด้วย เพราะคุณธรรมของบูชิโดยังมีแค่ ๗ ประการ ของฮวารังโดมีตั้ง ๙ ประการแน่ะ (ฮา)

(๗ คุณธรรมของบูชิโดคือ กิ 義 เที่ยงธรรม, ยู 勇 กล้าหาญ, จิน 仁 เมตตา, เรย์ 礼 มารยาท, มาโคโตะ 誠 สัจจะ, เมย์โยะ 名誉 เกียรติยศ, ชูงิ 忠義 ภักดี)

แต่พอผู้เขียนได้ดูวิดีโอสาธิตท่าของฮวารังโดแล้ว…

…ท่วงท่าที่โชว์ตอนแรก มันคือท่าคุมข้อต่อ “ซันเกี้ยว” 三教 และก็คาตาเตะโดริ ชิโฮนาเงะ 片手取り四方投げ ของไอคิโด ชัดๆ เลย ไม่เชื่อก็ดูคลิปไอคิโดข้างล่างเอาละกันครับท่านผู้อ่าน

ผมเกิดความสงสัยว่า เนื้อแท้ของวิชาฮวารังโดอะไรเนี่ย (Hwa Rang Do® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน) มันก็คือเอาวิชาโน้นวิชานี้มาประสมรวมๆ กัน (ซึ่งสาวไปสาวมา วิชาญี่ปุ่นทั้งนั้น) แล้วใส่ชื่อ โยงเรื่องเล่าตำนาน ให้มันมีสตอรี่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มหรือเปล่า? ต้องนึกไว้ก่อนว่า ฝรั่งในยุค 50 หรือยุค 60 น่ะ ข่าวสารมันไม่ได้ world wide web อย่างสมัยนี้ ฝรั่งยุคนั้นยังมีความหลงใหลในเรื่องจำพวก “ศาสตร์ลึกลับแห่งตะวันออก” กันอยู่มาก มันก็เลยเป็นช่องทางขายวิชาชื่อแปลกๆ ได้โดยอาศัยความเชื่อในตำนาน เรื่องเล่า อะไรที่มันเป็นเหมือนนิยายปรัมปรา (myth) ที่น่าตื่นใจ (เหตุผลเดียวกับการที่ฝรั่งหรือคนไทยยุคเดียวกัน พากันหลงใหลคลั่งไคล้ “กังฟู” คิดว่ามวยจีนนี่เป็นวิชามหัศจรรย์ ฝึกแล้วจะเหนือมนุษย์อย่างในหนัง) แต่ยุคนี้ข่าวสารมันไปถึงกันหมด คนเริ่มสนใจสิ่งที่วัดได้เห็นได้โดยประจักษ์ (แบบดูด้วยตาจะๆ) มากกว่า ฉะนั้นไม่แปลกที่คนยุคนี้จะหัวเราะเยาะใส่วิชากังฟู (เมื่อได้ดูคลิปปรมาจารย์กังฟูโดนนักมวย MMA อัดร่วง) และก็ไปฮิตมวยไทย หรือบีเจเจ กันมากกว่า (ซึ่งมาจากการได้ดู UFC)

โชคดีแล้วครับที่วิชาศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นนั้นไม่ได้ดังขึ้นมาเพราะอาศัย “นิยายปรัมปรา” (ผ่านการโฆษณาชวนเชื่อด้วยหนังหรือละคร) อย่างน้อยการมีอยู่ของศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นในยุคปัจจุบันในรูปของวิชาพลศึกษา กีฬา และวิชาป้องกันตัวก็ยังทำให้มันมีคุณค่า มีราคาในสายตาชาวโลกอยู่จนถึงทุกวันนี้ครับ ของดีของแท้ย่อมทนต่อการพิสูจน์ ของไม่ดีจริงมีแต่ราคาคุยสักวันคนก็ต้องรู้ ฝากข้อเตือนใจเอาไว้เท่านี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก wikipedia และ World Hwa Rang Do® Association