โอทานิ โชเฮย์ “วิชาดาบคู่” แห่งวงการเบสบอลอาชีพยุคปัจจุบัน

หากพูดถึงต้นตำรับวิชาดาบคู่ที่ลืนลั่นในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ทุกท่านก็คงนึกถึง “มิยาโมโตะ มูซาชิ” ผู้ใช้ “วิชาดาบคู่” (นิโตริว 二刀流) ใช่ไหมครับ ถึงยุคนี้จะไม่ใช่ยุคสมัยของซามูไรถือดาบแล้ว แต่ญี่ปุ่นก็ยังไม่สิ้นคนดีมีฝีมือ! วันนี้จะมาขอแนะนำเรื่องราวของนักเบสบอลผู้ได้ฉายา “วิชาดาบคู่” คือ โอทานิ โชเฮย์

รู้จักกับโอทานิ โชเฮย์

โอทานิ โชเฮย์ (大谷翔平) นักเบสบอลชื่อดังชาวญี่ปุ่นซึ่งตอนนี้กำลังโลดแล่นอยู่ในอเมริกาในฐานะผู้เล่นสังกัดทีม Los Angeles Angels ในเมเจอร์ลีก เขาเก่งแค่ไหน ทำไมถึงได้ฉายาว่า “วิชาดาบคู่” แห่งวงการเบสบอลมาตั้งแต่ ม. ปลาย ลองมาติดตามอ่านเรื่องราวของเขากันนะครับ

จุดเริ่มของเรื่องราวความเก่งกาจของโอทานินั้น เริ่มจากการแข่งเบสบอลฤดูร้อนที่จังหวัดอิวาเตะบ้านเกิดของเขาเองเมื่อตอน ม.6 เขาเป็นคนที่ขว้างลูกก็เก่ง ตีลูกก็เจ๋ง เรียกว่าได้หมดทั้งพิทเชอร์และแบ็ตเตอร์ แต่ที่เป็นประเด็นสุดๆ คือความสามารถในการขว้างลูกได้เร็ว 160 กม. เรียกว่าเป็นที่สุดในวงการเบสบอล ม.ปลายตอนนั้นเลยทีเดียว แถมยังกล้าพูดว่าขอท้าลุยเมเจอร์ลีกตั้งแต่ตอนอยู่ ม.ปลายเลยด้วย แต่เดี๋ยวก่อน ยังไม่ได้ไปลุยเมเจอร์ลีกแบบเดี่ยวๆ เลยทีเดียว แรกเริ่มยังเซ็นสัญญากับทีมนิปปอนแฮมก่อน พอจบ ม.ปลาย เปิดตัวแล้วก็ไต่อันดับเป็นนักเล่นฝีมือชื่อเสียงชั้นหนึ่งในวงการเบสบอลอาชีพของญี่ปุ่นได้ภายในสี่ปี!

ครั้นต่อมา ในปี 2017 โอทานิก็บอกอีกครั้งว่าขอลุยเมเจอร์ลีกจริงๆ ละ โดยจะเข้าทีม Los Angeles Angels ซึ่งการตัดสินใจคราวนี้ต้องเรียกว่าใจมันรักจริงๆ เพราะเดิมทีอยู่ทีมนิปปอนแฮมก็เงินดีอยู่แล้ว? โอทานิเข้าทีมนิปปอนแฮมนั้น ปีแรกได้เงินราว 15 ล้านเยน (โดยคาดการณ์เอา) พอมาถึงปีที่ห้าได้ค่าเหนื่อยต่อปีตั้ง 270 ล้านเยน (แหม่ รวยขนาดนี้ คงมีสาวๆ อยากสมัครรักสมัครแฟนกันเยอะแน่ 55) แต่ก็นั่นแหละครับ คนเราต้องมีฝัน ฝันให้ไกลไปให้ถึง เลยตัดสินใจเข้าทีม Los Angeles Angels แม้ตอนแรกจะเป็นเพียงการเซ็นสัญญาแบบเริ่มจากไปเล่นไมเนอร์ลีกก่อน แต่ในที่สุดก็ได้เข้าสู่เมเจอร์ลีกด้วยระดับรายได้ประกันขั้นต่ำอยู่ที่ 60.5 ล้านเยน (แอ๊ ได้น้อยลงนิ)

ต่อสู้กับอาการบาดเจ็บและกลับมาอย่างแข็งแกร่ง

เมื่อมาลุยอเมริกาแล้ว โอทานิก็ประสบความสำเร็จในการคว้ารางวัล Major League Baseball Rookie of the Year ปี  2019 ได้สัญญาค่าเหนื่อยต่อปีประมาณ 72.15 ล้านเยน (ซึ่งก็ยังน้อยกว่าที่เคยได้ตอนปีสุดท้ายที่อยู่ทีมนิปปอนแฮม) มาถึงตอนนี้เขาต้องเริ่มสู้กับอาการบาดเจ็บของตัวเอง

ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2018 เขาได้รับบาดเจ็บที่เอ็นข้อศอกขวา (โอทานิเป็นนักขว้างลูกมือขวา) ในตอนแรกเขาไม่ได้ผ่าตัด แต่รักษาด้วย “การฉีด PRP” เป็นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อโดยการฉีดเกล็ดเลือดของตัวเองเข้าไป แต่พอบาดเจ็บอีกทีตอนเดือนกันยาจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยตัดเอาเอ็นข้อศอกที่บาดเจ็บออกไปแล้วปลูกถ่ายเอ็นจากส่วนอื่นเข้าไป กว่าจะกลับมาขว้างลูกได้ก็ต้องพักไปเป็นปี แต่โอทานิพอทำกายภาพบำบัดเสร็จก็กะจะมาเล่นเป็นแบ็ตเตอร์เลยในฤดู 2019 ซึ่งพอกลับมาก็โชว์ฟอร์มตีโฮมรันเลยจนเป็นข่าวใหญ่ในอเมริกา และยังตั้งเป้าว่าเข้าฤดู 2020 จะกลับมาเป็นพิทเชอร์ด้วย โอ้ว เสียดายว่าพิษโควิดทำให้การแข่งเมเจอร์ลีกต้องเลื่อนไปเสียก่อน

ความเก่งกาจในฐานะนักเบสบอล “วิชาดาบคู่”

พูดถึงความเก่งกาจของโอทานิในฐานะนักเบสบอล “วิชาดาบคู่” นั้น แม้ว่าในเมเจอร์ลีกของอเมริกานั้นจะมีหลายคนที่ขว้างลูกก็ดี ตีลูกก็ได้ อยู่หลายคนก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทำให้โอทานิไม่มีใครเสมอเหมือนก็คือการเป็น starting pitcher และก็เล่นตำแหน่งฟิลด์ด้วยตลอดทุกนัด

ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมคนญี่ปุ่นถึงคลั่งไคล้กีฬาเบสบอลกันนัก ขนาดต้องมีลีกอาชีพ ซึ่งดูจะเป็นธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนมหาศาล มีบริษัทใหญ่ๆ เป็นเจ้าของทีม ความคิดเห็นส่วนตัวผู้เขียนก็คือ รู้สึกไหมครับว่าเวลาเราเห็นพวกแบตเตอร์ถือไม้เบสบอลจะตีลูก ดูแล้วเหมือนซามูไรถือดาบพิกล คนญี่ปุ่นเวลาเขาเล่นเบสบอลถือไม้จะตี อาจจะรู้สึกดีได้ฟิลลิ่งเหมือนจะฟันดาบก็ได้มั้งครับ เขาเลยชอบกัน

วันนี้ก็ต้องขอลาแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับแล้วค่อยพบกันใหม่ สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก spread-sports
ภาพ prtimes